ภายในบ้านจู่ๆ ก็ตกอยู่ภายในความเงียบซะงั้น “เอ่อ คุณคาถาขึ้นไปนอนพักบนห้องของณิก่อนมั้ยคะ” เอ่ยถามคนข้างกายเมื่อหลังจากมอบรสจูบแสนดูดดื่มให้เธอแล้วเขาก็เอนตัวนอนหนุนตักเธอพร้อมหลับตาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่างจากเธอที่นั่งตัวแข็งทื่อใบหน้าแดงระเรื่อใจเต้นตุ้บตั้บอย่างตื่นเต้น
“ผมขอนอนตรงนี้ก่อนได้มั้ยครับ พักสายตาสักแปปเเดี๋ยวผมพาไปตลาดหาซื้ออะไรกิน”
“ได้ค่ะ ณิแค่กลัวคุณจะนอนไม่สบาย”
“สบายครับ ได้หนุนตักณิผมนอนสบาย”
“ถ้างั้นนอนเถอะค่ะ”
“ครับ” หลับตาลงอีกครั้ง ส่วนคณิกาเธอก็ยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมากดเล่นอะไรไประหว่างรอเขาหลับ เธอทักถามนิ่มก็พบว่าออกจากบ้านไปทันทีหลังจากคุณคาถามารวมถึงคนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ถึงว่าทำไมบ้านเงียบที่ไหนได้มีเธอกับเขาอยู่แค่สองคน สองคนงั้นเหรอ?
แต่ว่าก็ควรทำใจทำตัวให้ชินสินะ จากนี้ไปจะต้องเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ สู้สู้นะคณิกาเธอเป็นคนที่เขาโปรดปรานแล้วก็ควรดีใจและใช้ชีวิตอยู่กับเขาไป
เฮ้ออ! เป็นประโยคปลอบใจตัวเองที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยจริงๆ
….
“อืมม” ร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นนั่งพร้อมบิดตัวเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากหาวก่อนจะนิ่งชะงักไป ก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่านั่งให้คุณคาถาหนุนตักแล้วไหงตอนนี้กลายเป็นเธอที่นอนสบายอยู่บนที่นอนได้ล่ะ?
แกร่ก! ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกโดยคาถา เขานุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันรอบเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ตามตัวยังคงมีน้ำเกาะบ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการอาบน้ำมา คณิกาหยัดกายลุกขึ้นนั่งยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองก่อนจะก้าวลงจากที่นอน
“ณิหลับตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้” บอกเสียงอ่อนๆ ใบหน้าเรียวสวยซับสีเลือดราวกับเขินอายที่เผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว
“เมื่อตอนที่ผมกำลังจะหลับสนิทครับ”
“อะ อ่อ คุณคาถาคงไม่ได้หลับเลยใช่มั้ยคะ”
“ก็ประมาณนั้น เดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาไปตลาดนะคุณจะไปล้างหน้าล้างตาก่อนรึเปล่า?”
“อืม ณิขอไปล้างหน้าก่อนนะคะ” พูดจบก็เดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในห้องน้ำจัดการล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองสดชื่น “เฮือกก!” หันกลับมาทางประตูห้องน้ำก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อคาถายืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำที่ไม่รู้ว่าเปิดเข้ามาตอนไหน
“ผ้าขนหนูครับ ผมเห็นคุณไม่ได้ถือมันเข้าไป” ยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้คณิกาที่ก็รับมาซับหน้า ดวงตากลมใสจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงไล่สายตาลงมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หน้าท้องซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวยบ่งบอกว่าเขาเป็นคนรักสุขภาพออกกำลังกายบ่อย
“ผมชอบนะครับเวลาที่คุณมองสำรวจร่างกายผมแบบนี้”
“ณิ…”
“คุณต้องแต่งหน้าอีกมั้ยครับ เดี๋ยวผมนั่งเล่นโทรศัพท์รอบนโซฟานะ” พูดจบก็โน้มใบหน้าไปหอมแก้มนุ่มของคนตัวเล็กที่เหมือนจะยังชะงักค้างไปกับประโยคก่อนหน้านี้ของเขาที่จับได้ว่าเธอมองสำรวจ
ก็นะ...ไม่ได้แอบสักหน่อยเขาจะเห็นก็คงไม่แปลกอะไร
“ณิทาแค่ลิปมันกับปะแป้งเล็กน้อย” เสียงหวานกล่าวตามหลังคาถาก่อนที่เท้าบางจะเดินไปหยุดหน้าโต๊ะเครื่องแป้งหยิบแป้งฝุ่นมาทาพร้อมเคลือบปากด้วยลิปมันเพียงแค่นั้น
“อ่า แค่นี้ก็น่ารักแล้ว” ชายหนุ่มว่าพลางเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวร่างเล็ก มือหนาจับคางเรียวยกขึ้นก่อนจะก้มลงไปจุ๊บปากคณิกาเบาๆ เธอเม้มปากตัวเองเล็กน้อยก้มหน้างุดมองพื้นอย่างไม่กล้าสบตาเขาที่เจอกันไม่ถึงหนึ่งวันเขาจุ๊บและหอมเธอไปแล้วเกือบห้าครั้ง!
“เรา เราจะไปกันเลยมั้ยคะ”
“ไปสิครับ ณิเขินที่ผมจุ๊บเหรอ?” อดที่จะถามไม่ได้แม้จะรู้และเห็นว่าใบหน้าเธอแดงปลั่งเหมือนลูกมะเขือเทศ
“ปะ เปล่าค่ะ”
“แต่แก้มคุณแดงมากเลยนะครับ”
“เพราะณิร้อนต่างหากค่ะ” หยิบยางขึ้นมารวบผมไว้แบบหลวมๆ
“งั้นเหรอ”
“ค่ะ ไปกันเถอะ” เดินไปจับมือหนาแล้วดึงเขาให้เดินตามหลังลงไปยังชั้นล่าง คาถามองร่างเล็กที่มีความสูงเพียงหน้าอกเขาซึ่งพอก้มลงไปจะเห็นแต่ศีรษะที่หางม้าสะบัดไปมาตามแรงเดินของเธอ
“คืนนี้ผมจะกินคุณนะครับ”
“คะ?”
“ผมจะกินคุณ”
“อืม เอ่อ…” ติดอ่างไปโดยปริยาย
“ผมได้ข่าวมาว่าคุณเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คุณอายุยี่สิบใช่มั้ย?” เหมือนเขาจะเห็นว่าเธอช็อตไปกับประโยคของเขา คาถาจึงหาเรื่องอื่นมาพูดกับเธอแล้วเดินเข้าไปในรถซึ่งคณิกาก็เดินตามเข้าไปนั่งข้างเขา
“ค่ะ”
“เก่งมากเลยนะครับเรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุยี่สิบ”
“ขอบคุณค่ะ”
“เรื่องของเราผมคงไม่ต้องพูดอะไรกับคุณอีก แล้วคุณมีเรื่องอะไรอยากถามผมหรือเปล่าครับ” มองหน้าคนข้างกายแล้วสตาร์ทรถขับออกจากตัวบ้านไป
คณิกาเป็นผู้หญิงที่สวยตรงสเปคเขาทุกอย่าง สำหรับเขาแล้วเธอเปรียบเสมือนเพชรน้ำดีที่ไม่มีจุดด่างพร้อยเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาก็จะถนอมเธอให้ได้มากที่สุด
แม้จะรับรู้มาจากมือขวาที่คอยตามสืบเรื่องของเธอมาว่าเธอดื้อซนและแสบมากก็ตาม เขาจะพยายามใจเย็นกับเธอ อ่อนโยนกับเธอเท่าที่จะทำได้...
“ณิต้องแต่งงานกับคุณด้วยมั้ยคะ”
“แต่งครับ”
“แล้ว…ต้องมีลูกด้วยหรือเปล่า?”
“มีสิ ผมคิดว่าคุณน่าจะอ่านรายละเอียดครบแล้วซะอีก”
“ณิอ่านครบค่ะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณคาถาต้องการภรรยาจริงๆ หรือแค่อยากได้แค่คู่นอน มันอาจจะไม่สมควรพูดแต่ณิคิดแบบนั้นจริงๆ” คณิกาพูดไม่ค่อยเต็มปากนักเพราะกลัวจะโดนเอ็ด
เขาเป็นผู้ชายที่รูปหล่อ รวย สามารถหาสาวสวยหาว่าที่ภรรยาได้ด้วยตัวเองแต่ไม่ทำกลับมาเปิดรับสมัครเอาแบบนี้ซึ่งเธอคิดมาตลอดว่าเขาแค่ต้องการหาเด็กเลี้ยงไว้บำเรอตัวเองเท่านั้นเพราะผู้หญิงที่เขาต้องการต้องมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์และไม่เกินยี่สิบห้าปีซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้หญิงที่มาสมัครมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คนอื่นจะยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบห้าประมาณนั้น
“เพราะอะไรถึงคิดว่าผมอยากได้ผู้หญิงมาบำเรอตัวเองครับ?”
“เพราะผู้หญิงที่คุณคาถาต้องการมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบและไม่เกินยี่สิบห้า คุณคาถาอายุสามสิบนิดๆ ณิคิดว่าคุณเหมาะสมกับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมากกว่า”
“ผมไม่ได้ต้องการความเหมาะสมเพราะผมไม่ชอบคนที่อายุเท่ากันหรือมากกว่า”
“ทำไมคะ?”
“ผมไม่ชอบให้ใครมาชี้นิ้วสั่งผม อีกอย่างผมเป็นคนที่ชอบเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เด็กๆ สำหรับผมน่ารักและเชื่อฟังดีครับแต่ก็ไม่รู้ว่าณิจะเชื่อฟังเป็นเด็กดีกับผมรึเปล่า”
“ณิดื้อค่ะ”
“ถ้ารู้ตัวก็รีบปรับตัวนะครับ”
“คุณคาถาควรเลือกผู้หญิงคนอื่นมาแทนณิสิคะ”
“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ ผมไม่ใช่คนหลายใจนะครับ”
พ่อพระเอกของฉัน! คุณจะแสนดีขนาดนี้เชียวเร้อ?
“คุณชอบณิมั้ยคะ”
“อยากให้ผมชอบมั้ยล่ะครับ”





