เมื่อถึงตลาดคณิกาก็เดินลงรถตามหลังคาถาลงไป ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขาซึ่งเหมือนเขาก็ไม่ได้อยากฟังคำตอบนั้นจากเธอสักเท่าไหร่ ดวงตากลมโตของคณิกามองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้ามองไปมองมาจู่ๆ ก็หลุดยิ้มออกมาซะงั้น
คาถาเป็นผู้ชายที่หล่อตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม แม้อายุจะสามสิบนิดๆ แต่รูปร่างหน้าตายังคงดูดีมีภูมิฐาน ที่สำคัญเขาไม่ถือเนื้อถือตัวเลยสักนิด ดูจากการมาเดินตลาดด้วยท่าทางชิลล์ๆ ไม่มีความรังเกียจกลิ่นคาวของปลาหรือเนื้อสัตว์เลยแม้แต่น้อย
ยิ่งตอนที่เขายืนเลือกไก่ย่างด้วยตัวเองมันยิ่งทำให้คณิการู้สึกถูกใจเขากว่าก่อนหน้าที่จะเจอกันอีก เธอเคยคิดว่าผู้ชายที่หล่อมีเงิน มีธุรกิจส่วนตัวมากมาย มีหน้ามีตาในสังคมจะต้องเย่อหยิ่งไม่ลดตัวลงมาทำอะไรแบบนี้ คนแบบนั้นอาจจะมีเป็นส่วนมากแต่มันก็ไม่ใช่กับเขา
“ผมชอบนะครับเวลาที่คุณมองผมด้วยแววตาที่หลงใหลแบบนั้น” คาถาที่รับถุงไก่ย่างเกือบสิบกว่าไม้มาจากแม่ค้าหลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วหันมามองหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าตลอดเวลา
และเหมือนว่าความหล่อของเขาจะสร้างปัญหาให้เธอกลายเป็นคนไม่จิตวิญญาณไปแล้วถึงได้นิ่งชะงักไปแบบนั้น คาถายื่นมือไปบิดปลายจมูกคณิกาเบาๆ จนเธอรู้สึกตัว
“คะ?”
“อยากกินอะไรครับ?”
“อืม ณิอยากกินยำ” อยากกินอะไรก็ได้ที่ทำให้คืนนี้ท้องเสียจนไม่สามารถได้หลับนอนร่วมเตียงกับเขาได้น่ะ
“ไว้เป็นวันอื่นนะครับ วันนี้คุณต้องทำงานหนัก”
“แต่ณิอยากกินวันนี้นะคะ” ออดอ้อนเขาทางสายตา
“หมึกย่างเป็นไงครับ” เดินนำร่างเล็กไปหยุดหน้าร้านหมึกย่างร้านข้างๆ อย่างไม่ได้สนใจประโยคก่อนหน้านี้ของเธอเลยแม้แต่น้อย “ถ้างั้นเอาเป็นไก่ทอดอีกก็แล้วกัน ผมชอบกินไก่” ขยับจากร้านหมึกย่างไปร้านไก่ทอด
“แต่ณิไม่ชอบ”
“อันนั้นก็เรื่องของคุณครับ”
“…”
“อยากกินอะไรเดินนำไปนะครับ ผมให้ใช้เวลาในตลาดแค่ครึ่งชั่วโมง” บอกเสียงเรียบรับไก่ทอดหกเจ็ดน่องที่อยู่ในถุงหูหิ้วมาถือไว้แล้วเดินตามร่างเล็กที่กำมือแน่นทุบขาตัวเองเบาๆ ขณะเดินตามทาง
สุดท้ายแล้วคณิกาเธอก็ได้เป็นขนมโตเกียว เกี๊ยวกุ้ง ข้าวมันไก่และน้ำแตงโมปั่น ได้สิ่งที่ต้องการทั้งคู่ก็พากันกลับมายังบ้านนั่งทานของที่ซื้อมาบนพื้นติดโซฟากลางบ้าน
“หน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่า คุณมองผมตลอดเลย”
“ณิคิดว่าคุณจะไม่ชอบการเดินตลาดและไม่คิดว่าจะนั่งพื้นทานแบบนี้” แม้อาหารจะถูกวางบนโต๊ะตัวเตี้ยด้านหน้าโซฟาแต่เธอคิดว่าคนส่วนใหญ่คงไม่นั่งพื้นทานหรอก
“ผมเป็นคนง่ายๆ ครับ”
“แล้วปกติตอนที่อยู่กรุงเทพฯ นอกจากทำงานคุณคาถาทำอะไรในเวลาว่างบ้างเหรอคะ”
“ถ้าเป็นกลางวันก็นอน ส่วนกลางคืนก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ”
“อ่อ เหมือนณิตอนเมื่อก่อนเลยค่ะ” ตอนนั้นเรียนอยู่ที่อังกฤษเธอก็ใช้ชีวิตแบบนั้น นอกจากเรียนก็นอนและเที่ยวปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่พอกลับมายังไม่ทันได้หยิบใบปริญญาขึ้นมาอวดพ่อกับแม่พวกท่านก็บอกว่าไม่ต้องเอาของออกจากกระเป๋าพร้อมส่งตัวมาที่นี่แหละ
“อยากกลับบ้านมั้ยครับ ผมให้โอกาสคุณตัดสินใจครั้งสุดท้าย”
“อยากกลับ แต่ไม่มีบ้านแล้วนี่สิคะ”
“พ่อกับแม่ล่ะ”
“ไปอยู่บ้านป้า”
“ก็ไปอยู่กับพวกเขาสิ”
“บ้างครั้งณิก็คิดนะว่าพวกเขารักณิจริงมั้ย พ่อกับแม่ตามใจณิมาตลอด ไม่เคยดุด่าว่าณิไม่เคยเคร่งครัดอะไรกับณิแต่จู่ๆ ก็ให้มาสมัครเป็นภรรยาของคุณแบบนี้”
“บางทีพวกท่านอาจจะหวังดี”
“ณิก็พยายามคิดแบบนั้น ส่วนป้าน่ะ ณิไม่ถูกกับเขาหรอกเพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบตามใจเหมือนลูกคุณหนูทำให้ป้าไม่ชอบ”
“เหตุผลแค่นั้น?”
“ก็แค่นั้น ป้ามีลูกหลายคนน่ะสามสี่คนและเพราะมีเยอะจึงตามใจทุกคนไม่ได้ แกอยากให้ลูกสุขสบายเหมือนณิแต่ตัวเองทำไม่ได้ก็เลยพาลมาไม่ชอบณิที่มีชีวิตดีกว่าลูกสาวแก”
“ทำไมเขาไม่พยายามให้มากขึ้นล่ะ ไม่ชอบคุณเพราะแค่ว่าคุณมีชีวิตที่ดีกว่าลูกตัวเองเนี่ยนะ” ความคิดของคนในครอบครัวเธอแปลกจริงๆ แหละ
“ช่างเถอะค่ะ แม้ณิจะไม่ได้เต็มใจมาแต่หากได้มาแล้วมีชีวิตที่ดีเหมือนที่ผ่านมา ณิก็จะพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี” ดูจากการกระทำของเขาแล้วไม่ได้น่ากลัวหรือเป็นการบีบบังคับเธอจนเกินไป อีกอย่างเขายังหล่อกว่าในจินตนาการของเธออีก ฐานะก็ดี ทุกอย่างล้วนดีไปหมดแค่เธอเปิดใจยอมรับทุกอย่างก็คงผ่านไปได้ด้วยดีแหละ…มั้ง
“ผมไม่บังคับใครนะครับ แต่หากเต็มใจที่จะอยู่ก็ช่วยอยู่แบบเต็มใจด้วยผมต้องการภรรยาเพื่อสร้างครอบครัวจริงๆ”
“คุณไม่มีเพื่อนหรือคุณรู้จักที่สนิทพอที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เลยเหรอคะ?”
“คนพวกนั้นก็ล้วนแล้วแต่จะจับผมกินอย่างเดียวแหละ”
“แล้วคุณไม่คิดว่าณิจะเป็นคนแบบนั้นบ้างเหรอคะ ณิอาจจะจับคุณกินหลอกเงินคุณแล้วหนีไปก็ได้นะ”
“ถ้าเป็นคุณผมอาจจะเต็มใจให้หลอก”
“...ณิอิ่มแล้ว” มองจานเปล่าตรงหน้าแล้วยกพวกมันไปล้างในครัว เสร็จก็เดินกลับออกมา
“ไปอาบน้ำกันนะครับ จะสองทุ่มแล้ว”
“ยังอยากนั่งเล่นอยู่เลยค่ะ” เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา คาถาที่ดูออกว่าเธอจะหาเรื่องถ่วงเวลาไม่ให้ตัวเองโดนเขาจับกินก็ได้แต่หัวเราะในลำคอ
“ถ้างั้นผมขอขึ้นไปหยิบถุงยางในกระเป๋าบนห้องก่อนนะครับ”
“ถุงยางอะไรคะ?”
“ถุงยางอนามัยไงครับ คุณคงขี้เกียจเดินส่วนผมเองก็ขี้เกียจอุ้มถ้างั้นเอาบนโซฟาก็ได้ครับถ้าคุณไม่ติดอะไร”
“ณิขึ้นไปบนห้องก็ได้ค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แล้วกระทืบเท้าปึงปังเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ครั้งแรกบนโซฟามันคงจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ แม้จะไม่อยากยอมแต่ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีฉะนั้นครั้งแรกของเธอก็ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ
“คุณเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” หันไปถามเขาที่ปิดประตูห้องแล้ว กระเป๋าเป้ใบไม่ใหญ่ไม่เล็กคาดว่าด้านในน่าจะมีเสื้อผ้า เสื้อผ้างั้นเหรอ? ก็แสดงว่าเขาเตรียมตัวมาพร้อมที่จะนอนที่นี่อยู่แล้วสิ
“ให้คนเอามาให้ตอนที่คุณหลับ”
“เหรอคะ” ตอนตื่นก็ไม่ได้สังเกตด้วยสิ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเลยนะ
“ครับ” เดินไปเปิดกระเป๋าเป้พร้อมหยิบกล่องสีขาวออกมาวางไว้บนที่นอนแล้วเดินถือกระเป๋าไปใส่ตู้เสื้อผ้าค้นหาชุดที่ต้องการแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผ้าขนหนู
“อะไร” คณิการำพึงกับตัวเอง เดินไปนั่งบนที่นอนชำเลืองตามองทางห้องน้ำ เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลลงมาแล้วเธอจึงหันกลับมาสนใจกล่องสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง
มือเล็กเอื้อมไปหยิบมันยกขึ้นมาเขย่าเบาๆ มวลไม่หนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนเกินไปและความสงสัยก็ทำให้เธอถือวิสาสะเปิดมันออกและมองเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปิดมันกลับคืน
ถุงยางอนามัยเกือบยี่สิบกว่าชิ้น!
เธอควรหนี หนีได้มั้ยนะ? เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าควรจะถามใครแต่…
“ดูเสร็จแล้วเข้ามาอาบน้ำพร้อมผมเลยก็ได้นะครับ” ประตูห้องน้ำที่ถูกแง้มออกมีเสียงของคนด้านในดังขึ้นทำให้คณิการีบดีดตัวลุกขึ้นยืนมีท่าทางร้อนลนแบบสุดๆ เมื่อถูกจับได้ว่าแอบเปิดกล่องนั้นของเขาดู
“ณิ ณิหนาวค่ะไม่อยากอาบน้ำเลย”
“มีเครื่องทำน้ำอุ่นนี่ครับ”
“คุณคาถาอาบก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวณิค่อยอาบ”
“ผมไม่ชอบพูดมาก”
“…” ณิก็ไม่ชอบเหมือนกันแหละค่ะ! บ่นในใจแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูเดินตรงไปหยุดหน้าห้องน้ำ สูดลมหายใจเข้าออกในปอดลึกๆ แล้วยกมือขึ้นหวังจะเคาะประตู แกร่ก! แต่มันถูกเขาเปิดออกพอดี
“เข้ามาครับ”
“ณิ…” สิ่งแรกที่เธอมองควรจะเป็นใบหน้าของเขาแต่ไหงจู่ๆ ถึงไปจ้องเจ้างูหลามนั่นได้ล่ะ ทำไมมันใหญ่ยาวขนาดนั้น ทำไมมันดูน่ากลัวแบบนั้นนะ แล้วทำไมจะต้องไปสนใจมันด้วยเล่าณิเอ้ย!
“เพิ่งเคยเห็นสินะ ต่อไปนี้จะได้เห็นบ่อยๆ ครับ” ดึงมือเล็กให้เดินเข้ามาแล้วปิดประตูห้องน้ำ คณิกาสะบัดหน้าออกจากงูหลามยักษ์ก่อนจะเงยขึ้นไปสบตาคนตัวใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่ได้มีความกระดากอายเลยแม้แต่น้อย
“แก้ผ้าสิครับ รีบอาบจะได้ออกไปเอากัน”





