โรงพยาบาลสิริราม
ผมเดินตรวจอาการผู้ป่วยเคสที่ผมดูแล ทุกคนมีอาการดีขึ้นไม่มีปัญหาอะไร พักฟื้นไม่กี่วันก็กลับบ้านได้
“แอร์คะ มาช่วยพี่ตรงนี้หน่อยค่ะ” ผมหลีกทางให้พยาบาลเข้าตรวจคนไข้และเดินแทรกเข้าไปหาคนไข้เตียงติดกัน
“ค่ะพี่เมย์” ผู้หญิงที่เดินตามพยาบาลมาเบียดหลังผม ผมหันกลับไปมองแต่เห็นแค่ด้านหลัง เพราะเตียงใกล้กันมากมีทั้งอุปกรณ์เครื่องมือตั้งเต็มสองข้างเตียง เวลาหมอพยาบาลตรวจคนไข้ก็ยืนเบียดกันตรวจแบบนี้แหละ
“แอร์คะ! อันนี้ของคนไข้เตียงไหนคะ?” พยาบาลอีกคนเรียกผู้หญิงคนเดิมจากหน้าห้องพักเสียงดัง
“15 ค่ะ เสร็จแล้วค่ะพี่เมย์ เดี๋ยวหนูไปช่วยทางนั้นนะคะ” ผู้หญิงชื่อแอร์ตอบน้ำเสียงปกติ คุยกับพยาบาลชื่อเมย์ก่อนจะเดินแทรกออกไป หลังเราชนกันเล็กน้อยทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ ผมหันกลับไปมองด้วยความอึ้งปนสงสัย ทำไมไม่ขอโทษกันสักคำ? ผมไม่ถือนะแต่ก็เป็นมารยาทที่ควรทำ (ถือแหละ)
ผมตรวจคนไข้เสร็จกลับมาที่ห้องพักเพื่อเช็กเคสต่อ ผมจะนั่งทำงานในห้องพักซะส่วนใหญ่ ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ออกไปไหน เพราะช่วงบ่ายมีตรวจคนไข้อีกเพียบเลยเก็บแรงไว้ทำงานดีกว่า
“แอร์! ห้องพิเศษสามเพิ่มน้ำเกลือนะคะ” พยาบาลพูดเสียงดังใกล้หน้าห้องทำงานผม
“ค่า สักครู่นะคะ” แอร์คนเดิมสินะ
ผมถอนหายใจเอนหลังพิงเก้าอี้ใช้มือนวดขมับตัวเองให้ผ่อนคลาย เสียงดังหนวกหูทำผมไม่มีสมาธิทำงานไปด้วย แล้วคนชื่อแอร์เป็นใครถึงได้เรียกกันนัก? รู้แค่ว่าเป็นผู้ช่วยพยาบาลเพราะเห็นใส่ชุดผู้ช่วยและน่าจะมาใหม่เพราะผมไม่คุ้นชื่อ ช่างเถอะ! ออกไปหาไรกินดีกว่าเริ่มหิวแล้ว
ผมเดินออกจากห้องพัก พยาบาลที่เดินผ่านยิ้มเขินให้ผม ผมก้มทักทายเบาๆ ก่อนจะรีบเดินไปที่ลิฟต์ ผู้หญิงในโรงพยาบาลให้ความสนใจผมกันเยอะ แต่ผมกลับไม่สนใจใครเป็นพิเศษขี้เกียจจะสานสัมพันธ์ ผู้หญิงที่คบๆ มาก็หนีหายหลังจากนอนด้วยกัน ไม่ใช่เพราะเซ็กซ์ไม่ดีแต่เพราะผมสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินไปซะมากกว่า แถมบ้างานจนไม่มีเวลาไปนอนด้วย ผู้หญิงทุกคนบอกผมแบบนี้กันหมด ผมปล่อยไปไม่ตามคืนทำงานต่อสบายใจกว่า
“รอด้วยค่ะ!” เสียงผู้หญิงเรียกขณะวิ่งตามหลังผมมา
“...” ผมกดลิฟต์ค้างรอพลางเล่นโทรศัพท์
“ขอบคุณค่ะ” ผู้หญิงเอ่ยขอบคุณ ผมก้มหัวเบาๆ โดยไม่มองหน้า
อื๊ดด~ อื๊ดด~!! (เสียงโทรศัพท์เข้า)
“ฮัลโหลค่าพี่เมย์ อ่อได้แล้วค่ะ กำลังจะลงไปค่ะ ค่า” ผู้หญิงคุยโทรศัพท์ ผมรู้สึกคุ้นเสียงเล็กและชื่อเมย์ก็เลยจะเงยหน้ามอง
ติง! ไม่ทันที่ลิฟต์เลื่อนเปิดสุดผู้หญิงก็เดินออกไปโดยไม่ทันได้เห็นหน้า
ปกติผู้ช่วยพยาบาลไม่ได้วิ่งงานดุขนาดนี้นะ ก็ทำงานปกติไม่ถึงกับชิล แต่ไม่ยุ่งวุ่นวายขนาดนี้หรอก ผมมองตามแผ่นหลังเล็กด้วยความสงสัยก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปโรงอาหาร
ช่วงนี้เป็นช่วงพักกลางวันพอดีคนในโรงอาหารก็จะเยอะหน่อย เลยมาขอนั่งกับรุ่นน้องมหาลัย
“เป็นไงบ้างพี่ธีระ ได้ข่าวว่าผ่าตัดเคสหัวใจตีบ” ไอ้บอสทักผม
“ผ่านไปด้วยดี แล้วนายล่ะ? อยู่แผนกทั่วไปงานยุ่งมากมั้ย?” ผมถามกลับ
“อือหือ~ ยุ่งดิพี่ ขาลากทุกวัน” ไอ้บอสตอบหน้าเซ็ง
“อยากมาอยู่แผนกทรวงอกมั้ยล่ะ?” ผมเชิญชวน
“โหหห ดึงตัวเหรอ? 555 อยู่ทั่วไปนี่แหละ พี่อยู่ไปเหอะทรวงอก” ไอ้บอสหัวเราะชอบใจ
“ (ยิ้มขำ) ” ผมกินข้าวต่อ
“เอ่อพี่ มีผู้ช่วยพยาบาลคนใหม่เข้ามาแผนกพี่หนิ สวยจริงที่เค้าว่ากันมั้ย?” ไอ้บอสพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ผู้ช่วยเหรอ? คงมีมั้งไม่ได้สนใจ” ผมตอบขณะตักข้าวเข้าปาก
“เห็นว่าชื่ออะไรนะ? อ่อ! แอร์น่ะ ชื่อแอร์ พี่รู้จักป่ะ?” ไอ้บอสทำหน้านึกก่อนจะพูดชื่อที่ผมกำลังสงสัย ผมเงยหน้ามองด้วยความสนใจ
“ไม่รู้จักว่ะ มาใหม่กี่วันล่ะ?” ผมเนียนๆ ถาม
“ได้ยินพวกผู้ชายในแผนกพูดกันมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ 555 พวกนั้นบอกน้องสวยน่ารักขยันด้วย ผมก็ยังไม่เห็นหน้าหรอก แต่พวกนั้นพูดกันไม่หยุดจนตอนนี้อยากเห็นแล้วเนี่ย” ไอ้บอสพูดขณะตักข้าวเข้าปาก
“งั้นเหรอ” ผมตอบและกินข้าวต่อไม่สนใจ
จะว่าไปผู้หญิงที่ชื่อแอร์น่าจะขยันจริงๆ อะแหละ ตั้งแต่ได้ยินชื่อมามีแต่เรียกให้ช่วยทำงานนั่นโน่นนี่ ส่วนจะสวยน่ารักเหมือนไอ้บอสโม้มั้ยก็อีกเรื่อง ต้องได้เจอก่อนถึงจะบอกได้
ผมกินข้าวเสร็จแยกจากไอ้บอสขึ้นไปทำงานต่อช่วงบ่าย วันนี้เลิกงานตามเวลาปกติไม่มีกะดึก ส่วนใหญ่จะอยู่ดึกเพราะมีเคสผ่าตัด รีบไปทำงานให้เสร็จดีกว่าเพราะวันนี้อยากเข้าครัวที่ร้านอาหาร
“น้องแอร์ครับ พี่ขอประวัติผู้ป่วยเตียง 4 ด้วยนะครับ” ไม่ทันก้าวเท้าออกลิฟต์ก็ได้ยินชื่อแอร์อีกแล้ว
“ค่ะ เดี๋ยวเอาไปให้นะคะ” แอร์ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส
ผมมองเห็นแค่ด้านหลัง แอร์กำลังช่วยผู้ป่วยปรับเตียง ผมเดินอ้อมพยายามมองหน้าแต่คนตัวเล็กเดินเร็วเข้าห้องพักไปซะก่อน ผมถอนหายใจอย่างรู้สึกเสียดายและยิ้มขำที่กำลังทำอะไรไร้สาระแบบนี้ ก่อนจะส่ายหัวปัดความคิดและเดินไปทางห้องพักตัวเองเพื่อรอตรวจคนไข้ช่วงบ่าย
แต่ขนาดผมตรวจคนไข้ในห้องก็ยังได้ยินคนเรียกชื่อแอร์เป็นระยะ เรียกใช้อย่างกับเป็นคนใช้ของตัวเองงั้นแหละ แล้วเจ้าตัวไม่คัดค้านอะไรด้วยนี่สิ ไม่เหนื่อยรึไง?
“คนสุดท้ายแล้วค่ะ วันนี้ได้พักเร็วหน่อย ดีจังนะคะ” พี่แก้วยื่นแฟ้มประวัติให้ ผมรับมาเปิดดูระหว่างรอคนไข้เข้ามาตรวจ
วันนี้เสร็จงานเร็ว ผมอยากรีบกลับไปพักแล้วเหมือนกัน ถึงจะชอบทำงานมากแค่ไหนก็อยากมีเวลาพักร่างกายตัวเอง ผมตรวจคนไข้คนสุดท้ายเสร็จก็เตรียมของจะกลับ แต่เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเลยนั่งเล่นโทรศัพท์รอ
ครืด~ เสียงประตูห้องเปิด ผมเงยหน้ามอง
“คุณหมอธีระใช่มั้ยคะ?”
“ครับ” ผมตอบด้วยสีหน้าตะลึง
“พอดีคนไข้ของคุณหมอรู้สึกเจ็บที่หน้าอก ช่วยไปดูให้หน่อยนะคะ”
“อ่อครับ” ผมลุกจากเก้าอี้ใส่เสื้อกาวน์และเดินตามแผ่นหลังเล็กที่ผมอยากเห็นหน้ามาทั้งวัน แอร์สินะ
ผมเผลอยิ้มไม่รู้ตัว สบายใจแล้วแหละได้เห็นหน้าสักทีและอีกอย่างก็...สวยน่ารักจริงอย่างที่ไอ้บอสโม้
แอร์เดินนำผมมาที่เตียงคนไข้แล้วยืนรอปลายเตียง ผมเข้าไปตรวจอาการคนไข้แต่อัตราการเต้นหัวใจปกติดี
“เจ็บแบบไหนครับ?” ผมถามอาการเพื่อวินิจฉัย อาการเจ็บมีหลายแบบแต่ละแบบจะบอกโรคที่เป็น
“เจ็บที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณหมอทั้งวันไงคะ” คนไข้ส่งสายตาหวานเยิ้มให้ผม นี่คือเด็กอายุ 15 ปี ผมถอนหายใจยิ้มแห้งๆ
“คนไข้อย่าแกล้งหมอสิครับ ไม่ได้เจ็บจริงๆ ใช่มั้ย?” ผมถามย้ำ
“ (เขิน) หนูอยากเห็นหน้าหมอหนิคะ เพราะหมอเป็นคนที่ได้เห็นหัวใจหนูคนเดียว หนูเลยตกหลุมรักหมอไง” คนไข้ม้วนตัวเขิน แอร์เดินหนีทิ้งให้ผมรับมือคนเดียว ผมฝืนยิ้มที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจคนไข้
กว่าผมจะขอตัวออกมาได้ สรุปวันนี้เลิกงานตรงเวลาเป๊ะ ผมกลับห้องพักเพื่อไปเอาของ เห็นแอร์เก็บของจะกลับบ้านเหมือนกันเลยกะจะเดินเข้าไปทัก
“น้องแอร์ครับ จะกลับแล้วเหรอ?” หมอจากแผนกอื่นเดินเข้าไปหาแอร์ก่อน ดีที่ผมเบรกไว้ทัน
“ค่ะ กำลังจะกลับค่ะ” แอร์ตอบ
“งั้น...ไปกินข้าวกับพี่มั้ย? พี่ก็กำลังจะกลับพอดี” หมอคนนั้นมองแอร์ด้วยสายตาหื่นดูไม่ปลอดภัย แอร์เริ่มแสดงสีหน้าหวาดระแวงเล็กน้อย
“แอร์ ผมขอประวัติคนไข้เมื่อกี้หน่อยครับ” ผมเดินเข้าไปโดยไม่ทันคิด พูดออกไปมั่วๆ แต่ดันเนียน ก็แบบว่าได้ยินประโยคแบบนี้ทั้งวัน หมอคนนั้นชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ผมทันที
“อ่อค่ะ เดี๋ยวฉันไปเปิดคอมเอาให้ค่ะ” แอร์ทำหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด เดินเข้าห้องพักพยาบาลทันที ผมโค้งให้หมอคนนั้นแบบส่งๆ หมอคนนั้นทำหน้าไม่พอใจเดินไปขึ้นลิฟต์
ผมเดินตามแอร์เข้ามาในห้องพักพยาบาล คนอื่นไปพักกันหมดเพราะช่วงนี้ไม่มีคนไข้ แอร์กำลังจะเปิดคอมผมจับมือเล็กไว้ทัน แอร์หันมองผมตาโตอึ้ง
“ไม่ต้องแล้วกลับบ้านเถอะ” ผมพูดพร้อมดึงมือแอร์ออกจากห้องพักพยาบาล แอร์ดึงมือกลับ ผมพึ่งนึกได้ว่าจับมือแอร์
“งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันเอาไปให้นะคะ” แอร์ก้มหน้าพูดไม่สบตาผม
“โอเคครับ แล้วกลับยังไงให้ไปส่งมั้ย?” ผมถาม แอร์เงยหน้าสบตาผมพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีที่ต้องไปต่อ ขอตัวเลยนะคะ” แอร์พูดจบรีบเดินไปขึ้นลิฟต์ ผมมองตามด้วยความสงสัย เพราะผมน่ากลัวเหรอ? หรือยังไง? รู้สึกเหมือนโดนมองเป็นโรคจิตเลยว่ะ แล้วเมื่อกี้ไปจับมือเค้าด้วยสิ





