สามปีที่นางย้อนกลับมา สามปีก่อนที่กุ้ยเฟยในชาติที่แล้วจะจบชีวิตลง เป็นช่วงที่แคว้นหลวนหลีกำลังรุ่งโรจน์ แม่ทัพแห่งแคว้นหลวนหลี
ผู้รั้งตำแหน่งชินอ๋องนำทัพบุกตีแคว้นต่าง ๆ เพื่อรวมอำนาจ ส่วนแคว้นที่นางเกิดคือแคว้นหลุนอิง ซึ่งเป็นแคว้นที่อุดมไปด้วยเหมืองแร่และทองคำที่ตั้งอยู่ทางเหนือ
ก่อนนางสิ้นใจ นางเป็นกุ้ยเฟยในกษัตริย์แห่งแคว้นเฉินตี้ หากนับ
ดูแล้ว จากการที่นางย้อนกลับมาสามปี นั่นเท่ากับว่าตอนนี้กษัตริย์เฉินตี้พระองค์นั้นยังไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์เลยด้วยซ้ำ
นึก ๆ ดูแล้วแคว้นที่เรืองอำนาจในยุคนี้ มีทั้งสิ้นสี่แคว้นด้วยกัน แคว้นเฉินตี้ที่อยู่ทางใต้ แคว้นหลวนหลีที่อยู่ทางตะวันออก แคว้นหลุนอิง
ที่อยู่ทางเหนือ และแคว้นซ่งหย่าที่อยู่ทางตะวันตก
สามปีก่อนแคว้นหลวนหลียกทัพบุกตีแคว้นซ่งหย่าได้สำเร็จจากนั้นก็ยกทัพมาเพื่อตีแคว้นหลุนอิงต่อ ในกาลนั้นหลุนอิงที่ไร้กำลังต่อสู้ถูก
ปราบราบในเพียงไม่กี่ราตรี
ในกาลนั้นนางเคยได้ยินข่าวว่า สตรีทั่วแคว้นถูกจับมาเป็นของบรรณาการให้ชินอ๋องผู้เป็นแม่ทัพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไม่เว้นวัน หนึ่ง
ในนั้นคือบุตรีของที่ปรึกษาตู่จาง เหนียงเหนียง
และที่นางได้ยินต่อมาก็คือ สตรีผู้นี้ถูกชินอ๋องทิ้งไว้กลางสนามรบปล่อยให้นางถูกเหล่าทหารย่ำยีจากนั้นศพก็ถูกทิ้งอย่างเวทนากลายเป็นอาหารอีกาและแร้งฝูงใหญ่...
ให้นางกลับมาเกิดในร่างสตรีที่กำลังจะตาย สวรรค์ท่านแกล้งข้าหรือเปล่า!
“อันว่าสตรีร้อยเล่ห์ในวังหลวงหรือจะสู้สตรีเจ้าเล่ห์เช่นเจ้า แผนการเล่ห์กลต่าง ๆ เจ้าล้วนเคยผ่านเคยพบมาหมดแล้ว เรื่องแค่นี้ข้าคิดว่าเจ้าคงฉลาดพอจะผ่านมันไปได้นะ”
เสียงใคร?
เหนียงไป๋ในร่างเหนียงเหนียงมองไปรอบ ๆ เสียงนี้ไม่ใช่ในฝันแต่มีคนกำลังพูดอยู่กับนางจริง ๆ
“ข้าอยู่นี่”
เหนียงไป๋หันมองเบื้องล่างใต้เท้าอีกครั้งก็พบสัตว์ขนปุยสีขาว
ตัวหนึ่ง “แมว”
“ใช่”
“แมวพูดได้”
“ข้าเป็นคนที่ส่งเจ้ามา”
...หือ?...
“อย่าบอกนะว่าท่าน...”
ดวงตาแมวหันมองนาง “ใช่ ข้าถูกลงโทษที่ทำให้เจ้ามาอยู่ในร่างเหนียงเหนียงบุตรีของตู่จาง”
“สมน้ำหน้า”
“หึ ข้าว่าข้าควรพูดคำนั้นมากกว่า แทนที่จะเอาเวลามาโกรธเคืองข้า สู้คิดหาวิธีให้รอดพ้นราตรีนี้ไม่ดีกว่าหรือ?”
พูดเช่นนี้แสดงว่าชีวิตในร่างนี้คงไม่พ้นคืนนี้แน่ ทำอย่างไรดี
เหนียงไป๋หันมองไปรอบ ๆ หลังจากที่เขาพานางออกจากจวน
ชินอ๋องปีศาจก็จับนางมาขังในห้องมืดในคุกใต้ดินของวังหลวง
บัดนี้ แคว้นหลุนอิงล่มสลายแล้ว ฮ่องเต้ ฮองเฮาและเหล่าสนมต่างหนีตายออกนอกเมือง ขุนนางที่ต่อต้านต่างถูกแขวนคอหน้าประตูเมือง บ้านไหนมีบุตรชายก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทาส บ้านไหนมีบุตรีก็ถูกจับตัวมาเป็นของรางวัลแก่ทหาร
เสียงร้องขอให้ช่วยในคุกของสตรีดังมาให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา
มันทำให้นางปวดหัวจนคิดไม่ออกว่าจะหาทางหนีจากปีศาจราตรีพิฆาต
ตนนี้ได้อย่างไร
ชินอ๋องผู้นี้ถูกฝึกให้จับดาบตั้งแต่อายุเพียงสามชันษา เรียนรู้การสังหารผู้คนตั้งแต่อายุได้เพียงห้าชันษา มีครั้งหนึ่งเคยถูกนำไปทิ้งกลางป่าเพื่อฝึกเอาชีวิตรอดจนทำให้ใบหน้าถูกเสือทำร้ายบาดเจ็บสาหัสเป็นรอยแผลเป็น ทำให้เขาปกปิดใบหน้านับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ได้ยินว่าใบหน้าเขาเหมือนปีศาจร้ายเช่นเดียวกับนิสัยของเขา ทั้งยังชมชอบสตรีที่อ่อนแอไร้ทางสู้
ในคำร่ำลือที่กล่าวขานกันมา นางยังได้ยินมาอีกว่าหากใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา คนผู้นั้นจะไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป
บ้าไปแล้ว นางจะสู้กับปีศาจเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!?
ไม่มีโอกาสให้นางได้ตริตรองมากไปกว่านั้น เมื่อตอนนี้เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามากำลังเรียกความสนใจของนางไป เสียงเกราะกระทบเสียดสีไปมาทำให้สตรีที่ส่งเสียงร้องขอความเมตตาอยู่ก่อนหน้าหยุดปากแล้วหลบชิดกำแพงคุกแทบจะในทันที
คุกที่นางอยู่เป็นคุกด้านในสุด ฟังจากฝีเท้าที่เดินเข้ามาคิดว่าจุดมุ่งหมายของเขาก็คือนาง!
เพียงไม่นานร่างในชุดเกราะสีดำขลับก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้า เสียงแหบทุ้มถูกเปล่งสั่งให้ทหารเปิดประตูจากนั้นก็ให้ลากนางออกมา
นางเบื่อที่ร่างนี้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรง จะอ้าปากเถียงก็ยังไม่ได้ ดูเอาเถอะไอ้แมวบ้านั่นก็ดันหนีหายออกไปแล้ว ปล่อยให้นางรับชะตากรรม
คนเดียว ฝากไว้ก่อนไอ้แมวนรก
คงเพราะเห็นว่าร่างบางน่ารำคาญเขาจึงใช้มือบีบคางนางให้เงยขึ้นมามองใบหน้า ทว่าแทนที่จะเป็นดวงตาแห่งความหวาดกลัว ดวงตาคู่งามนั้นกลับปรากฏแววตาดื้อรั้นที่สบตอบกลับเขามา
...น่าสนใจ...
เหนียงไป๋พยายามสะบัดใบหน้าออกเพราะแรงมือที่ใกล้จะบีบคางนางจนแตกละเอียดนั่น แต่อย่างที่บอกว่านางไม่มีแม้แรงจะดิ้นรนจึงทำได้เพียงทำตัวเป็นซาลาเปาปล่อยให้เขาบีบเล่นจนใกล้จะแหลกคามือ
“บิดาเจ้าส่งหีบทองมาแลกตัวเจ้า”
ดวงตานางปรากฏแววยินดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มองดูร่างในหน้ากากเงินตรงหน้าเอ่ยต่อ
“แต่เปิ่นหวางปฏิเสธไป สมบัติเพียงเท่านั้นหาใช่สิ่งที่เปิ่นหวางปรารถนา แต่เป็นความสุขที่จะกลืนกินตลอดเวลาต่างหาก”
บ้าไปแล้ว ไอ้อ๋องบ้ากาม!
นางอยากร้องก็ร้องไปเถอะ เพราะตอนนี้กำลังถูกแบกขึ้นบ่า หิ้วนางราวกับหมูตัวหนึ่งที่กำลังรอถูกเชือด ดวงตาของนางมองไปยังเจ้าขนฟูที่โผล่หน้าออกมาแล้ว จากนั้นก็ร้องเหมี้ยว
เจ้าแมวบ้า อย่าให้ข้ารอดไปได้นะ ข้าจะถอนขนเจ้าให้หมด!!!
ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงแข็ง แรงเสียจนเอวแทบหัก เหนียงไป๋เงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ในกระโจมท่านแม่ทัพมีเพียงเตาไฟและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ทุกอย่างล้วนเป็นสีดำสนิทเหมือนอยู่ในนรกที่รอการแผดเผาไม่มีผิด
นางหันมามองคนตรงหน้าที่เริ่มถอดเกราะ ดูเหมือนว่าเขาจะ
ไม่แม้แต่จะปลอบประโลมนางเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้การ นางจะต้องมาพบคนแบบเขา ซึ่งเป็นบุรุษหยาบกระด้างมากตัณหาไม่ได้เด็ดขาด ชาติภพก่อนฮ่องเต้เฉินตี้อ่อนโยนนุ่มนวลเอาใจใส่นางจนนางตกหลุมพรางของเขา
ไม่รู้ตัว มาชาติภพนี้กลับต้องมาพบกับบุรุษหยาบคายไร้เมตตา สวรรค์ช่างยุติธรรมดีแท้
เพล้ง! เสียงเกราะถูกขว้างลงพื้นทำให้นางตกใจรีบพูดด้วยเสียงกระตุกสั่น “ชินอ๋องหากท่านถอดเกราะเช่นนี้ แล้วศัตรูบุกเข้ามาท่านอาจได้รับอันตรายได้นะ”
นางรู้สึกหวังดีขึ้นมาจริง ๆ นะ ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด!
คนที่เพิ่งถอดเกราะออกผินใบหน้าไปยังโต๊ะด้านข้าง ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมยกสุรารินลงจอกแล้วส่งให้นาง
“หม่อมฉันดื่มไม่เป็น” คนดื่มสุราเป็นน้ำเช่นนางพูดว่าดื่มไม่เป็นช่างน่าอายยิ่งนัก ว่าแล้วก็เปรี้ยวปาก
เขานิ่งถือค้างอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็ เพล้ง! จอกชาถูกปาลงพื้น ส่วนร่างสูงใหญ่นั้นก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม อย่าเรียกว่าดื่มเลย เรียกว่ากรอกปากมากกว่า เหนียงไป๋มองเขาที่เทสุราใส่ปาก จากนั้นก็อีกครั้ง เพล้ง!
ไหสุราถูกปาลงกับพื้นจนแตกกระจาย
ชายผู้นี้รู้จักคำว่าวางเป็นไหม อะไร ๆ ก็เอาทิ้งลงพื้นอย่างเดียว
“เอาเหล้ามาอีก”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เสียงตอบรับที่ดังมาจากนอกกระโจมทำให้นางเห็นว่าตรงหน้ากระโจมมีทหารสองนายเฝ้าประตูอยู่ เมื่อรับคำสั่งแล้วอีกฝ่ายก็แบกไหสุราเข้ามาอีกสองไห เห็นเช่นนี้แล้วเหนียงไป๋ก็อดที่จะคิดค่อนขอดในใจไม่ได้
คิดจะดื่มจนสำลักตายเลยใช่ไหม
“หากท่านอ๋องอยากดื่มสุราหม่อมฉันก็จะปรนนิบัติพระองค์”
บุรุษหน้ากากเงินนั่งลงเมื่อนางพูดจบ มองสตรีที่ลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกริบมองไปยังขาเรียวที่ปรากฏออกมานอกเสื้อกระโปรงที่ฉีกขาดเพราะฝีมือเขาก่อนหน้า
สตรีบนหลังม้าแม้ไร้เรี่ยวแรงแต่ก็แสนดื้อรั้นจนเขาเผลอคิดอยากจับนางเล่นสนุกบนหลังม้าตั้งแต่พบหน้า ยามราตรีนี้ล่วงเลยมาหลายชั่วยามแต่เขากลับยังรู้สึกอยากเล่นสนุกกับนางอยู่เช่นนี้
นางจะทำเช่นไร
ร่างอรชรเดินเข้ามายกไหสุราขึ้นริน เขามองมือที่สั่นจากการรับน้ำหนักของไหสุรา “มา เปิ่นหวางจะรินเอง เจ้ามานี่”
สิ้นคำ เหนียงไป๋ก็ตัวลอยถูกเขาเกี่ยวเอวเข้าจับวางลงบนตักโดย
ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านอ๋อง ท่าน!” นางอยากด่าแต่ก็กลัวดาบข้างตัวเขา มองชินอ๋องที่รินสุราใส่ปาก
“เจ้าบอกว่าดื่มสุราไม่เป็น”
เหนียงไป๋พยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกเขาดึงเข้าไปจูบแล้วป้อนสุราเข้าปาก นางหลุดจากเขาได้ก็สำลักสุราออกมารู้สึกแสบร้อนไปจนถึงลำคอ
เห็นจะจริงอย่างที่นางว่า ร่างของเหนียงเหนียงไม่เคยดื่มสุรา ดังนั้นเมื่อเขามองนางก็พบริ้วแดงพาดผ่านปรางแก้มเนียนที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้าไม่ได้โกหก”
“หม่อมฉันบอกพระองค์ไปแล้ว” เมื่อได้โอกาสนางก็รีบว่าต่อ “คราวนี้ท่านอ๋องจะปล่อยหม่อมฉันได้หรือยัง”
“เจ้าบอกว่าจะปรนนิบัติเปิ่นหวาง”
ที่นางบอกหมายถึงรินสุราไม่ได้บอกว่าจะปรนนิบัติอย่างอื่น คิดสิเหนียงไป๋ว่าจะทำเช่นไรไม่ให้เขาลากนางไปให้แร้งกิน
สนมนับพันนางยังเอาชนะมาได้ นางไม่เชื่อว่าแค่อ๋องมากตัณหา
ผู้หนึ่งนางจะเอาชนะไม่ได้ เมื่อคิดปลอบตัวเองได้แล้วนางก็หันมาทาง
ชินอ๋อง
“เหนียงเหนียงเป็นสตรีในห้องหอ ไม่เคยถูกบุรุษแตะต้อง ท่านอ๋องโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย”
“อันว่าสตรีก็ยังเป็นสตรีวันยังค่ำ เปิ่นหวางจะดูว่าเจ้าจะเสแสร้งได้อีกสักกี่น้ำ”
หาว่านางโป้ปด ช่างรู้ความคิดนางนัก แต่ในเมื่อเล่นละครแล้วนางจะหยุดแค่ครึ่งทางได้เช่นไรว่าแล้วก็ก้มหน้าลงเอียงอาย พยายามทำตัวเป็นสตรีแรกแย้มให้มากที่สุด
“เหตุใดพระองค์จึงพูดเช่นนั้น หากบิดามารดาหม่อมฉันมาได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดว่าหม่อมฉันไม่เชื่อฟัง อันว่าสี่คุณธรรมสามคล้อยตามของสตรีหม่อมฉันมิได้ขาดตกบกพร่อง”
“เปิ่นหวางเห็นว่าหากเจ้าดีอย่างปากพูด ก็คงไม่มาโต้เถียงเปิ่นหวางเช่นนี้ เวลานี้คงเปลื้องผ้าอยู่บนเตียงรอทำหน้าที่อย่างที่พูด”
คนหยิบยกสี่คุณธรรมสามคล้องตามขึ้นมาไปไม่เป็น ใครว่าเขาหยาบคายมากตัณหาแต่เพียงอย่างเดียว ยังฉลาดตามทันนางเสียด้วย
“อันว่าสตรีที่ดีก็ควรทำทุกอย่างตามคุณธรรม หรือท่านอ๋องไม่สนใจเรื่องนี้”
“อันว่าสตรีทั่วไปนั้นย่อมมีทางเลือกแต่สตรีบรรณาการเช่นเจ้า
หามีสิทธิ์เลือกไม่”
คนเป็นของบรรณาการได้ยินคำนี้แล้วให้รู้สึกเจ็บหัวใจ ชาติก่อนนางไม่ยอมเลือกเป็นของบรรณาการเขา พอได้ย้อนเวลามาใหม่ก็ตกเป็นของบรรณาการอยู่ดี
สรุปแล้วนางกับเขาหนีกันไม่พ้นใช่ไหม
คนที่กำลังจะพูดแย้งมองเห็นเจ้าแมวขนฟูเดินเข้ามา คงเพราะเห็นเป็นเพียงแมวจึงทำให้ไม่มีใครสนใจหรือระวังเจ้าแมวนรกนี่เลยแม้สักนิด
“ท่านอ๋องเลี้ยงแมวด้วยหรือเพคะ” แมวนรกที่ว่าขนฟูขู่ขึ้นมาทันที ทำให้เจ้าของกระโจมหันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเกลียดสัตว์เลี้ยงที่สุด โดยเฉพาะแมว
แต่ตอนนี้แม่นางน้อยเหนียงเหนียงกลับลงจากตักเขา ตรงไปอุ้มเจ้าขนฟูขึ้นมาทำท่าจะเดินมาทางเขา
“หยุด”
เหนียงไป๋มองสีหน้าชินอ๋องจากนั้นบุรุษตัวโตก็ลุกขึ้นแล้วเรียกองครักษ์ด้านนอก “จงหลุน เจ้ามาพามันออกไป”
จงหลุนองครักษ์มือขวามองไปยังเจ้าขนฟู “ขอมันให้ข้าด้วย”
หากปล่อยไปเช่นนี้แม้แต่วิญญาณก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว มีหรือที่นางจะยอมให้ความต้องการของชินอ๋องสำริดผล เหนียงไป๋หันมองคนด้านหลัง ก่อนมองคนด้านหน้า พวกเขากลัว กลัวอะไร?
เหนียงไป๋ก้มลงมองเจ้าแมวนรกก่อนจะมองสีหน้าชินอ๋องอีกครั้ง เขากลัวแมว ส่วนองครักษ์กลัวตายเพราะปล่อยให้แมวเข้ามา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นางก็ยิ่งกอดแมวไว้แน่นกว่าเดิม
“แมวตัวนี้น่ารักมากเพคะ หม่อมฉันขอเลี้ยงไว้ได้ไหม” นางหลุบตาลงมองแมวในอ้อมแขน ยกตัวมันขึ้นแล้วเรียก เสี่ยวม่าน
เสียงแมวร้องเหมียวค้าน ตั้งชื่อให้เสียเสร็จสรรพ แต่กลับตั้งชื่อเสี่ยวม่าน ไม่เห็นเขาเป็นบุรุษแล้วใช่หรือไม่!? พาเขาไปลงนรกอีกรอบเถอะ! ทว่ามีหรือที่นางจะฟัง การตั้งชื่อแมวตัวผู้เป็นด้วยชื่อผู้หญิงเช่นนี้ไม่ใช่น่าสนใจหรอกหรือ ช่างน่าสนุกเสียนี่กระไร
ว่าแล้วก็กอดแมวอีกครั้งจากนั้นเดินไปหาชินอ๋อง แต่แมวปีศาจเหมือนรู้ทันมันรีบกระโจนหนีออกจากอกทันทีเมื่อนางเดินไปถึงตรงหน้าอ๋องปีศาจ ชายหนุ่มเองก็มองนางกลับมาจากนั้นก็...
“ฮัดชิ้ว!”
อืม เขาแพ้แมวจริง ๆ ด้วย แถมยังแพ้ไม่หยุดอีก ตอนนี้นางรู้สึกรักแมวนรกขึ้นมาจริง ๆ ว่าแล้วก็รีบหันไปหยิบคอแมวขึ้นมาอุ้มเหมือนเดิม
ฟงลี่บุรุษคุ้มแดนปีศาจมองนางอย่างขบเขี้ยว อดไม่ได้ที่จะนึกสบถในใจ ใครใช้ให้เขาทำคุณบูชาโทษกับสตรีเช่นนาง
เมี๊ยว เสียงแมวร้องประท้วงอีกครั้งทำให้ทุกคนหันมอง ก่อนจะมีเสียงเหี้ยมของเจ้าของกระโจมตามมา “พามันออกไปหากยังอยากให้มันมีชีวิตอยู่”
นางไม่พาออกแน่ เจ้าตัวนี้จะตายก็หาใช่ธุระของนางไม่ คนได้ยินความคิดเงยหน้ามองสตรีที่อุ้มอยู่จึงพยายามดิ้นให้หลุดจากมือแต่นางก็กอดรัดแน่นไม่ยอมปล่อยเช่นกัน ดวงหน้างดงามแสร้งแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาทีหนึ่ง
“ชินอ๋องได้โปรดละเว้นชีวิตมันด้วย สัตว์ตัวเพียงเท่านี้หาได้ทำอันตรายกับผู้ใดไม่ เหตุใดพระองค์จึงได้รังเกียจมันเช่นนี้”
สีหน้าเขาบอกว่ารังเกียจที่ไหน บอกว่ากลัวมากกว่า นางไม่คิดเลยว่าบุรุษฆ่าคนนับหมื่นนับแสนกลับกลัวแมวตัวเล็กเพียงเท่านี้
เสี่ยวม่านเจ้าอย่าได้คิดหนีเด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนีเจ้าก็ตาย
ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาตายด้วยกันเถอะ
“เหนียงไป๋ หากข้าตายเจ้าก็ตายด้วย เจ้ารู้หรือไม่”
เสียงนี้ไม่เบาเลยในสมองของนาง มันทำให้นางก้มลงมองแมวในอ้อมแขนทันที แล้วฟังแมวที่ว่าพูดต่อ
“ตอนนี้ดวงจิตของเจ้าผูกติดเอาไว้กับข้า เมื่อใดที่ข้าตายนั่นหมายความว่าชีวิตใหม่ของเจ้าในภพนี้ก็ต้องจบลงเช่นกัน”
คราวนี้นรกของจริงสิไม่ว่า เมื่อเสียงชินอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงโมโหมากกว่าเดิม “จงหลุนเอามันออกไป!”
คราวนี้นางไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะหากแมวรอดนางก็มีโอกาสรอด เสี่ยวม่านไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงนางกับบุรุษตัวโต เขามองนางด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมสองมือบีบแขนนางจากนั้นก็โยนลงบนเตียง
“เปิ่นหวางเสียเวลากับเจ้ามามากแล้ว ถึงเวลาเจ้าต้องทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว”
ข้าให้เวลาท่านหลายเดือนก็ได้มันไม่ใช่เรื่องหนักอะไร งานหนักงานเบานางก็พร้อมสู้ แต่ต้องไม่ใช่กับการช่วยอุ่นเตียงเช่นนี้ ท่านช่วยเลือกคนอื่นแทนก่อนได้หรือไม่!
แต่เขาหรือจะฟัง บุรุษตรงหน้าถอดชุดเกราะเบื้องล่างออกหมดแล้ว บัดนี้เหลือเพียงเสื้อชั้นในกับหน้ากากเงินที่ยังคงมีติดกาย
“หม่อมฉันเนื้อตัวสกปรก ดูสิเพคะขนแมวเต็มไปหมด” ว่าแล้วก็
ลุกขึ้นสะบัดใส่คนตรงหน้า
ชินอ๋องที่ไม่ทันตั้งตัวรีบถอยหลังแล้วไปจามอีกหลายรอบ นางช่างน่านักเขาชักจะหมดความอดทนแล้ว “เด็ก ๆ เตรียมน้ำ เปิ่นหวางจะอาบน้ำแช่ตัว ปลดเสื้อผ้าให้นางด้วย”
มีหรือที่เขาจะหลงกลและมีหรือที่นางจะรอด จากบนเตียงก็เคลื่อนตัวไปยังอ่างน้ำที่นางเห็นตอนแรก
ไม่รู้แบบไหนถึงจะเรียกว่าดีกว่ากัน ท่านมีสตรีมากมายเหตุใด
ไม่เลือกคนอื่น นางมีสิ่งใดให้ต้องตากัน
อันว่าศึกย่อมทำสงครามยาวนาน เช่นเดียวกับราตรีนี้ที่นางยังต้องสู้กับเขาไปอีกทั้งคืน
ชุดของนางที่ถูกขนแมวถูกนำไปเผาแล้ว บัดนี้เหลือเพียงชั้นในผืนบางสีขาวหยาบกระด้าง ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่คนแล้วที่ได้สวมใส่มัน อยู่ ๆ ก็นึกรังเกียจบุรุษมักมากตรงหน้าขึ้นมา
“เจ้าจะลงมาหาเปิ่นหวางดี ๆ หรือให้เปิ่นหวางลากเจ้าลงมา”
ไม่ต้องขู่ นางก็กลัวจนจะตายได้อีกรอบแล้ว ท่านก็เลิกทำเสียงเหมือนพร้อมจะยกมีดดาบขึ้นมาฟันนางตลอดเวลาเสียที
“เหนียงเหนียง” เสียงลากต่ำทำให้นางแทบจะถอยหลังกลับ
ไม่อยากสู้แล้ว แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยจังหวะที่นางจะถอยหลัง เขาลุกขึ้นทั้งสภาพร่างเปลือยเปล่าทำให้นางมองเห็นอาวุธของเขาเต็มตา มือเขาดึงแขนนางลงมายังอ่างน้ำ ดึงรั้นนางเอาไว้แล้วก้มลงซุกตรงซอกคอ
คิดว่าคืนนี้นางคงเสร็จเขาแน่ นางจะขัดขืนอาวุธที่ว่าได้สำเร็จหรือจะยอมพลีกายกับอาวุธที่ว่าดี เพราะหากคำนวณขนาดของมันแล้ว ฮ่องเต้เฉินตี้ช่างห่างชั้นนัก
คนหลงอาวุธสะบัดความคิดยังไงนางก็ต้องหวงร่างกายนี้เอาไว้
เพื่อจะได้ไปยังแคว้นหลุนอิงเพื่อคัดเลือกนางสนม พอคิดถึงความแค้นที่ยังคงติดแน่นนางก็รีบสะบัดตัวหนี คนที่ถูกขัดอารมณ์เงยหน้าขึ้นมา บีบคางเอาไว้แน่นจนนางเผลอนิ่วหน้า
นางเชื่อว่าหากเขาทำแบบนี้บ่อย ๆ กระดูกนางคงแหลกคามือเขาใจสักวันเป็นแน่ เมื่อคิดได้ว่าไม่ดีแน่แล้วนางจึงได้เอ่ยออกไป “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ทำศึกมานานก็ควรให้คนรู้งานปรนนิบัติ”
“เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองไม่ดีพอ”
“หม่อมฉันเป็นสตรีในจวน เรื่องอย่างว่าไม่เคยเรียนรู้ หากเป็นเช่นนี้แล้วอาจทำให้ชินอ๋องไม่พอใจ ไม่สู้ให้สตรีที่เก่งกาจเรื่องเช่นนั้นมาปรนนิบัติพระองค์ไม่ดีกว่าหรือ”
มุมปากคนในหน้ากากยกยิ้มอย่างนึกสนุก “เปิ่นหวางเห็นว่าดี
จงหลุนนำพวกนางเข้ามา”
หา! เหนียงไป๋มองไปยังสตรีที่ทยอยเดินเข้ามา ทุกนางล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น สตรีเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยจริต เมื่อมาถึงก็ถอดเสื้อผ้าแล้วลงน้ำทันที
“ถ้าชินอ๋องมีคนปรนนิบัติแล้ว หม่อมฉันขอกลับไปอยู่ในคุกต่อ
นะเพคะ” ตอนนี้นางเริ่มคิดว่าคุกปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่มีหรือปีศาจเช่นเขาจะยอมปล่อยนางไป
“เจ้าจะรีบไปไหน ในเมื่อยังไม่เคยเห็น ไม่เคยเรียนรู้ เช่นนั้นก็ดูให้เต็มสองตาเสีย”
เหนียงไป๋มองชินอ๋องที่หน้าหนาไม่นึกอาย ปล่อยให้หญิงสาวเหล่านั้นแสดงวิชาความรู้ให้นางเห็นอย่างใจกว้าง ท่าทางบางกระบวนท่าแม้นางจะเคยทำแต่บางท่านั้นนางไม่เคยเห็น
บุรุษปีศาจหันมามองนาง ก่อนดึงรั้นแล้วลากนางไปผูกไว้กับเตียงโดยไม่มีโอกาสแม้ให้ได้ตั้งตัว
“ต่อจากนี้เจ้าอย่าได้กระพริบตาสักนาทีเชียว”
ท่านวิปริตไปแล้ว นางที่คิดจะเล่นกับเขาทีแรกต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ บุรุษคนนี้ไร้ใจ โหดเหี้ยมอัมหิต นั่นคือเรื่องจริง หาใช่คำร่ำลือ ยิ่งนางหน้าซีดปากสั่นเขาก็ยิ่งหัวเราะ ตอนนี้นางรู้สึกโชคดีที่ภพชาติก่อน
ไม่เลือกเป็นของเล่นของเขา
แต่ในเมื่อเกิดมาใหม่อีกครั้ง ท่านก็อย่าหวังว่าข้าจะยอมขึ้นเตียงด้วย!





