“โอ๊ยๆๆเจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนโดนยิงตายยังไม่เจ็บเท่านี้เลย”
ใบหม่อนบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้เธอรู้สึกปวดตรงบริเวณท้องน้อยเป็นอย่างมากโดนยิงทะลุปอดตายแต่ปวดท้องเนี่ยนะนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเรากันแน่ในขณะที่กำลังคิดทบทวนอยู่นั้นเธอก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเธอตายไปแล้วศพก็เผาแล้วตอนนี้เธอน่าจะเป็นวิญญาณไม่ใช่เหรอทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้พลันหูกลับได้ยินเสียงหญิงชราบอกให้เธอเบ่ง เบ่งอะไรใบหม่อนยังไม่เข้าใจจับต้นชนปลายไม่ถูกจู่ๆท้องที่เมื่อสักครู่หายปวดแล้ว ตอนนี้กลับปวดขึ้นมาอีกและดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าเมื่อสักครู่
“เบ่งเจ้าค่ะเบ่ง”
“โอ๊ยปวดท้อง จะให้เบ่งอะไรเล่า”
“ก็เบ่งคลอดเช่นไรเจ้าคะ เบ่งเจ้าค่ะ”
“เอ้าเบ่งก็เบ่ง โอ๊ยๆปวดๆ อื้ออออ”
“แว๊ๆอุแง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“เป็นลูกชายเจ้าค่ะ”
“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่งยังเหลืออีกสองคน”
ใบหม่อนได้แต่คิดในใจนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรพึ่งจะรู้ว่าตายไปแล้วคลอดลูกได้ด้วยสามียังไม่มีแฟนยังหาไม่ได้แต่ตายแล้วกลับคลอดลูกได้ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว
“เบ่งเจ้าค่ะเบ่งหัวเด็กออกมาแล้ว”
“เบ่งก็เบ่ง อื้อๆๆๆๆ”
“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ลูกชายเจ้าค่ะ
“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่ง ยังเหลืออีกคน” หมอตำแยที่ตอนนี้เริ่มเหงื่อตก
“อื้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอุแว๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ลูกชายเจ้าค่ะ”
หลังจากที่เบ่งจนครบสามครั้งแล้วใบหม่อนที่ทะลุมิติมาคลอดลูกก็สลบไปด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ส่วนด้านนอกห้อง บัวตองผู้เป็นพี่สะใภ้เดินวนไปวนมาด้วยความวิตกกังวลเพราะสามีและน้องชายสามีเข้าเมืองเอาของป่าที่หามาได้ไปขายยังไม่กลับมาใบหม่อนผู้เป็นน้องสะใภ้ก็ปวดท้องคลอดกะทันหัน นางตกใจจนจับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้จะทำสิ่งใดก่อนเพราะนางเองก็พึ่งท้องอ่อนๆเท่านั้นยังดีที่มีเพื่อนบ้านอย่างป้าหวานคอยให้การช่วยเหลือและตามหมอตำแยมาให้หาไม่แล้วนางเองก็ไม่รู้จะจัดการได้ยังไง
หมอตำแยจัดการทำความสะอาดเด็กทั้งสามคนและใบหม่อนเสร็จเรียบร้อยถึงได้นำเด็กออกมา ทั้งสามถูกห่อด้วยผ้าสีขาวโดยที่ข้อมือมีด้ายผูกอยู่ตามลำดับการเกิดคนแรกผูกหนึ่งเส้น คนที่สองสองเส้นและคนที่สามสามเส้น ไม่เคยมีใครคลอดลูกแฝดสามมาก่อน นับเป็นเรื่องที่แปลกและอันตรายกับแม่ผู้อุ้มท้องเป็นอย่างมาก หากดูแลตัวเองไม่ดีพอคงต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก เมื่อหลานๆถูกส่งออกมาจากห้องด้านในบัวตองถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แม่นางบัวตองข้ากลับก่อนส่วนน้องสะใภ้เจ้านางแค่หลับไปเท่านั้น ไม่พ้นคืนนี้นางคงฟื้นคืนสติแล้วล่ะ”
“ขอบคุณแม่หมอมากเจ้าค่ะ นี่เจ้าค่ะค่าทำคลอด” บัวตองยื่นเงินให้หมอตำแย หนึ่งเหรียญเงินเป็นค่าทำคลอด
“ขอบใจเจ้ามากข้าไปล่ะดูแลนางดีๆล่ะ”
หมอตำแยกลับไปแล้วบัวตองนำหลานๆทั้งสามไปนอนเรียงกันข้างๆน้องสะใภ้นางนั่งมองสี่แม่ลูกที่นอนเรียงกันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ครอบครัวนางถือว่ายากจนมาก นางและสามีพร้อมกับน้องชายและน้องสะใภ้ถูกบังคับให้แยกเรือนออกมาจากเรือนใหญ่โดยแม่เลี้ยงของสามีพวกนางได้มาเพียงที่ดินห้าไร่ติดกับป่ารกร้างท้ายหมู่บ้าน ทันทีที่พ่อสามีของนางออกไปคุ้มกันคาราวานสินค้าแม่เลี้ยงก็ได้ขับไล่พวกนางออกมาถึงจะบอกว่าแยกบ้านก็แค่พูดให้ดูดีเท่านั้น หลังจากแยกบ้านแล้วถือว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวของกันอีก
บัวตองนั่งนิ่งหลานๆเกิดมาอีกสามคนอีกไม่นานลูกของนางก็จะเกิดมาอีกคน ตอนนี้ทั้งนางละน้องสะใภ้ไม่สามารถช่วยงานสามีได้มากมายนักยิ่งตอนนี้น้องสะใภ้คลอดแล้วแถมยังเป็นแฝดสามอีก เช่นนี้จะทำยังไงถึงจะผ่านความโหดร้ายนี้ไปได้อีกไม่นานจะเข้าฤดูหนาวแล้ว คงไม่ต้องอดตายกันใช่หรือไม่ สามีและน้องชายต้องอดมื้อกินมื้อให้ภรรยาได้กินอิ่ม
ใบหม่อนที่ตอนนี้ที่เริ่มรู้สึกตัวก็กำลังคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอลืมตาขึ้นมามองรอบๆสำรวจจนทั่วห้อง เนี่ยเธออยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาเหมือนกับนิยายที่อ่านตายล่ะหว่าทะลุมิติมาทั้งทีก็ให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไงทะลุมาคลอดลูกนี่นะ หรือว่าเธอจะฝันไปแต่ความฝันมันจะเจ็บปวดได้ปานนั้นเชียวหรือ เธอหันไปมองข้างๆพบเด็กน้อยในห่อผ้านอนหลับอยู่สามคนใบหม่อนเริ่มคิดแล้วว่าเรื่องนี้มันคุ้นๆ
“เวรแล้วไงอย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาในนิยายที่เราโยนทิ้ง โผล่มาก็ตอนคลอดลูกพอดีนี่มันเกิดอะไรขึ้นในนิยายนางเอกทะลุมาตอนคลอดลูกพอดีไม่มีอะไรแถมมาทั้งนั้นไม่มีพลังวิเศษ ไม่มีมิติแถมยังเป็นโลกล้าหลังโว้ยแบบนี้อย่าถามหาเลยมิติตอนนี้หาสติตัวเองแทบไม่เจอนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง”
ใบหม่อนตีอกชกลมอยู่กับตัวเองอยู่นานสองนานจากนั้นก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เด็กๆทั้งสามก็หลับข้างๆท่านแม่ของเขาโดยไม่ส่งเสียงร้องใดๆออกมา บัวตองออกไปยืนรอสามีอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจจะเกิดอะไรขึ้นกับสามีและน้องชายหรือไม่ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก นางเดินกลับไปกลับมาจนป้าหวานมาพบเข้าและบอกให้นางเข้าบ้านไปพักผ่อนบ้างเดี๋ยวจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องนาง ตั้งแต่เมื่อวานนางยังไม่ได้นอนจนถึงตอนนี้
“บัวตองเจ้าจะเดินกลับไปกลับมาทำไม กลับไปนอนพักบ้างเจ้าไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่หรือระวังมันจะมีผลต่อเด็กในท้องของเจ้า”
“ข้าห่วงท่านพี่กับน้องชายน่ะป้าหวาน”
“อนันต์กับคิมหันต์สองพี่น้องล้วนนับว่ามีฝีมือทั้งคู่เจ้าอย่ากังวลไปกลับไปนอนพักและดูแลน้องสะใภ้เจ้าก่อน”
“เจ้าค่ะป้าหวานขอบคุณท่านมากที่เตือนสติข้า”
“เอาเถอะๆแค่เรื่องเล็กน้อยข้าไปล่ะ”
หลังจากที่ป้าหวานจากไปแล้วบัวตองเดินกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กเพื่อดูว่าแม่ลูกตื่นหรือยัง นางเปิดประตูเข้าไปเห็นแม่ลูกนอนหลับสนิทไม่มีทีท่าจะตื่นเลย ช่างเป็นเด็กที่รู้ความจริงๆปกติก็ต้องร้องหิวแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าเป็นอะไรไปแล้วทั้งแม่ทั้งลูกนะเมื่อเดินเข้าไปดูทุกคนยังมีลมหายใจอยู่นางค่อยวางใจเดินกลับห้องตัวเองไป แต่นางไม่สามารถข่มตาหลับลงได้จึงได้เดินออกไปนั่งรอสามีที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน
เวลาผ่านไปจนนานเท่าไหร่ไม่รู้นางได้ยินเสียงเด็กๆร้องดังออกมาจากในบ้าน บัวตองสาวเท้ากลับเข้าบ้านเพื่อช่วยน้องสะใภ้ดูแลเด็กๆ
“น้องสะใภ้เจ้าตื่นแล้วดื่มน้ำเสียหน่อยเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
“เอ่อคือว่า” ใบหม่อนไม่รู้จะพูดอะไรนี่สวรรค์กลั่นแกล้งเธอหรือไงถึงได้ส่งนางมาในนิยายที่เธอโยนทิ้งกันเล่าแทนที่จะส่งนางเอกไม่ได้เรื่องคนนั้นมา แต่ทำไมส่งเธอมาแทนล่ะ บัวตองเห็นน้องสะใภ้อึ้งอยู่นานจึงได้เรียกนางเสียดัง
“น้องสะใภ้ เจ้าดูลูกๆเจ้าก่อนดีหรือไม่ สงสัยจะหิวกันแล้วเอานมให้ลูกเจ้ากินก่อนเถอะ”
ใบหม่อนเอาลูกเข้าเต้าด้วยความมึนงง แฟนไม่เคยมีสามียังไม่เกิด พอตายแล้วดันมาเกิดใหม่ตอนคลอดพอดีแบบนี้จะทำอะไรได้เล่าหลังจากให้นมลูกแบบเงอะๆงะๆแล้วใบหม่อนก็กินข้าวต้มที่บัวตองนำมาให้ด้วยความหิวโหยจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างๆเด็กทั้งสามคนทันที
ระหว่างนั้นใบหม่อนได้ทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเดียวกับเธอ ตายเพราะคลอดลูกหากเธอไม่ทะลุมิติมาลูกๆเองก็คงตายไปด้วย
“หรือจะเป็นวันนั้นที่เราฝันจำได้รางๆว่าฝากลูกๆข้าด้วย นี่อย่าบอกนะว่าไอ้นิยายเฮงซวยนั้นที่เราโยนทิ้งมันดูดเราเข้ามาในนิยายรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นดีเลยใบหม่อนคนนี้จะเปลี่ยนเนื้อหาให้ยับ ในเมื่อให้เธอมาเป็นนางเอกเช่นนั้นชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง"
หลังจากที่พูดคนเดียวพูดเองเออเองไปสักพักใบหม่อนก็หลับตามลูกๆของเธอไป ก่อนจะหลับเธอได้บอกกับใบหม่อนคนก่อนว่าขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องห่วงลูกๆเธอจะดูแลให้เองและได้ยินเสียงขอบคุณดังแว่วมาเธอหลับยาวจนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำพี่สะใภ้อย่างบัวตองนำข้าวต้มมาให้ใบหม่อนกินประทังความหิว
“ทนๆกินไปก่อนนะท่านพี่กับน้องชายไปขายของในเมืองยังไม่กลับมาข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้ากินได้ ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“ตอนนี้บ่ายสี่โมงแล้วล่ะ”
“พี่สะใภ้เองก็ไปกินข้าวเถอะท่านเองก็กำลังท้องอยู่”
“อืมข้าไปล่ะเจ้าต้องการอะไรก็เรียกข้าได้ตลอดเวลา”
หลังจากบัวตองเดินออกไปแล้วใบหม่อนมองดูสภาพบ้านที่อยู่ตอนนี้นี่มันกระท่อมชัดๆย้อนมาในโลกที่มีวัฒนธรรมผสมปนเปกันไปไม่พอคนในยุคนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ พวกเขาจะกินในสิ่งที่พ่อแม่พากินเท่านั้นไม่เป็นไรในเมื่อให้ข้ามาแล้วข้าก็ต้องอยู่ให้รอดแต่เสียดายไม่น้อยอดเจอคุณพ่อคุณแม่เลยใบหม่อนได้แต่ถอนหายใจ
บนท้องฟ้าเหนือกระท่อมสองสามีภรรยาจับมือกันยืนกลางอากาศทอดสายตาลงมองในกระท่อมด้วยสายตาอ่อนโยน
“คุณพี่เจ้าคะถ้าลูกรู้เข้าว่าเราส่งให้ลูกมาที่นี่ลูกจะโกรธไหมเจ้าคะ”
“ไม่หรอกน่าลูกจะได้ไม่เหงาไงที่สำคัญลูกมีพร้อมไม่ว่าจะสามีหรือลูกจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นไง”
“แต่เราส่งลูกมาในนิยายที่ลูกโยนทิ้งเพราะไม่พอใจเนื้อเรื่องนะ”
“ก็ดีแล้วยังไงลูกจะได้มาเปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นไปในแบบที่ลูกต้องการยังไงล่ะเราไปกันเถอะหมดเวลาของเราแล้ว”
“พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดีนะใบหม่อน”





