วิวทิวทัศน์ที่สวยไม่เปลี่ยนของท้องทะเลมีสายลมพัดเข้ามา ใบหยกลุกขึ้นยืนเหม่อมองผืนแผ่นน้ำแม้ไม่ชื่นชอบ หวังให้แม่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้ง แม้โลกนี้ ธรรมชาติจะโหดร้ายจนเกินไปในบางครั้งแต่การอยู่ในโลกมืดคงโหดร้ายยิ่งกว่า
“แต่ไม่ใช่เงินน้อยๆ นะคะพี่ อีกนานกว่าหยกจะหามาคืนได้ หยกเกรงใจพี่ อีกอย่างเอ่อ…คุณลุง”
ลุงไม่อยากช่วยเหลือเธอและแม่แต่ไม่ควรพูดออกมา พี่สาวดูเหมือนจะเข้าใจเดินเข้ามายืนใกล้ๆ
“พี่เข้าใจยังไงพี่จะหาวิธีที่คุณพ่อไม่รู้นะ อย่าคิดมากเลยนะหยก เราเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก เธอเปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ ของอัญมณีเสมอ”
รู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ ใบหยกไหว้พี่สาว “หยกจะขอกู้เงินพี่ก็แล้วกันนะคะ”
“พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะหยก เธอพูดออกมาได้ยังไง” อัญมณีส่ายหน้า ปรากฏอารมณ์น้อยใจ
“เถอะค่ะพี่ ถ้าพี่ไม่ยอมหยกก็ไม่ขอรับ”
ใบหยกอธิบายว่าทุกอย่างเธอไม่ได้ทำไปเพราะเป็นคนดี แค่อยากให้แม่สบายใจ ไม่อยากแม่ให้รู้เรื่องนี้ พี่สาวดูจะเข้าใจ อัญมณีชวนคุยเรื่องอื่นที่ไม่เครียด หลังจากนั้นสองพี่น้องนั่งคุยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ใบหยกเก็บกลั้นความคิดถึงพ่อไว้ในใจ ช่วงเวลาที่ผ่าน ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อไม่ดีกับเธอ ถึงแม้ทุกคนที่เป็นคนของคุณลุง คุณย่าจะรังเกียจเธอและแม่แต่คนรับใช้ที่พ่อหามาดูแลครอบครัวเธอก็ทำให้ชีวิตเธอมีความสุข
พี่สาวมาหาทำให้เธอหวนคิดชีวิตในวัยเยาว์อีกครั้ง ตอนมีกันพร้อมหน้า…
“เหม่ออีกแล้วคืนนี้ไปดินเนอร์กันนะหยก นานแล้วไม่กินข้าวด้วยกัน อีกอย่างพี่มีคนจะแนะนำให้เธอรู้จัก”
“ใครกันคะ” ใบหน้ารูปไข่ ปากสีชมพูระเรื่อยิ้มให้พี่สาว รู้สึกสบายใจขึ้น
“พี่พาหนุ่มมาด้วย”
“พี่มีแฟนแล้ว”
“ยังไม่ใช่ก็เหมือนใช่ พี่จะหมั้นกับเขา”
ใบหยกยิ้ม จับมืออัญมณีทั้งสองข้าง
“จะพาหยกไปพบว่าที่คู่หมั้นพี่ ข่าวดีค่ะแต่จะดีเหรอคะ เขาเป็นใครทำไมคุณลุงยอมง่ายๆ ค่ะ”
เป็นข่าวดีสำหรับคนน่ารักอย่างอัญมณี ใครนะคือผู้ชายที่โชคดี แม้อยากปฏิเสธเรื่องไปดินเนอร์แต่พี่สาวมาช่วยเหลือเธอโดยเฉพาะ ใบหยกรับคำว่าเลิกงานจะรีบไปแต่คงไม่นานเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอพี่สาว
“เขาไม่ค่อยพูดมากหรอก เขาเพียบพร้อมก็จริงแต่เป็นคนสบายๆ อย่าคิดอะไรมากส่วนเรื่องคุณพ่อ ถ้าพี่ต้องการจริงๆ ท่านก็ไม่กล้าขัดใจหรอก ทำหน้าดุไปอย่างนั้น” พี่สาวรู้ทันอีกแล้ว ใบหยกยิ้ม พยักหน้า
หลังจากนั้นไม่นานอัญมณีขอตัวไปห้องสปาบนเรือ บอกว่าคนรักอยู่ที่นั่น ใบหยกเดินไปส่งพี่สาว กำลังเดินกลับไปทำงาน ใบหยกชะงักเท้าเพราะเสียงคุ้นหู
“คุยกันนานเชียวนะคุณอัญ”
เสียงนั้นดังอยู่ข้างหลัง รองเท้าคัชชูสีดำชะงัก…
เสียงคนที่เธอไม่เคยลืม
กำลังหูฝาดแน่ๆ ใบหยกไม่ปล่อยให้ตนเองสงสัย หันไปมอง เห็นแผ่นหลังในชุดสูทสีเทาเดินควงแขนไปกับพี่สาว ดูคุ้นตาจนจิตใจเต้นระรัว “พี่หินผา” เสียงแผ่วเบาออกจากลำคอ ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานชวนไปทำงานใบหยกเบือนหน้ากลับมายังงานที่รออยู่ เรื่องที่กังขาจำต้องปล่อยไปก่อน
ใครช่างเหมือนพี่หินผาเหลือเกิน หลายชั่วโมงใบหยกไม่เป็นอันทำงาน…
สามปีก่อน
เดือนธันวาคมปีนั้นใบหยกแอบออกมาพบคนรักซึ่งตกลงเป็นแฟนกันได้หกเดือนกว่า เธอเจอหินผาเพราะเขาเคยเข้าช่วยเหลือเมื่อกำลังโดนโจรวิ่งราวกระเป๋าสะพายตอนเดินออกจากมหาลัยในกรุงเทพ เธอให้เงินเป็นค่าตอบแทนเพราะคิดว่าคงดีกว่าใช้เพียงคำพูดแต่ผู้ชายเงียบๆ ขรึมๆ นัยน์ตาอ่านยากคนนั้นกลับไม่รับ ขับมอเตอร์ไซน์จากไป จนกระทั่งมาเจอกันอีกแถวมหาลัย เธอไม่ขวยเขินเข้าไปทักทายทั้งที่ไม่ชอบทำความรู้จักใครก่อน คุณหนูอย่างเธอเลิกเรียนก็กลับบ้าน ทว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หญิงสาวไร้เพื่อนชายก็คิดถึง ฝันถึงแต่ชายที่เพิ่งเจอ ใบหยกขำตนเองที่สุดท้ายตื้อจนได้รู้ว่าเขาทำงานใกล้ๆ มหาลัย ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น ร้านกาแฟหน้ามหาลัยคือที่ประจำของเขา เธอกลายเป็นขาประจำที่นั่นทั้งที่ไม่ชอบดื่มแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาเพราะความอดทนอยากรู้จักเขาของใบหยก หญิงสาวออกเดทอย่างเป็นทางการกับหนุ่มแต่งตัวปอนๆ เสื้อยืด สวมทับแขนยาวมีฮู้ด นั่นเป็นสไตน์ประจำตัวเขา ครั้งแรกที่สวนสาธารณะสาเหตุไม่อยากไปไหนกลัวจะเจอคนของพ่อ ชาคริยาไม่เคยเห็นหน้าหินผาได้แต่เตือนให้ระวังตัวและแอบขำที่เธอไปหลงรักผู้ชายต๊อกต่อย คริยาช่วยปกปิดทุกอย่างให้เป็นความลับเพราะน้องสาวต่างแม่ชอบหาความผิดให้เธอเสมอ ทั้งสองนัดเจอกันเรื่อยมา เขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี อยากให้ไปไหนด้วยกันก็มีเวลาให้ตลอด เธอแปลกใจตนเองที่ยินยอมให้เขาเข้ามาในหัวใจง่ายดายแต่เวลาที่ผ่านไปทุกวันทำให้รู้ว่าคงคิดไม่ผิด เธอมีรักแรกคือหินผา ผู้ชายขยัน มีเมตตา โอบอ้อมอารีกับทุกคนที่ด้อยกว่า
อยู่บ้านแสงมรกตเจอแต่คนเห็นแก่ตัว อดเปรียบเทียบกับพี่หินผาไม่ได้ เขาชอบชวนไปทำบุญด้วยกันเสมอ นั่นคือความสุขที่เธอทำมานานแล้วเช่นกัน





