อนงค์

ใครวะ! คำถามแรกเกิดในทันที สัภยาเงยหน้าขึ้นมองเดี๋ยวนั้น แต่ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า ไม่มีคนยืน แม่ครูก็ขยับมายืนใกล้ตีรณาเพื่อเรียงใบโหระพาลงก้นกระทงแล้ว เพื่อความแน่ใจสัภยาก้มลงไปมองลอดโต๊ะอีกครั้ง ครานี้พบแต่ความว่างเปล่า

“อะไรนายพญา ก้มๆ เงยๆ อยู่ได้” ตีรณาอดถามไม่ได้ เวลานี้เธอกลัดกระทงเสร็จแล้ว กำลังช่วยมารดาเรียงใบโหระพารองก้นกระทง ส่วนญาดาเปลี่ยนไปเป็นคนตักห่อหมกที่ผสมกันได้ที่แล้วมาหยอดในกระทง แล้วเรียงในลังถึงอย่างเป็นระเบียบ

สัภยาไม่ตอบ พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะในเรือนครัวก็มีกันแค่สามคน ไม่เห็นมีใครใส่กำไลข้อเท้าสักคน เขาสรุปว่าตัวเองตาฝาด แล้วขยับมาช่วยยกลังถึงที่วางกระทงห่อหมกจนเต็มแล้ว

“ระวังอย่าให้ตะแคง เดียวมันจะหกเลอะเทอะ เอามาวางบนหม้อน้ำเดือดนี่เลยจ้ะ ขอบใจมากนะพญา” ญาดากำกับทุกย่างก้าว ชื่นชมความมีน้ำใจของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นแขกประจำของบ้าน เรียกได้ว่าสัภยามาอยู่ที่บ้านหลังนี้จนเกือบเหมือนสมาชิกคนหนึ่งไปแล้ว แต่ใช่ว่าสัภยาจะมาอยู่ฟรีกินฟรีแล้วได้วิชาความรู้ฟรี เขาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าบ้านแทนการให้เงิน เพราะตนและสามีไม่เคยรับ ที่สอนวาดรูปให้เขาก็สอนด้วยใจเหมือนสอนเด็กที่อยากเรียนรู้โดยไม่คิดค่าตอบแทน แค่ได้เห็นผลงานของศิษย์ก็ชื่นใจ

เด็กหลายคนที่มาเรียนวาดรูปกับพวกตน ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือจนมีผลงานส่งเข้าประกวดและได้รางวัลมานักต่อนัก แม้ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ แต่ก็มีผลงานไปวางขายแล้วมีคนสนใจซื้อหาไปประดับตกแต่งบ้าน เด็กได้ค่าขนม ตนสองคนได้ความภูมิใจ

“ที่เหลือนี่ละแม่” ตีรณาที่ลังเลว่าจะเรียงใบโหระพาลงก้นกระทงต่อหรือไม่ ถามเพื่อความกระจ่าง

“ก็ทำให้หมดเนื้อปลาที่ผสมไว้นี่แหละ ตี”

“ทำไปไหนเยอะแยะคะแม่” เธอคิดว่าแค่ลังถึงที่นึ่งอยู่ก็มากพอแล้วสำหรับสมาชิกในครอบครัวรวมถึงคนกินจุอย่างสัภยา แต่นี่แม่จะให้ทำต่อ จากการประมาณด้วยสายตา ตีรณาคิดว่าน่าจะใช้ลังถึงอีกสองลังทีเดียว และผู้เป็นแม่ก็ให้คำตอบ

“พรุ่งนี้วันพระ จะได้แบ่งเอาไว้ไปวัด แล้วตอนเย็นเด็กก็มาเรียนวาดรูปกับพ่อ จะได้แบ่งให้เอากลับบ้านกัน”

“แม่พระ ใจบุญ” ตีรณารู้ว่าตนไม่ได้ประชด แม้คำพูดจะดูเหมือนประชด เธอแค่เย้าเล่น แต่คนที่ย้อนเธอกลับไม่ใช่แม่ แต่เป็นสัภยา

“แม่ครูนะแม่พระ ใจบุญ ไม่เหมือนป้าหรอกที่ทั้งงก ทั้งใจร้าย เฮ้ย! อย่านะ” สัภยารีบเผ่นหนีเมื่อตีรณาเงื้อฝ่ามือขึ้นสูง

“ตี เอะอะก็ลงไม้ลงมือ ไม่ไหวนะลูก”

“ก็แม่ดูมันว่าตีสิ”

“ว่าที่ไหน ชมว่างกต่างหาก” สัภยายังลอยหน้าลอยตาบอก พร้อมหัวเราะร่วนเมื่อตีรณาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ เสียงข่มขู่ ต่อกรดังอีกระยะจนญาดาเอ่ยอย่างอ่อนใจ

“สองคนนี้เป็นอะไรนะ ชอบทะเลาะกันอยู่เรื่อย เจอหน้ากันพูดดีๆ กันไม่ได้เลยหรือยังไง” แม้ไม่ได้ใช้น้ำเสียงที่บอกว่าอารมณ์เสีย แต่คนถูกปรามทั้งสองก็รีบเอ่ยขอโทษขึ้นพร้อมกัน

“ขอโทษค่ะแม่”

“ขอโทษครับแม่ครู”

แล้วสองคนก็หันไปย่นจมูกใส่กัน ตีรณาชี้นิ้วคาดโทษแล้วนำมาทำท่าปาดคอ สัภยารีบกุมลำคอตนเองเหมือนถูกเธอปาดเอาอย่างไรอย่างนั้น แล้วทำทีทรุดลงกับพื้น จนญาดาอดยิ้มระอากับความขี้เล่นของเขาไม่ได้

สายตาเขาที่มองไปข้างหน้ามีแววแปลกใจผ่านเข้ามา ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืน แต่สายตายังจ้องไปยังจุดเดิมเมื่อครู่ ท่าทางแปลกๆ ของเขาทำให้ตีรณาสงสัย หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ ขยับปากถามเบาๆ

“มีอะไร”

“เปล่าครับ” สัภยาส่ายหน้า เขาจะบอกได้อย่างไรว่าเห็นเท้าสวมกำไลอยู่ด้านหลังตีรณา

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ