ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ตอนขาออกมา หลีย่างเดินสวนกับฟู่หวาย พ่อของฟู่เฉิงโจว

เธอกล่าวทักทายด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วก้าวเดินเลี่ยงออกมาด้วยท่าทีสำรวมและวางตัว

ฟู่หวายสวมแจ็กเก็ตสไตล์ทางการเรียบ ๆ ตีหน้าขรึมมองไปที่ฟู่เฉิงโจว น้ำเสียงฟังดูเคร่งเครียด “แกก็ระวังตัวหน่อย ตระกูลเย่ไม่ใช่คนที่แกจะละเลยได้ พวกผู้หญิงไร้สาระข้างนอกนั่น รีบจัดการให้จบ ๆ ไปซะ”

ฟู่เฉิงโจวเอ่ยตอบอย่างเย็นชา “พ่อครับ ผมรู้ขอบเขตดี”

เช้าวันรุ่งขึ้น หลีย่างเจอไต้ซานที่ลานจอดรถใต้ดินของบริษัท

พอไต้ซานเห็นเธอ ก็พุ่งเข้ามาหาทันทีด้วยท่าทางโมโห

“อาย่าง เรื่องระหว่างเธอกับฟู่เฉิงโจวมันยังไงกันแน่? ทำไมจู่ ๆ เขาถึงเปิดตัวแฟนสาวล่ะ?”

ผ่านไปแค่คืนเดียว ข่าวที่ตระกูลฟู่จัดงานเลี้ยงรับรองว่าที่ลูกสะใภ้ก็แพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูง

“ไม่มีอะไรหรอก”

หลีย่างมีสีหน้าปกติ แล้วถือกระเป๋าเดินตรงไปทางหน้าลิฟต์

“วันนี้เย่เซี่ยจูจะเข้ามาทำงานที่สำนักประธานกรรมการ เธอช่วยสอนงานเย่เซี่ยจูด้วยนะ”

“ฟู่เฉิงโจวใช้เส้นสายยัดเธอเข้ามาในสำนักประธานกรรมการงั้นเหรอ? !”

สีหน้าของไต้ซานดูย่ำแย่ลงทันใด เธอบ่นอุบด้วยความไม่พอใจ

“ตอนนั้นเธอขอร้องเขาตั้งนาน เขาก็ไม่ยอมย้ายเธอ แต่ตอนนี้กลับกระตือรือร้นเชียว!”

“เขาทำแบบนี้มันสมกับที่เธอตรากตรำทำงานหนักมาหลายปีไหมเนี่ย!”

หลีย่างเริ่มติดตามฟู่เฉิงโจวเมื่อสี่ปีก่อน ถูกโยนไปขัดเกลาในแผนกประชาสัมพันธ์อยู่หลายปี ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและผ่านความลำบากมาแสนสาหัส กว่าจะก้าวมาถึงตำแหน่งในทุกวันนี้

ผู้ถือหุ้นเก่าแก่ของหนานซื่อหลายคนไม่พอใจที่ฟู่เฉิงโจว ซึ่งเป็นคนนอกแซ่ฟู่ เข้ามารับช่วงต่อกิจการใหญ่โตของหนานซื่อ จึงคอยขัดแข้งขัดขาฟู่เฉิงโจวทั้งในที่ลับและที่แจ้ง หวังจะลากฟู่เฉิงโจวลงจากตำแหน่งสูงให้ได้

เป็นหลีย่างที่อาศัยความสามารถอันแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ เจรจาปิดโปรเจกต์ระดับ S ให้ฟู่เฉิงโจวได้หลายโครงการ

ในบรรดาโครงการเหล่านี้ เพียงแค่หยิบยกขึ้นมาสักชิ้น ก็ดีพอที่จะทำให้ประวัติการทำงานของเธอเจิดจรัส จนผู้คนต้องยกย่องบูชาแล้ว

หลายปีมานี้มีคนไม่น้อยต้องการดึงตัวเธอไปร่วมงานด้วย แต่ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยื่นข้อเสนอที่ดีงามแค่ไหน หลีย่างก็ไม่เคยสั่นคลอนในความตั้งใจที่จะอยู่ที่หนานซื่อ

แต่ตอนนี้ มันต่างออกไปแล้ว

เธอแค่ต้องการรีบเอาของที่หนานอวิ๋นสัญญาไว้มาให้ได้ แล้วออกไปจากที่ที่ทำให้เธออึดอัดใจแห่งนี้เสียที

เมื่อสี่ปีก่อน เพื่อนสนิทสมัยเด็กอย่างเฉินจิ้นหายตัวไปอย่างกะทันหัน หนานอวิ๋นรับปากว่าขอแค่เธออยู่ข้างกายฟู่เฉิงโจวจนกว่าเขาจะแต่งงาน ก็จะมอบที่อยู่ของเฉินจิ้นให้ ดังนั้นเธอถึงได้อดทนมาจนถึงตอนนี้

หลีย่างโตมาพร้อมกับเฉินจิ้น เขาคือคนในครอบครัวที่เธอสามารถเอาชีวิตเธอเข้าแลกได้

เพราะงั้นเธอต้องตามหาเฉินจิ้นให้เจอ!

ไต้ซานโกรธจนควันออกหู จนพูดจาไม่ยั้งคิดออกมา “เธอก็ลาออกเลยสิ ถีบหัวส่งไอ้คนเนรคุณพรรค์นั้นไปซะ!”

หลีย่างชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองไต้ซานด้วยสายตาจริงจัง

“ซานซาน ระวังคำพูดหน่อย หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง”

ตระกูลฟู่น่ะ ไม่มีใครไปล่วงเกินได้หรอก

ไต้ซานยังคงเดือดดาลและคับแค้นใจ “ฉันพูดผิดตรงไหน? คนในบริษัทมีใครบ้างไม่รู้ว่าเธอคือแฟนตัวจริงของฟู่เฉิงโจว!”

“เขาไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเธอก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ยังหน้าด้านพาเมียน้อยมาหยามหน้าเธออย่างโจ่งแจ้งอีก!”

“ถ้าเธอไม่เขี่ยเขาทิ้ง จะเก็บเขากับเมียน้อยไว้เลี้ยงดูตอนแก่หรือไง?”

หลีย่างกำลังจะเตือนให้เธอระวังคำพูดและการกระทำ แต่แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออก กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังห้อมล้อมพูดคุยหัวเราะอยู่กับเย่เซี่ยจู

ไต้ซานก้าวออกจากลิฟต์ พลางขมวดคิ้วจ้องมองคนพวกนั้น แล้วตวาดเสียงเย็น “เช้า ๆ แบบนี้มาจับกลุ่มคุยเรื่องไร้สาระ ไม่อยากทำงานกันแล้วหรือไง?”

“หัวหน้าหลี อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เย่เซี่ยจูยิ้มตาหยีพลางเอ่ยทักทายหลีย่าง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

เพราะคำเตือนของฟู่เฉิงโจว น้ำเสียงของหลีย่างจึงแฝงไว้ด้วยความเคารพ

เธอหันไปหาไต้ซานและเอ่ยกำชับ “ไต้ซาน เธอช่วยพาหล่อนไปที่สำนักประธานกรรมการทีนะ”

ไต้ซานปรายตามองเย่เซี่ยจูแวบหนึ่ง วางมาดเจ้านายเต็มที่

“ตามฉันมา”

“อาจจะต้องรอสักครู่นะคะ” เย่เซี่ยจูยิ้มให้ไต้ซานด้วยท่าทางขอโทษขอโพย “เฉิงโจวไปช่วยฉันเบิกอุปกรณ์สำนักงาน บอกให้ฉันรอเขาอยู่ตรงนี้ค่ะ”

ไต้ซานอ้าปากค้าง ก่อนจะหันขวับไปมองหลีย่าง ตาแทบจะถลนออกมาอยู่รอมร่อ

ฟู่เฉิงโจวถึงกับยอมจัดการเรื่องจุกจิกแบบนี้ให้เย่เซี่ยจูด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย

เมื่อก่อนหลีย่างไม่เห็นเคยได้รับสิทธิ์นี้เลย!

แพขนตาของหลีย่างสั่นเครือเล็กน้อย หากแต่สีหน้ายังคงเป็นปกติ

“ฉันไปทำงานก่อนนะ”

“เดี๋ยวก่อน มาที่ห้องทำงานผมหน่อย มีงานจะมอบหมายให้คุณ”

เสียงของฟู่เฉิงโจวดังขึ้นจากด้านหลัง หลีย่างหยุดยืนอยู่กับที่ แล้วหันกลับไป

ฟู่เฉิงโจวยื่นลังกระดาษในมือไปให้ไต้ซาน พลางกำชับเย่เซี่ยจูอย่างใส่ใจ “คุณไปรายงานตัวกับไต้ซานก่อนนะ อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนมาไหนคนเดียวล่ะ”

ในใจไต้ซานรู้สึกอัดอั้นไปด้วยความโมโห แต่ก็ทำได้แค่ยื่นมือไปรับมา

เย่เซี่ยจูพยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วเดินตามไต้ซานออกไป

ส่วนหลีย่าง ก็เดินตามหลังฟู่เฉิงโจวเข้าไปในห้องทำงานของเขา

“วันนี้คุณไปที่เขตพัฒนาหนานเฉิงกับฝ่ายโครงการหน่อยนะ”

พอเดินผ่านประตูห้องทำงานเข้ามา ฟู่เฉิงโจวก็ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอก ก่อนจะถอดออกแล้วยื่นส่งให้หลีย่างตามความเคยชิน

หลีย่างรับมา พลันได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของส้มซิตรัสติดอยู่บนเสื้อสูทของฟู่เฉิงโจว

กลิ่นหอมนี้ เมื่อกี้เธอเพิ่งจะได้กลิ่นจากตัวของเย่เซี่ยจูในลิฟต์เหมือนกัน

หลีย่างชะงักไปเล็กน้อย รีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วก็เอาสูทของเขาไปแขวนไว้บนราวแขวนเสื้อ พลางถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ฝ่ายโครงการบอกว่าที่ถนนหนานเฟิงมีเจ้าของที่ดื้อแพ่งอยู่เจ้าหนึ่งไม่ยอมย้ายออก คุณไปจัดการที งบประมาณสิบห้าล้าน”

ฟู่เฉิงโจวนวดหว่างคิ้ว ดูท่าทางจะรำคาญใจอยู่ไม่น้อย

หลีย่างได้ยินคำว่า “ถนนหนานเฟิง” ก็ลมหายใจสะดุดห้วง

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็กนั้น ก็ตั้งอยู่ที่ถนนหนานเฟิงเช่นกัน ในโลกใบนี้แม่ผู้อำนวยการคือคนที่ดีกับเธอที่สุด

สำหรับเธอแล้ว ที่นั่นคือบ้านเพียงแห่งเดียวของเธอ

ฟู่เฉิงโจวเห็นเธอยังไม่ไป ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีอะไรอีก?”

หลีย่างกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินกลับมายืนที่หน้าโต๊ะทำงาน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “เป็นไปได้ไหมคะที่จะไม่รื้อถอนถนนหนานเฟิง? คุณก็รู้นี่คะ ว่าที่ตรงนั้นมีความหมายกับฉันมาก”

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ