ชูเหอรู้สึกงุนงง
“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่”
“การโกหกไม่ใช่พฤติกรรมของเด็กดีเลยนะ” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา แล้วก็ออกแรงเพิ่ม
ทำให้เกิดรอยบาดขึ้น เลือดจึงไหลลงมาจากลำคออันบอบบางของเธอ
ความกลัวที่ถูกล่านั้น เทียบไม่ได้กับความรู้สึกของตอนนี้เลย
ชูเหอพยายามข่มความกลัวเอาไว้ แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า
“คุณ คุณฟังฉันก่อนนะ...”
เธอเก็บซ่อนเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนเหล่านั้นเอาไว้ แล้วก็บอกไปเพียงแค่ว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก สุดท้ายเธอก็พูดว่า “คุณคะ ฉันยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของคุณ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณเป็นใคร…… ขอคุณช่วยเมตตาฉัน ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ...... แม่ แม่ของฉันยังรอฉันอยู่ที่บ้านอยู่นะคะ”
เสียงอันนุ่มนวลของผู้หญิง เข้าถึงส่วนลึกของจิตใจผู้ชายได้อย่างอธิบายไม่ถูก
แรงกดที่คอของเธอคลายลงเล็กน้อยแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงทุบประตูอย่างรุนแรงดังขึ้น
“มันต้องอยู่ในนี้แน่ ๆ ! เข้าไปดูกัน!”
ทันใดนั้นสีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไป เขาจับผู้หญิงตรงหน้ากดไปที่มุมห้อง
แล้วเขาก็ออกคำสั่งอย่างดุดันว่า “ร้องสิ!”
ชูเหออึ้งไป
ความรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ใกล้ตัวเธอจากที่ไหนสักแห่ง ทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว
ครู่ต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก ชายคนนั้นจึงจับเอวของเธอไว้แน่น แล้วก็เลียนแบบการเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้นอย่างดุเดือด
“อ๊า”
เสียงครวญครางอันน่ารื่นรมย์ดังออกมาจากริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว
พวกผู้ชายที่ถือปืนบุกเข้ามาจึงตกตะลึงเป็นไก่ตาแตกไปตาม ๆ กัน
พวกเขาด่าออกมาอย่างหยาบคาย และรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายเถอะ เสียเวลาของพวกกูชิบหาย!”
“หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว! รีบไปค้นหาที่อื่นต่อ ผู้ชายคนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส มันวิ่งไปไหนได้ไม่ไกลหรอก!”
“ครับ!”
เสียงข้างนอกค่อย ๆ สงบลง
แต่อุณหภูมิภายในบ้านกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขนตาของชูเหอสั่นไหวไปมา ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว “พวกเขาไปกันแล้วเหรอ?”
“อื้ม ขอบคุณ” เสียงของชายคนนั้นแหบแห้งกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันก็ไปได้แล้วใช่ไหม?”
ชูเหอจับชุดแต่งงานเอาไว้ด้วยความประหม่า ในใจทั้งรู้สึกหวาดกลัว และเขินอายสลับกันไปมา
ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังจะพยักหน้า ทันใดนั้นสายตาของเขาก็จ้องมองไปที่ชุดแต่งงานที่ขาดรุ่งริ่งของเธอ
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่าง ส่องไปที่รอยบนท้องน้อยของเธอ
เขาดูอึ้ง ๆ เล็กน้อย
เด็กผู้หญิงคนนั้นที่เขาเคยเจอเมื่อหลายปีก่อน เธอก็มีรอยแผลเป็นบริเวณนี้เหมือนกัน
จู่ ๆ แรงกระตุ้นบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็เกิดขึ้นมาในใจของเขา
“ผมเปลี่ยนใจแล้ว”
“อะไรนะ?” ชูเหออึ้งไปเลย
ในความมืด เสียงของชายคนนั้นกลับดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “คุณถูกคนบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่คุณไม่ได้รัก คุณยอมรับได้จริง ๆ เหรอ?”
มือของชูเหอที่จับชุดแต่งงานอยู่กำแน่นขึ้นทันที
ยอมรับงั้นเหรอ? แน่นอนว่าเธอไม่ได้ยอมรับอยู่แล้ว
ความเงียบของเธอคือคำตอบที่ดีที่สุด
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ และขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาพ่นลมร้อน ๆ ใส่หูของชูเหอ และพูดขึ้นว่า “แล้วคุณคิดว่าอยากจะต่ออีกไหม? คนกลุ่มนั้นคิดจะควบคุมโชคชะตาของคุณยังไงก็ได้ตามต้องการ แล้วคุณไม่อยาก แก้แค้นพวกเขากลับไปอย่างรุนแรงบ้างเลยเหรอ?”
ชูเหอรู้สึกมึนไปหมด
แก้แค้น…… อย่างนั้นเหรอ?
แฟนที่รักกันมานานหลายปีของเธอนอกใจเธอ การแต่งงานที่เธอรอคอยมานานแสนนานก็ถูกเอาไปมอบให้คนอื่นเป็นการตอบแทนซะอย่างนั้น.....
คำพูดของชายคนนั้นเหมือนกับการล่อลวงของปีศาจ ทำให้เธอต้องมนต์และเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา ถ้าเธอจะมีอะไรกับชายตรงหน้าสักครั้ง แล้วมันจะยังไง
เธอนึกถึงสิ่งที่คนกลุ่มนั้นเพิ่งพูดขึ้นมาได้ “คุณกำลังจะตายแล้วเหรอ?”
“ใช่ ผมคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันเถอะ!” ชูเหอกล่าวอย่างหนักแน่น
นี่คือคนที่กำลังจะตาย แล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเธอได้ทำสิ่งที่แหกคอกเช่นนี้ลงไป
ชายคนนั้นยิ้มและโน้มตัวเข้ามาใกล้ตัวของเธอ จากนั้นก็จูบไปที่ต่างหูมุกอันเล็ก ๆ บนติ่งหูของเธอเบา ๆ
“สุขสันต์คืนวันวิวาห์นะ ที่รัก”
……
เมื่อชูเหอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น บนตัวของเธอก็มีเสื้อสูทคลุมเอาไว้
ส่วนชายคนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
บางทีอาจจะไปหาสถานที่สักที่หนึ่งเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่แล้วก็ได้......
ถึงยังไงเขาก็เป็นผู้ชายที่เธอเพิ่งได้ใกล้ชิดมาด้วย ชูเหอกำเสื้อคลุมที่เขาทิ้งไว้ให้ เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
“ปัง!” ประตูห้องใต้หลังคาถูกคนเตะเปิดอย่างแรง
บอดี้การ์ดหลายคนวิ่งกรูตามกันเข้ามา
พวกเขาคือคนของตระกูลสู่ยนั่นเอง!
ชูเหอลุกขึ้นและวิ่งไปที่หน้าต่าง จากนั้นเธอก็ถูกบอดี้การ์ดกดเอาไว้ตรงนั้นอย่างเกรี้ยวกราด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็ถูกโยนไปตรงหน้าสู่ยเจิ้งเว่ย และเจียงอิง
เล็บที่แหลมคมของเจียงอิงจิกเนื้อของเธอเอาไว้ “แกทำให้คนตั้งมากมายตามหาแกทั้งคืน สู่ยชูเหอแกเก่งนักรึไงฮะ! ถึงขนาดที่กล้าหนีการแต่งงานแล้วเหรอ!”
ที่แขนของชูเหอถูกเธอจิกจนมีรอยเลือดขึ้นมา แต่เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วก็ถลึงตาจ้องมองเจียงอิงไปด้วยสายตาที่ดื้อรั้น “คนที่ถูกเลือกให้แต่งงาน ไม่ใช่ฉันตั้งแต่ต้น!”
“เอาล่ะ เอาล่ะ”
สู่ยเจิ้งเว่ยดึงเจียงอิงออกไป แล้วก็ประคองชูเหอลุกขึ้น จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มจนตาหยีว่า “ชูเหอ ป้าเจียงของเธอก็อารมณ์ร้อนแบบนี้มาตลอด เธออย่าไปเก็บมาใส่ใจเลยนะ”
ชูเหอลูบแขนที่มีเลือดไหลออกมา เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย “ลุงสู่ย ฉันไม่อยากแต่งงานค่ะ”
สู่ยเจิ้งเว่ยแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยออกมาทันที “ชูเหอ เธอทำแบบนี้ไม่รู้จักความเลยนะ เธอกับแม่ของเธอมากินอยู่ในของบ้านเราฟรี ๆ ตั้งกี่ปี พอถึงเวลาที่เธอต้องตอบแทนพวกเราบ้าง เธอกลับจะขอถอนตัวเนี่ยนะ? เกิดเป็นคนทั้งทีทำไมถึงไม่มีจิตสำนึกได้ขนาดนี้”
ชูเหอฟังออกว่า คน ๆ นี้เป็นคนหน้าซื่อใจคดยิ่งกว่าใคร
เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง และพูดว่า “ค่าใช้จ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันจะคืนให้คุณโดยเร็วที่สุด”
สู่ยเจิ้งเว่ยยังคงยิ้มอยู่ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนี้สักหน่อย แต่ฉันเคยได้ยินมานะว่า แม่ของเธอช่วงนี้กำลังรอการปลูกถ่ายไตอยู่ไม่ใช่เหรอ? ชูเหอ เธอจะไปหาเงินได้มากขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”
มือของชูเหอที่อยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นทันที!
เพราะชูเหอไม่สามารถหามันมาได้จริง ๆ





