“จากใครล่ะ”
“ไม่รู้สิ มึงซ่อนใครที่กูไม่รู้จักเอาไว้หรือเปล่าล่ะ”
“มึงก็รู้ว่ากูไม่มีใคร”
“แล้วชญาดาล่ะ แอร์สาวดีกรีนางเอกสาวหน้าใหม่มาแรงของวงการ ได้ข่าวว่าจิ้มกับมึงแล้ว”
“มึงพูดดีๆ” ภูริชทำเสียงดุๆ ใส่ ธัญญ์จึงหัวเราะออกมาอย่างถูกใจที่แหย่เสือหลับให้ตื่นมาดุร้ายได้
“กูพูดผิดสินะ มึงกับน้องดาจิ้นกันอยู่ แต่ไอ้เรื่องจิ้มนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่าบอกนะว่ามึงยังไม่ได้จิ้ม ก็น้องเขาออกจะชัดเจนว่าเต็มใจให้มึงจิ้มขนาดนั้น” ธัญญ์รุกไล่เอาคำตอบไม่หยุด แต่ภูริชยังไม่ได้ตอบในสิ่งที่เขาถาม เพราะสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน
“นั่นหมอหนึ่งพี่สาวมึงหรือเปล่า”
“มากับผัวชาวบ้านอีกตามเคยสินะ” ธัญญ์แค่นยิ้มก่อนจะหันไปมองทางหมอสาวอย่างเย้ยหยันผิดวิสัยพี่น้องทั่วไป
“มึงทำเสียงแบบนั้น เหมือนว่ากำลังหวงหรือว่าหึงพี่สาว”
“มึงว่ากูควรจะรู้สึกอย่างไหนล่ะ”
“ไม่รู้สิ อาจจะทั้งสองอย่าง”
“เที่ยวรู้ใจคนอื่นไปทั่ว แล้วมึงล่ะคิดจะส่องใจตัวเองบ้างมั้ย”
“กูไม่มีอะไรที่ต้องส่องนี่”
“แสดงว่ารู้ใจตัวเองดีอยู่แล้ว” พูดแค่นั้นดาราหนุ่มก็ลุกพรวดพราดขึ้น
“นั่นมึงจะไปไหน”
“มึงดื่มต่อกับไอ้ปริญเถอะ กูต้องไปจัดการพี่สาวนอกไส้ของกูก่อน กลัวจะเมาแล้วขึ้นขย่มผัวชาวบ้านกลางร้าน” ว่าแล้วธัญญ์ก็ก้าวตรงไปหาพี่สาวตัวเอง ภูริชกับปริญมองตามแวบเดียวก็หันมาจัดการกับเครื่องดื่มบนโต๊ะต่อ
“กูว่ามันหึง” ปริญรำพึงเบาๆ
“เหมือนที่มึงกำลังรู้สึกกับน้องสาวมึงหรือเปล่า”
“จะเหมือนได้ยังไงวะ”
“นั่นน่ะสิ ในเมื่อมึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับน้องสาวตัวเอง นอกจากหวงในฐานะพี่ชายใช่มั้ย”
“มึงเที่ยวล้วงความรู้สึกคนอื่นไปทั่ว แต่ใจตัวเองเสือกไม่รู้ บอกมาดีกว่าว่ามึงอกหักจากใคร” ปริญหรี่ตามองอย่างค้นคว้ากึ่งจับพิรุธ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าต่อให้เมาหัวราน้ำแค่ไหน คนปากหนักอย่างภูริชก็ไม่มีทางแพร่งพรายความในใจออกมาให้ใครรู้เด็ดขาด
ในห้องโถงของบ้านจันทร์ฉาย หลังจากที่ภูริชก้าวพรวดพราดออกไปแล้ว ตอนนี้คุณหญิงจันทร์จรีนั่งหน้าเจื่อน ไหนจะสงสารเด็กสาวที่ตนจับจองไว้เป็นลูกสะใภ้มาเนิ่นนานหลายปีตั้งแต่เธอยังเด็กเลยก็ว่าได้ ไหนจะละอายต่อปภาซึ่งเคยเป็นพี่เลี้ยงและเพื่อนสนิทของตน
“ฉันต้องขอโทษด้วยนะปูที่ลูกชายของฉันเสียมารยาทแบบนั้น” คุณหญิงจันทร์จรีเอ่ยขอโทษอีกครั้งหลังจากปภาเข้ามานั่งข้างๆ ลูกสาวแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหญิง ปูไม่ถือสาคุณภูหรอกค่ะ”
“ขอโทษหนูพรรษด้วย” คุณหญิงหันไปทางว่าที่สะใภ้ที่ตอนนี้นั่งหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ ผู้เป็นมารดา
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า”
“ตาภูนี่ก็เหลือเกิน ต่อไปสองครอบครัวเราก็จะเป็นญาติกันจริงๆ แล้ว ทำไมถึงตั้งแง่กับหนูพรรษนักก็ไม่รู้”
คุณหญิงจันทร์จรีรำพึงด้วยท่าทีหนักใจ หากแต่พรรษรดาต่างหากที่หนักใจกว่า ใครว่าเธอมีสิทธิ์เลือกกันเล่า แท้จริงแล้วตัวเลือกเดียวของเธอก็มีเพียงภาสกรเท่านั้น ส่วนภูริชน่ะหรือ เธอไม่กล้าอาจเอื้อมหรอก ในเมื่อเขาไว้ตัวและเย่อหยิ่งใส่เธอมาตลอดเช่นนั้น แม้ใครจะไม่รู้ แต่เธอรู้ดีอยู่แก่ใจเลยล่ะว่าทำไมภูริชถึงได้รังเกียจเธอนัก เพราะชาติกำเนิดอันแสนต่ำต้อยของเธอ และเพราะเธอเคยทำกระต่ายตัวโปรดของเขาตายเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนนั่นเอง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า พรรษชินแล้วจริงๆ” พรรษรดาตอบพลางคิดถึงชาติกำเนิดตัวเองอยู่เงียบๆ ยายของเธอเป็นนางข้าหลวงและเป็นแม่นมของคุณหญิงจันทร์จรี ปภาแม่ของเธอเกิดและเติบโตในบ้านหลังนี้ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและเป็นเพื่อนเล่นกับคุณหญิง แม้ตอนหลังแม่จะแต่งงานออกเรือนไป แต่แม่ก็เป็นเพียงอนุของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงและมีศักดิ์ศรีใดๆ ทุกวันนี้เธอกับแม่ก็ยังใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ที่บ้านสวนซึ่งเป็นมรดกของยาย โดยที่พ่อแค่เทียวไปเทียวมากระทั่งท่านเสียชีวิต เธอกับแม่ก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังใหญ่อีกเลย
เมื่อสมัยยังเด็ก พ่อกับแม่มักจะพาเธอมาเยี่ยมเยือนที่บ้านจันทร์ฉายเสมอ เพราะพ่อเป็นเพื่อนกับท่านคฑาวุธและแม่กับคุณหญิงจันทร์จรีก็สนิทสนมกันมาก เธอจึงคุ้นเคยกับภาสกรและภูริชเป็นอย่างดี ทว่าคนที่ใจดีกับเธอมาตลอดก็มีแค่ภาสกรเท่านั้น
ไม่แปลกหรอกหากภูริชจะรังเกียจและตั้งแง่ใส่เธอ เธอต่ำต้อยมากเมื่อเทียบกับเขา เป็นแค่ลูกสาวของเมียรอง อีกทั้งแม่และยายก็เคยเป็นคนรับใช้ในบ้านหลังนี้มาก่อน
“ป้าก็ไม่หวังหรอกว่าหนูพรรษจะเลือกตาภู ก็ในเมื่อลูกชายคนเล็กของป้าขวางโลกขนาดนั้น หนูพรรษเลือกตาภาสก็ดีเหมือนกัน ป้าจะได้วางใจว่าตาภาสจะดูแลน้องอย่างดี ว่าแต่เราไม่ได้ซุกใครเอาไว้ใช่มั้ยตาภาส” คุณหญิงหันไปถามลูกชายเสียงดุๆ และคาดคั้น ภาสกรจึงหัวเราะร่วน
“ก็มีบ้างตามประสาผู้ชายล่ะครับแม่ แต่ผมยังไม่ได้จริงจังกับใคร เพราะแม่ย้ำมาตลอดว่าหมั้นพรรษไว้ให้ผมกับภูแล้ว รอแค่ให้พรรษเลือกเท่านั้น”
“ให้มันจริง ไม่ใช่พอถึงวันแต่งมีผู้หญิงอุ้มลูกมาพังงานนะ”
“โธ่ แม่ครับ ผมรับรองว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแน่นอน ขอบคุณนะที่เลือกพี่ พี่เป็นผู้ชายที่โชคดีมากเลยล่ะ” ประโยคหลังภาสกรพูดและยิ้มให้กับหญิงสาวที่ตนเห็นและสนิทสนมมาตั้งแต่เด็ก พรรษรดาหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู พอโตขึ้นก็สวยคมชวนมอง แม้อาจจะไม่ได้ปราดเปรียวเหมือนสาวๆ ในวงสังคม แต่ก็ถูกอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี มีคุณสมบัติหลายอย่างที่คุณหญิงจันทร์จรีชื่นชอบ ทำให้เธอถูกตีตราจองเป็นสะใภ้ของบ้านจันทร์ฉายมาตั้งแต่ต้น





