ปลายฟ้ามักว่าให้กับมนัสยาอยู่เสมอว่า “หล่อนน่ะมีของดีไม่รู้จักใช้ และต้องซ้อมให้ถนัดถนี่ สมัยนี้ผู้ชายเขาไม่ถือในเรื่องความบริสุทธิ์กันแล้ว แกจะเก็บเอาไว้ตอนเข้าหอเลยหรืออย่างไร เชื่อสิ ถึงเวลานั้นจริง ๆ ผู้ชายมันไม่มานั่งถามหรอกว่า แกนะเคยผ่านอะไร ๆ ที่เป็นท่อน ๆ มาหรือยัง ยิ่งถ้าแกมีประสบการณ์อะนะ ผู้ชายยิ่งชอบ”
“เชอะ คิดได้แบบนี้เนอะ แล้วใครจะเหมือนหล่อนล่ะ” มนัสยาอดเหน็บเพื่อนไม่ได้
แต่ปลายฟ้าไม่ยี่หระเลยสักนิดเดียว ยังคงมั่นหน้ามั่นโหนก เล่นเก็บแต้มเรื่องแบบว่าเหมือนเดิม เรื่องบนเตียงคือความสุขที่สามารถทดแทนและเสริมพละกำลัง พร้อมกับได้ปลดปล่อยความทุกข์ สุขเมื่อได้ขึ้นสวรรค์ แม้จะใช้เงินซื้อมา ปลายฟ้าก็ยินยอม
“ยายฟ้าแกอยู่ที่ไหน เฮ้อ... แกน่ะหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ได้โปรดกลับมาเถอะ โธ่! แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง” คิดแล้วหัวจะปวด นานแล้วที่มนัสยาไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ ดวงตาของเธอเริ่มเบลอ ๆ นัยน์ตาเริ่มเห็นภาพซ้อนแล้ว อย่าว่าจะพาตัวเองกลับบ้านเลย เธอจะเดินออกไปพ้นจากประตูผับได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้
ที่ทีวีจอใหญ่เปิดข่าวคราวให้ดู และผับเริ่มเปิดไฟสว่างทีละดวง นั่นหมายถึงว่าที่นี่จะถูกปิดลง
“ไหนว่าจะปลอบใจกันล่ะยายฟ้า ยายเพื่อนเปรต ๆ อีบ้าเอ๊ย!” ยังสบถออกมาอย่างโมโหต่อเนื่อง มาทิ้งให้มนัสยานั่งจมอยู่กับอดีตและความเจ็บช้ำเพียงลำพัง แถมเมาจนไม่ได้สติ
เธอหันไปมองแก้วในมือก่อนจะยกดื่มอีก พอหมดแก้ว มนัสยายกมือขึ้นมาโบกเพื่อเรียกให้พนักงานเช็กบิล
ทันใดนั้น หนุ่มหล่อหน้าตาดีเว่อร์ก็เข้ามาหาเธอ
“คุณมาคนเดียวหรือครับ” เขาจ้องเธออยู่นานแล้ว
“แล้วเห็นไหมล่ะว่าฉันนั่งอยู่กับใคร” เธอย้อน มนัสยามองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขาไม่ได้แต่งชุดพนักงานของที่นี่ ดูดีกว่า และชายหนุ่มอยู่ในชุดสูท
ใบหน้าอันแดงก่ำของมนัสยาถูกยกขึ้นมอง ชายหนุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาคล้ายคนที่เคยรู้จัก คุ้น ๆ มาก แถมยังยิ้มให้เธอด้วยการเปิดฟันที่เรียงขาวสะอาด ทว่ามนัสยาคิดเท่าไร เธอก็คิดไม่ออกว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน
“นี่ ๆ คุณเป็นใคร ฉันไม่รู้จักคุณ” เธอจิ้มนิ้วไปที่อกเขา
จากนั้นก็ยังจิ้มนิ้วไปที่ใบหน้าของเขาอีก ก่อนจะตบหน้าของชายหนุ่ม มนัสยายังทำเปิ่น เธอเอามือทั้งสองข้างมาขยี้ตา เพราะมองเห็นไม่ชัด
“ในผับมีความสว่างแค่นี้ ตาฉันก็ฝ้าฟางสิ” ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะร่วน
“คุณต้องการจะเช็กบิลไม่ใช่หรือครับ”
“อ้าว... คุณทำงานที่นี่ด้วยหรือ อ้อ...” เธอทำหน้านึก
“คุณเป็นผู้จัดการที่นี่แน่ ๆ เลย” เธอขยับตัวเข้าใกล้ และใช้มือไปจับชายเสื้อของชายหนุ่ม มนัสยาพลิกดูข้างในสาบชายเสื้อ เหมือนต้องการรู้ว่าเขาใส่สูทยี่ห้ออะไร
“อู้! ใส่แบรนด์หรูนี่ สูทอาร์มานี” เธอยกหน้ามองเขา ใจก็คิด ผู้จัดการผับหรือ เงินเดือนเท่าไรกัน ทำไมเขาถึงได้ใส่สูทราคาเป็นแสน
“มือสองนะครับ”
“อ้อ” เธอพยักหน้า
“เรื่องบิลของคุณน่ะนะ ไม่ต้องเป็นห่วง เพื่อนสาวของคุณ เธอจ่ายทั้งหมดแล้วครับ”
“อะไรนะ ยายฟ้านะเหรอ แหม... ยายตัวร้าย”
“แล้วเธอก็ยังทิ้งนามบัตรของคุณให้กับผมด้วย”
“ยายฟ้ากล้าดียังไงถึงได้เอานามบัตรของฉันให้กับคุณน่ะ” เธอขยับปากจะโวย แต่เสียงก็แผ่วเบา คนเมาจะมีเรี่ยวแรงเอะอะอะไรมากมาย โดยเฉพาะมนัสยา
“เธอหวังดีนะครับ เธอยังเขียนที่อยู่ของคุณเอาไว้ข้างหลังนามบัตรด้วย และยังย้ำอีกว่าให้ผมไปส่งคุณจนถึงที่หมาย”
“หื้อ! เพื่อนฉันบอกกับคุณแบบนั้นหรือ ไหนหลักฐาน” มนัสยาทำตาโต และแบมือไปตรงหน้า แต่ก็ไม่รอให้เขาเอานามบัตรที่ว่าออกมาให้
“ไม่เป็นไร ๆ ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้” พูดจบ ลุกปาดหน้า จะเดินผ่าน
“ไม่ได้นะคุณ ดึกป่านนี้แล้ว มันอันตรายมากนะสิ แถมยังเมาแบบนี้อีก” มนัสยาหันขวับมาทันที
“แล้วไปกับคุณไม่อันตรายหรืออย่างไร”
“ไม่” เขาตอบทันทีเช่นกัน
“ฉันยังไม่รู้จักคุณเลยนะ เพิ่งเห็นหน้าไม่ถึงห้านาที จะกล้าดีมาบอกว่า ถ้าฉันไปกับคุณฉันจะปลอดภัย ไม่เอาหรอก” มนัสยาทำสีหน้าไม่ไว้วางใจ เพิ่งโดนหักหลังมาหยก ๆ เธอจะไม่เชื่อใครอีก เขาจึงได้หยิบนามบัตรของเธอขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง ชื่อนี้ที่จำได้แบบไม่ลืม
‘มนัสยา เรืองประเสริฐคุณ’ เขายิ้มกว้างให้
“คุณชื่อมนัสยา คุณมัสใช่ไหมครับ” แววตาอ่อนโยนเหมือนเคยเห็นที่ไหนอีกแล้ว มนัสยาเผลอพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ผิด” เขาเอานามบัตรของเธอหงายขึ้น และยื่นไปตรงหน้าของมนัสยา เธอจะจับเอาไว้ แต่เขาก็ดึงกลับ
“ผมรับประกันครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด เชิญครับคุณมัส” เขายื่นมือมาตรงหน้ามนัสยาเพื่อให้จับ เธอลังเลเล็กน้อย
สามอาทิตย์มาแล้วที่โลกาวินาศ คนรักที่กำลังคบหาจะแต่งงานด้วยกัน วางแผนงานแต่งงานมาเป็นปี ๆ แต่หนีไปและประกาศแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นแบบสายฟ้าแลบ
เธอยังไม่รู้จะคิดหาคำตอบไปบอกพ่อกับแม่ของตัวเองได้อย่างไร รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ทั้งที่สิ่งที่เธอได้เตรียมทุกอย่างนั่น คือสุดยอดของความฝัน และวันที่รอคอย
‘ทำไม ทำไม ทำไม’ คำถามที่หาคำตอบไม่ได้
คำพูดของปลายฟ้าดังลอดเข้ามาในหู
“แกคิดเอาเองนะยายมัส จะใช้ชีวิตแบบแห้งเหี่ยว ไร้ประสบการณ์ เพื่อรอเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอแต่งงานนะ ไม่มีหรอก มันต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หาความสุขนะมัสนะ”
ปลายฟ้าชี้นิ้วกระดิกมาข้างหน้า





