เฟอรารี่ขนาดกลางบรรจุผู้โดยสารได้ 400 คนกำลังล่องข้ามฟากไปยังเกาะสมุย ใบหยกอยู่ในร้านมินิมาร์ท ใส่ชุดยูนิฟอร์ม เชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ วันนี้สายลมพัดแรงหญิงสาวได้เวลาพักก็เดินถือน้ำดื่มไปยืนคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว
งานที่ทำอยู่คือความช่วยเหลือจากเพื่อนรัก ไม่อย่างนั้นชีวิตเธอคงอยู่แต่ในบ้านเหมือนคนอมทุกข์ตลอดสามปีที่ผ่าน
“แกจะตายตามพี่หินอะไรนั่นไปทำไม โง่เสียจริง คิดสิ ถ้าแกตายแกจะทิ้งแม่ตาบอดให้ผจญโลกนี้เพียงลำพัง แกมันโง่ สมแล้วที่โดนคนบ้านพ่อแกเนรเทศออกมา”
ต้องขอบใจชาคริยา อโนทัย คุณหนูผู้ร่ำรวยที่ไม่เคยทิ้งกัน แม้ออกจากบ้านย่าไม่บอกกล่าวเพื่อนยังตามหาตนจนพบและพามาทำงานด้วย
คำพูดอาจจะบาดจิตบาดใจแต่คือความจริงที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ชีวิต “ฉันยังเรียนไม่จบเลยพ่อแม่เธอจะว่ายังไง”
ตอนแรกลังเลแต่เพื่อนสร้างความมั่นใจ ด้วยการพาไปหาคุณลุงคุณป้า ท่านเมตตาทุกอย่าง เรื่องแม่ตาบอดก็อยากช่วยเหลือแต่ใบหยกไม่อยากรบกวนจนเกินไป เพียงขอเพื่อนทำงานที่ไม่มีคนพลุกพล่านมาก หมายถึงไม่อยู่ในแวดวงคนที่เคยรู้จัก จนได้มาเป็นแคชเชียร์ในเรือและมันเป็นงานที่ไม่ต้องยุ่งกับใครอย่างที่หวัง
คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมาชวนไปกินข้าว เธออบใจบอกว่าอิ่ม ทั้งที่ไม่หิว เพื่อนเดินจากไปใบหยกเดินไปล้างแก้วน้ำ พาไปเก็บในล็อกเกอร์ และไปห้องน้ำส่องกระจกนิดหน่อยเพื่อความมั่นใจและรีบกลับไปทำงาน
งานที่นี่ไม่ได้เหนื่อยมากมายเพียงแต่ต้องทนมองท้องทะเลทุกเมื่อเชื่อวันแต่การไม่มีจะกินมันน่ากลัวกว่ามากและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ใบหยกสามารถกล้ำกลืน ทนทำงานมานาน
“งานโรงแรมไม่ทำ งานสบายกว่านี้ไม่เอา ตามใจ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกล่ะ”
ชาคริยาเคยบ่นหลายครั้ง ใบหยกได้แต่ยิ้มและบอกเพื่อน “ไม่อยากไปเจอเพื่อนๆ พ่อ คริยาเข้าใจหน่อยสิแต่ถ้าอยู่ในครัวก็คงดีหาให้หน่อยสิ”
เคยพูดกับคริยาเรื่องนี้แต่เพื่อนกลับหัวเราะ
“เธอจะเข้าไปทำหม้อ ทำจานเขาแตกน่ะสิ เฮ้อ อย่าเก็บตัวขนาดนั้นเลย ที่นี่คงมีคนรู้จักเธอน้อย” ชาคริยาถอนหายใจ ใบหยกพอจะเข้าใจเพื่อน เธอไม่งอแงแค่พูดไม่ได้ต้องการจริงๆ
“มีดารามาขึ้นเรือเป็นไปได้ยังไง ไปดูกัน”
เสียงกลุ่มพนักงานสาวๆ เมาท์กันด้วยความตื่นเต้น ใบหยกหันมอง ทุกคนดูตื่นเต้นกันมาก หญิงสาวอดคิดถึงพี่สาวลูกของลุงไม่ได้ ผู้หญิงสวยเพียบพร้อมที่ดีกับเธอตั้งแต่เด็กซึ่งตอนนี้กลายเป็นดารานางแบบชื่อดัง อ้อมกอดสุดท้ายเมื่อสามปีที่แล้วเธอยังจำได้ดี พี่อัญมณีคือผู้หญิงที่คู่ควรสำหรับผู้ชายดีๆ เพราะมีน้ำใจที่ประเสริฐแตกต่างคุณลุง
“แกก็แค่เด็กในบ้านที่น้องชายฉันคิดเล่นสนุกด้วยถ้าไม่ติดว่ามีมารหัวขนมาเกิดไม่มีทางได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้น้องฉันไม่อยู่แล้วออกไปจากที่นี่ซะ คุณแม่เองเคยเห็นหัวคนใฝ่สูงอย่างแกเหรอ”
เคยได้ยินหลายครั้งแม่โดนดูถูกแต่ไม่คิดเลยสิ้นพ่อทุกอย่างก็หมดเป็นไปตามที่คนบ้านนั้นต้องการ
“ใบหยกน้องรัก”
สวยสวยอยู่ในชุดสีขาวสายเดี่ยวกรอมเท้า สวมหมวกปีกกว้างเรียกชื่อเธอดังมาก ใบหยกหันไปมอง ตะลึงชั่วครู่ กระทั่งอัญมณีเข้ามากอดแน่น หอมแก้มเธอจนหลายคนหันมามองแต่ดาราสาวหาสนใจใคร
“พี่ตามหาแทบแย่มาหลบอยู่กับยายชาคริยานี่เอง”
“พี่ พี่มาได้ไงคะ สบายดีนะคะ” แม้ตื่นเต้น ใบหยกยังเก็บอาการตามนิสัย
พี่สาวลากแขนให้เดินตามไป ใบหยกทำตัวแข็งขัดขืน
“หยกต้องทำงานค่ะพี่ ไว้คุยกันนะคะ”
“พี่ตามเธอมาจนเสียงานรู้ไหม อย่าเล่นตัวไปเลย ผู้จัดการเขาเข้าใจเธออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”
ไม่แน่ใจว่าพี่สาวบอกอะไรผู้จัดการแต่ใบหยกยอมเดินตามพี่สาวไปห้องพักของพนักงานเพราะทุกสายตาเริ่มมองมาที่เธอและอัญมณี
“เธอสบายดีใช่ไหม ป้าแก้วเก้าล่ะ หวังว่าจะสบายดี”
“ค่ะพี่อัญ ขอบคุณค่ะ”
“หน้าตาเธอดูเศร้าหมอง พี่ฝันร้ายว่าเธอมีเรื่องร้อนใจเลยตามหาแบบจริงจัง ขอโทษนะที่ผ่านมาเหมือนพี่ทิ้งเธอ”
พี่สาวสวมกอดอีกครั้ง ใบหยกรู้สึกดีใจเธอขอบคุณ บอกอัญมณีให้คลายกังวล เธอไม่เป็นอะไร
“เรื่องดวงตาของป้า เธอกำลังมีปัญหาเรื่องนี้ ชาคริยาบอกพี่ อย่าหาว่าพี่ก้าวก่ายเลยพี่อยากช่วยเหลือเธอ”
คิ้วโก่งสีดำขมวด ดวงตาที่มีประกายจ้าก่อนหายไป แม่ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ชาคริยาก็อยากช่วย ตอนนี้อัญมณีเสนอ เธอจะบอกเรื่องนี้กับแม่อย่างไรดี





