บัวตองนั่งรอสามีและน้องชายของสามีอยู่เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก นางตกใจเป็นอย่างมากและร้อนรนถามผู้เป็นสามีออกไป
“ท่านพี่เกิดอันใดขึ้นทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้ท่านบาดเจ็บหรือเจ้าคะ”
“ใจเย็นๆบัวตองไม่มีอะไรหรอกแค่เกิดเรื่องนิดหน่อยเท่านั้น” อนันต์ตอบผู้เป็นภรรยา
"พี่บัวตองแล้วเมียของข้าล่ะนางไปไหน" คิมหันต์ถามพี่สะใภ้ของตนเองเพราะไม่เห็นผู้เป็นภรรยาออกมารอเหมือนทุกครั้ง
"โอ๊ย ข้าลืมไปเสียสนิทเลย ภรรยาของเจ้าคลอดแล้วบุตรของเจ้าเป็นชายทั้งหมด"
"พี่บัวตองท่านหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเป็นชายทั้งหมด"
"ก็หมายความว่าเจ้าได้ลูกแฝดยังไงล่ะแถมไม่ใช่แฝดสองด้วยแต่เป็นแฝดสาม"
“นี่ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่พี่บัวตอง”
“เอ๊ะ คิมหันต์ข้าเป็นพี่สะใภ้เจ้าไม่ใช่เพื่อนเล่นเจ้านะจะได้มาล้อเล่นได้ แล้วเรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นได้ด้วยหรือ”
“ข้ารู้แล้วๆ ท่านอย่าโกรธไป ข้าขอโทษข้าเพียงถามให้แน่ใจเท่านั้น”
“จะมาถามอะไรก็เข้าไปดูเองสิ จริงๆเลยคนบ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด”
“พอเถอะๆ คิมหันต์เจ้าเลิกถามเซ้าซี้ส่วนบัวตองอย่าโมโหเดี๋ยวลูกเกิดมาหน้าเหี่ยว” อนันต์ห้ามทัพน้องสามีกับพี่สะใภ้แต่คำที่พูดออกมาก็เหมือนมาจุดไฟโกรธให้บัวตองผู้เป็นภรรยาเพิ่ม
“ท่านพี่ ท่านก็อีกคนที่พูดออกมานี่คิดดีหรือยังว่าแต่พวกท่านยังไม่ได้บอกเลยนะว่าทำไมถึงกลับมาเอาป่านนี้”
“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะระหว่างทางที่กลับมาเลยทำให้กลับมาช้า”
“อย่าบอกนะว่าคนพวกนั้นมาดักทำร้ายและแย่งชิงข้าวของเหมือนครั้งอื่นๆ”
“เป็นเช่นนั้นแหละแต่รอบนี้พวกข้าสองคนไม่ยอมเหมือนทุกครั้งก็เลยเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้น”
“แล้วพวกท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ และพวกนั้นได้อะไรไปบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรมากแค่ฟกช้ำและพวกมันไม่สามารถเอาอะไรไปได้”
“เฮ้อเมื่อไหร่พวกนั้นจะรามือเสียที เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรือเจ้าคะท่านพี่”
“พี่ก็ไม่รู้เช่นกัน คงต้องรอท่านพ่อกลับมาจากล่องคาราวานตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้”
“ถ้าหากท่านพ่อกลับมาแล้วนางบอกว่าพวกเราเองที่ขอแยกบ้านเล่าเจ้าคะ"
“อันนั้นก็แล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ พี่เองจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเราได้อีก”
“ยังดีนะเจ้าคะที่ท่านพี่และคิมหันต์ไม่ได้ออกไปล่องคาราวานรอบนี้ถึงงานคุ้มกันคาราวานจะได้ค่าแรงดีแต่เสี่ยงอันตรายมากเช่นกันถ้าหากท่านสองคนไม่อยู่เหลือแค่ข้ากับใบหม่อนคงรับมือกับคนพวกนั้นไม่ไหว”
“อืมนับว่าโชคดี ไม่เช่นนั้นก็คงต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่”
“ท่านพ่อจะเชื่อพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”
“พี่ก็ไม่อาจรู้ได้ อย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนเลยอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดไปดูหลานกันเถอะ”
คิมหันต์รีบวิ่งเข้ามาในบ้านทันทีเขามุ่งหน้า ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองและภรรยา เมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพที่สี่แม่ลูกนอนเรียงกันบนเตียงช่างเป็นภาพที่ดูอบอุ่นยิ่งนัก เขารีบเข้าไปดูลูกๆทันทีเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ตอนที่นางคลอดหากคนพวกนั้นไม่มาดักแย่งชิงของจากเขาสองพี่น้องเขาคงกลับมาทันตอนภรรยาคลอด นับว่าเกินความคาดหมายมากใครจะไปคิดว่าเขาจะได้ลูกแฝดเช่นนี้ ช่างดีนักต่อไปเขาก็เป็นท่านพ่อแล้วคิมหันต์นั่งมองลูกเมียอยู่นิ่งๆจนกระทั่งใบหม่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
พอใบหม่อนลืมตาขึ้นมาเจอคิมหันต์นั่งอยู่ข้างเตียงในใจลอบอุทานว่า เรือหายล่ะไอ้หน้าหล่อนี่ใครวะอย่าบอกนะว่าเป็นสามีของเธอในโลกประหลาดๆใบนี้ นี่มันเวรกรรมอะไรกันเว้ยส่งมาในนิยายห่วยแตกไม่พอ โปรโมชั่นแถมลูกสามพร้อมสามีอีกหนึ่งเหรอฟะเกินจะรับไหวจริงๆ ใบหม่อนได้แต่มองหน้าคิมหันต์ตาปริบๆ
“ใบหม่อนเจ้าตื่นแล้วหรือเจ็บตรงไหนหรือไม่”
“ที่ถามนี่คิดดีหรือยังคนคลอดลูกจะเจ็บตรงไหนได้ ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง”
คิมหันต์ได้แต่นิ่งอึ้งกับคำตอบที่ได้จากภรรยา นี่เขาทำอะไรให้นางโกรธหรือเปล่าหรือว่าจะโกรธเขาที่ไม่ได้อยู่กับนางตอนนางคลอดมันต้องใช่แน่ๆไม่เช่นนั้นนางคงไม่พาลโกรธเขาหรอก
“เอ่อ คือว่าพี่แค่เป็นห่วงใบหม่อนน่ะพอดีตอนขากลับจากเมืองมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
“อืม แล้วนี้ท่านกลับมานานแล้วหรือ” ใบหม่อนที่กำลังพยายามทำใจยอมรับให้ได้กับชีวิตใหม่ที่ไม่ไฉไลเอาซะเลยถามคิมหันต์ออกไป
“กลับมาได้สักพักแล้วพี่เห็นเจ้าหลับอยู่น่ะก็เลยไม่กล้าเรียกเจ้าพักผ่อนเยอะๆ เจ้าหิวหรือยังพี่จะได้ไปทำอะไรมาให้เจ้ากินก่อน”
“หิว มากด้วยท่านมาก็ดีข้าต้องการอาบน้ำท่านช่วยต้มน้ำให้ข้าหน่อย”
“ได้ๆ พี่จะจัดการให้” คิมหันต์รู้สึกว่าภรรยาของเขาแปลกๆ ทำไมเหมือนนางน่ากลัวขึ้นหรือว่าจะเป็นผลกระทบจากการที่นางคลอดลูกให้เขา แน่ล่ะคลอดตั้งสามคนเลยนะ ต่อไปนี้เขาต้องดูแลนางให้ดีตามใจนางให้มากๆ
คิมหันต์ที่เดินออกไปนอกห้องเพื่อไปที่ห้องครัวเตรียมต้มน้ำมาให้เมียอาบ อนันต์ผู้เป็นพี่ชายเดินสวนเข้ามาทันทีด้านหลังมีบัวตองเดินตามมาติดๆเห็นน้องชายออกจากห้องไปจึงได้ถามออกมา
“นั่นเจ้าจะไปไหนรึ”
“เมียข้าอยากอาบน้ำน่ะข้าจะไปต้มน้ำให้นางอาบและหาอะไรมาให้นางกินด้วย”
“อ่อเช่นนั้นก็ไปเถอะ ข้าจะเข้าไปดูหลานเสียหน่อย”
“อืมฝากดูแลเมียข้าด้วยนะพี่บัวตอง”
“ไปเถอะๆข้ารู้แล้ว”บัวตองโบกมือไล่คิมหันต์
ทั้งสองคนเดินเข้าห้องมาเพื่อดูหลานๆ อนันต์มองเด็กๆทั้งสามคนด้วยสายตาโง่งม นี่น้องชายของเขาทำได้ยังไง
“เป็นอย่างไรบ้างใบหม่อน ดีขึ้นบ้างหรือยัง” อนันต์ถามน้องสะใภ้
“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะพี่อนันต์ ”
“หลานๆไม่งอแงเลย นี่ตั้งชื่อแล้วหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะรอพี่คิมหันต์มาก่อนค่อยให้เขาตั้งชื่อให้ลูก”
“อืมเจ้าพักผ่อนเถอะพี่สองคนไปก่อน”
หลังจากพี่ชายและพี่สะใภ้หันหลังเดินออกจากห้อง ใบหม่อนได้แต่นั่งตีอกชกลมกับตัวเอง จะทำยังไงล่ะเนี่ยโว้ยยใครมันส่งเธอมาในนิยายห่วยแตกพรรค์นี้ได้เอาก็เอาวะผัวก็มีแล้วลูกก็มีแล้วครบ ครอบครัวอบอุ่นจริงๆอุ่นจนร้อนเลยขอตายอีกรอบได้ป่ะแต่จะว่าไปสามีก็หล่อดีเหมือนกันมาขนาดนี้แล้วคงต้องยอมรับใช่ป่ะตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ใบหม่อนนั่งบ่นในใจบ่นไร้สาระจนคิมหันต์ยกน้ำมาให้อาบ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็กินข้าวอิ่มแล้วก็ให้นมลูก เป็นอยู่แบบนี้ชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้ จนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนใช่แล้วทุกคนเราถูกส่งมาในนิยายเฮงซวยที่เราซื้อมาและปาลงถังขยะนั่นเอง
หลังจากหนึ่งเดือนมานี้ใบหม่อนพักฟื้นร่างกายโดยมีสามีในนามตอนนี้ดูแลเป็นอย่างดี ลูกๆเป็นเด็กดีเลี้ยงง่ายไม่ร้องงอแง นอกจากเวลาหิวและขับถ่าย ใบหม่อนได้มีโอกาสออกมานอกบ้านสำรวจที่ทาง ป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ตามเนื้อเรื่องของนิยายที่ใบหม่อนได้อ่านมานิดหน่อยนั้นคนที่นี่จะว่าโบราณก็ไม่ใช่จะสมัยใหม่ก็ไม่เชิงมันแบบผสมปนเปไปหมด ในป่ามีของกินมากมายแต่คนที่นี่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าสามารถกินได้
ต่อไปทำอะไรดีล่ะลูกสามผัวหนึ่งบ้านจนจะเอาอะไรกินเข้าไปถ้าเป็นแบบนั้นก็ตายรอบสองเลยจ้า ต้องเข้าไปดูว่าในป่ามีอะไรที่พอนำมาเป็นอาหารได้บ้าง ใบหม่อนล่ะเครียดใบหม่อนล่ะไม่ปลื้ม ส่งฉันมาทำอะไรคะไหนล่ะคะมิติ อะไรก็ไม่มียังดีที่สติยังอยู่ครบ อย่าให้รู้เชียวว่าใครส่งฉันมา ใบหม่อนเริ่มบ่นเริ่มเกรี้ยวกราดจะส่งมาแก้ไขเนื้อเรื่องหรือไงไหนล่ะตัวช่วย
คนที่ส่งมานั้นได้แต่สะดุ้งทุกครั้งที่ใบหม่อนเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ว่าไม่ได้ให้อะไรเลยแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเอามาใช้ได้อีกอย่างเธอต้องรู้ด้วยตัวของเธอเอง ทั้งสองคนได้แต่มองให้กำลังใจใบหม่อนเท่านั้น
“หม่อนเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวถูกลมเย็น” คิมหันต์เดินมาตามภรรยาที่ออกมานอกบ้านนานแล้ว
“ข้ารู้แล้ว ลูกตื่นรึยัง”
“ยังเลย สรุปชื่อลูกจะเอายังไงให้พี่ตั้งหรือ”
“นี่พี่ลูกเกิดมาได้เดือนแล้วยังไม่มีชื่อ พี่คิดว่าพี่เป็นพ่อของลูกป่ะ”
“เอ้าก็เป็นสิใบหม่อนเป็นเมียพี่ ทั้งสามคนก็ลูกของพี่ ทำไมใบหม่อนพูดจาแปลกๆ”
“ก็ในเมื่อเป็นลูกพี่ พี่ก็สมควรตั้งชื่อให้ลูกไม่ถูกหรือเจ้าคะ” (ถามนี่ไม่รู้รึ แกล้งโง่หนิ บ่นในใจ)
“จ้ะๆ ถูกจ้ะ เอาเป็นว่า อาทิตย์ ตะวัน เพลิงกัลป์ ตามนี้นะจ๊ะ”
“เข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมาไม่เจอใครจะร้องเอา
ทั้งสองคนหันหลังกลับเข้าบ้าน คิมหันต์มองใบหม่อนด้วยความแปลกใจ นี่เมียเขาแค่คลอดลูกทำไมถึงเปลี่ยนไปเยอะหรือว่านางเป็นแม่คนแล้วเลยต้องเปลี่ยนตัวเอง ก็ดีนางจะได้ไม่ต้องโดนคนพวกนั้นรังแกตอนเขาไม่อยู่





