“จะอยู่กินข้าวหรือกลับบ้าน” ตีรณาถาม ยืนกอดอกมองชายหนุ่มรุ่นน้องเก็บอุปกรณ์วาดภาพ
สัภยาหันไปมอง ถามเสียงเรียบ “เหมือนป้าอยากไล่ผมนะ”
“ไอ้นี่หาเรื่อง คนอย่างฉันถ้าคิดจะไล่ก็ไล่ตรงๆ ทำอย่างกับแกไม่เคยถูกฉันไล่”
“ก็จริงของป้า เพราะถึงป้าไล่ผมก็ไม่กลับ ขอกินข้าวสักมื้อก็แล้วกัน” สัภยายิ้มหน้าชื่น แต่ตีรณากลับส่ายหน้าระอา
“ไม่มื้อละ แกผูกขาดปิ่นโตที่นี่เลยไม่รู้ตัวหรือยังไง”
“อ้าวเหรอ ก็กับข้าวบ้านป้าอร่อยนี่ พ่อกับแม่ป้าก็ใจดี น้องสาวก็สวย...”
“หยุดแม้แต่จะคิด ถ้ายังไม่อยากถูกเตะ” ปากพูดถึงอวัยวะเบื้องล่าง แต่เธอกำหมัดชกฝ่ามือตนเองอย่างข่มขู่
สัภยาทำท่าผงะ ก่อนหัวเราะร่วน ตีรณาดีกับเขาทุกอย่างยกเว้นเรื่องน้องสาวที่เจ้าตัวหวงยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก เธอคอยกีดกันหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบรวมถึงตัวเขาที่เป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกันกับญาณิศา
“ฝากป้าเอาของไปเก็บด้วยสิ ผมไปช่วยแม่ครูทำกับข้าว” เขายื่นทุกสิ่งอย่างที่หอบอยู่ให้ตีรณา จึงถูกค้อนใส่ สัภยาหัวเราะลั่นทันทีกับท่าทางของหญิงสาว
“บ้าหัวเราะอะไร” ยิ่งถูกหัวเราะใส่เธอยิ่งเคือง
“ป้าอย่าทำแบบนี้อีก จะอ้วก” สัภยาหัวเราะร่วน และเขารู้ว่าตีรณาเข้าใจความหมายของตนดี ก่อนจะเดินไปทางเรือนไม้ด้านหลังซึ่งเป็นครัวแยกจากบ้านหลังใหญ่
บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่าสองชั้น ปลูกบนเนื้อที่กว้างเพราะเป็นที่ดินเดิมของต้นตระกูล พ่อของตีรณาเป็นครูสอนศิลปะที่เกษียณตนเองออกมาทำงานที่ใจรัก สอนเด็กวาดรูปโดยไม่คิดค่าตอบแทน แม่ก็เป็นครูศิลปะที่ลาออกมาเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกและทำงานที่ใจรัก ตัวเขาเองนอกจากเป็นเพื่อนกับลูกสาวแล้ว ยังฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพ่อกับแม่เธออีกด้วย เขาชอบการวาดรูปและถ่ายภาพ แต่ครอบครัวบังคับให้เรียนเกี่ยวกับการเงินการบัญชีเพื่อจะได้ช่วยงานของครอบครัว
ครอบครัวพ่อค้าของเขาประกอบด้วยพ่อและพี่ชายที่ช่วยกันดูแลร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดกิจการเจริญรุ่งเรืองมาแต่รุ่นปู่ เมื่อพี่ชายเข้าไปช่วยบริหารก็ยิ่งเจริญรุดหน้า เรียกว่าตระกูลเขาเวลานี้ติดอันดับเศรษฐีใหม่ของเมืองไทยเลยทีเดียว เขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยงาน เขาขอทำในสิ่งที่ใจรัก เรียนวาดรูปกับพ่อของตีรณาที่เขาเรียกว่าพ่อครู เรียนทำอาหารจากแม่ครูหรือแม่ของตีรณา และติดสอยห้อยตามเธอไปถ่ายรูปหากมีงานว่าจ้างเข้ามา แม้ไม่มีค่าตอบแทนแต่เขาก็ยังตามเธอไป จนบางครั้งบางคราก็ได้รับคำแนะนำและให้ลองทำงาน มันเป็นประสบการณ์ที่เขาต้องการสั่งสมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง
สัภยาแวะล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างนอกเรือนไม้ ที่ต่อไว้เพื่อให้สะดวกในการรดน้ำต้นไม้ ผักสวนครัว ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามว่างของพ่อครูแม่ครู รวมถึงการเลี้ยงเป็ดไก่ ที่ปล่อยไว้ในอาณาเขตอย่างอิสระ เมื่อล้างมือฟอกสบู่จนคิดว่าสะอาดที่สุดแล้ว เขาก็เดินเข้าไปในเรือนครัว ซึ่งเป็นห้องโถงมีหน้าต่างประตูมุ้งลวดกันแมลงอย่างดี
“หอมจังครับแม่ครู ให้ผมช่วยทำอะไรแลกข้าวแลกที่ซุกหัวนอนอีกสักคืนไหมครับ” สัภยาสับยอกหญิงวัยกลางคนร่างสมส่วน ใบหน้าแม่ครูแต่งตึงก็จริง แต่ผมบนศีรษะกลับเป็นสีดอกเลาทั้งหัว คงจะเข้ากันดีกับผมขาวโพลนของพ่อครู และเหมือนกันตรงที่ผมยาวๆ ของทั้งคู่จะเกล้ามวยสูงเอาไว้ตลอดเวลา
ญาดา หรือแม่ครูของสัภยาหันมายิ้ม ก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณ แล้วบอกว่าจะให้เขาช่วยทำอะไรบ้าง “ล้างมือมาแล้วใช่ไหมพญา งั้นมาเด็ดใบโหระพา หั่นใบมะกรูดเป็นฝอย แล้วหั่นพริกชี้ฟ้า เตรียมไว้ให้แม่ครูทำห่อหมก”
“ว้าว! ห่อหมกทะเลหรือเปล่าคะ แม่” เสียงตื่นเต้นของตีรณาดังขึ้น ก่อนที่จะแทรกตัวผ่านประตูเข้ามา แต่ก็ต้องหน้าง้ำเล็กน้อยเมื่อคำตอบผิดไปจากที่ตนคิด
“ห่อหมกปลาช่อนนะตี ทำไมลูกอยากกินห่อหมกทะเลหรือจ๊ะ” ญาดาถามกลับ แต่คนหน้างอเล็กน้อยส่ายหน้า
“ห่อหมกอะไรตีก็ทานได้ค่ะแม่ แค่แปลกใจปกติแม่ชอบทำห่อหมกทะเล แต่วันนี้ทำไมทำปลาช่อน”
“ก็คนไม่ชอบอาหารทะเลยืนอยู่ตรงนี้ยังไงละ” ญาดาบอกแล้วบุ้ยไปทางสัภยาที่กำลังทำงานตามสั่งอย่างขะมักเขม้น เมื่อมีการเอ่ยถึงเขา ชายหนุ่มก็หันไปยิ้มกับตีรณา แต่ให้ดิ้นตาย เธอคิดว่าเห็นแววล้อเลียนในตาเขา จนอดรนทนไม่ได้เดินเข้าไปตบปากจนรอยยิ้มปลิว
“อุ้ย! ป้า เล่นแรงอีกแล้ว”
“แกยิ้มล้อฉัน ตบให้ปากห้อย” ตีรณายังไม่ยอม พร้อมเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง
“แม่ครูช่วยผมด้วย ป้าแกวัยทองก่อนเวลาอันควร ดุจริงๆ” สัภยาวิ่งไปหลบหลังญาดา ปากร้องขอความช่วยเหลือ
ญาดามองลูกสาวแล้วส่ายหน้า ตนเห็นสองคนนี้หยอกเย้ากันรุนแรงจนชินตา แต่ความรุนแรงนั้นเกิดจากลูกสาวของตนฝ่ายเดียว ถึงพร่ำสอนสั่งอย่างไรตีรณาก็ไม่ปรับเปลี่ยนตนเอง แต่จะว่าไปแล้วลูกสาวจะห้าวและหยอกล้อรุนแรงเฉพาะกับสัภยาเท่านั้น ต่อหน้าคนอื่นก็วางตัวปกติเหมือนสตรีทั่วไป แต่อาจจะไม่เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้เท่าไหร่ก็แค่นั้น
“สองคนนี้ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ ไม่เอาแล้วลูก พญากลับไปทำงาน ตีมาช่วยแม่กลัดกระทงใบตอง”
“แม่ครูใช้คนผิดแล้ว ป้าแกทำไม่เป็นหรอก เดี๋ยวผมช่วย”
“แสนรู้ ไปทำงานของแกเลย ฉันทำเอง ทำได้ และทำสวยด้วย ขอบอก” ตีรณาเชิดหน้าใส่เมื่อผลักอกสัภยาออกห่าง แล้วลงมือกลัดกระทงใบตองไว้ใส่ห่อหมก
คนถูกไล่ถอยกลับไปทำงานของตน แต่เหลือบตามองตีรณาเป็นระยะ จนงานของตนเองเสร็จก็ขยับไปยืนชิดมองหญิงสาวกลัดใบตองเป็นกระทงด้วยความชำนิชำนาญอย่างทึ่งๆ จากทีแรกจะยื่นมือเข้าช่วย แต่เมื่อเห็นความคล่องแคล่วก็ล้มเลิกความตั้งใจ ยืนมองเฉยๆ จนตีรณาแหวใส่
“ยืนเป็นหัวตอเลย ไม่คิดจะหยิบจับช่วยกันหรือยังไง”
“โวะ! พอจะช่วยก็ว่า ไม่ช่วยก็ด่า ป้านี่วัยทองจริงๆ จังๆ แล้วมั้ง”
สัภยาย้อน แต่ก็เดินเข้าไปช่วยหยิบจับ ทว่ากลายเป็นเกะกะจนมือชนกัน มีดที่ใช้เจียนใบตองร่วงตกพื้น สัภยาก้มลงไปหยิบ แล้วชะงักมือเมื่อเห็นเท้าฝั่งตรงข้ามโต๊ะ เท้าเปลือยเปล่าคู่นั้นสวมกำไลที่ข้อเท้าข้างขวา





