เงินออมก่อนหน้านี้ของชูเหอ เธอได้เอามาช่วยจ้าวชูหมิงตกแต่งบ้านไปหมดแล้ว......
ตอนที่แม่ของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ ตอนแรกชูเหอเคยคิดที่จะปรึกษาหารือกับจ้าวชูหมิงว่า เขาจะสามารถขายบ้านไปก่อนได้ไหม
เพราะอันที่จริงหลายปีมานี้พวกเขาก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เธอจึงคิดว่าเขาน่าจะเห็นด้วย
ผลปรากฏว่าเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ เธอคิดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานมาก แต่แล้วประโยคที่เธอได้รับกลับมาก็คือ “ชูเหอ นี่คือบ้านของผมนะ”
เขาบอกว่านี่คือบ้านของเขา!
ตอนนั้นที่จ้าวชูหมิงไม่ยอมให้เธอช่วยเขาซื้อบ้าน ชูเหอก็คิดว่านี่คือการแสดงความรักที่มีต่อเธอ
ดังนั้นหลังจากนั้นมาตอนที่เขามาขอให้ชูเหอช่วยตกแต่ง เธอจึงตอบตกลงไป
หลังจากที่เธอใช้เงินเก็บทั้งหมดเพื่อตกแต่งรังรักของเธอกับเขาไปแล้ว จ้าวชูหมิงก็ยังพูดอีกว่า “ชูเหอ คุณไม่ได้ออกเงินจ่ายค่าบ้านหลังนี้เลย งั้นผมจะไม่เขียนชื่อของคุณลงไปในโฉนดที่ดินนะ”
ตอนนั้นแม้ว่าชูเหอจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เพราะเชื่อใจจ้าวชูหมิง เธอจึงไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
จนมาถึงตอนนี้
แม่ของเธอป่วยหนัก ส่วนเขากลับไปเกลือกกลั้วมั่วอยู่กับสู่ยชูเย่วบนเตียง เธอถึงได้เพิ่งจะมาตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองนั้นโง่แค่ไหน!
“ชูเหอ......”
สู่ยเจิ้งเว่ยเรียกสติเธอกลับมาด้วยรอยยิ้ม
“ฉันรู้นะว่าเธอไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น แต่เธอก็เรียกฉันว่าคุณลุงมาตั้งหลายปีแล้ว เพียงแค่เธอยอมแต่งงานกับกู้เฉิงแทนเย่วเย่ว ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่ของเธอให้เอง”
ท่าทางเขาดูใจดีมีเมตตามาก แต่มันกลับทำให้ชูเหอเคียดแค้นจนอยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้น ๆ
“แค่ฉันยอมแต่งงานอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่ นอกจากนี้เธอยังต้องแต่งงานโดยใช้ตัวตนของเย่วเย่วด้วย เพราะกู้เฉิงอะไรนั่นรับมือยาก ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้มากไปกว่านี้”
“……”
ด้านหนึ่งคือแม่ที่เลี้ยงดูเธอมานานหลายปี ส่วนอีกด้านหนึ่งคือไอ้คนเสเพลที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่
สุดท้าย สิ่งที่เธอต้องแบกรับเอาไว้บนบ่าก็คือบุญคุณของการเลี้ยงดู เธอกำชุดแต่งงานที่ขาดวิ่นเอาไว้แน่น แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า
“ตกลงค่ะ ฉันจะแต่งงาน! แต่คุณต้องสร้างหลักฐานขึ้นมาเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
สู่ยเจิ้งเว่ยจัดทำข้อตกลงขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลย แล้วก็เซ็นชื่อของเขาลงไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อชูเหอก้มหน้าลงเพื่อจะเซ็นชื่อ มือที่ถือปากกาอยู่ก็สั่นขึ้นมา
น้ำตาที่คลออยู่ทำให้ตัวอักษรเบลอไปหมด
เธอเคียดแค้นมาก!
แต่แล้วเธอจะโทษใครได้? ถ้าไม่ใช่เพราะว่าก่อนหน้านี้เธอคลั่งรักมากขนาดนั้น ตอนนี้เธอก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นรองคนอื่นแบบนี้หรอก!
หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ สู่ยเจิ้งเว่ยก็เก็บข้อตกลงไปด้วยรอยยิ้ม “อีกสามวัน ฉันจะจัดงานแต่งงานให้เธอ ถึงเวลานั้นเธอห้ามเปิดเผยความลับเรื่องนี้เด็ดขาด”
ชูเหอตอบรับว่าอืมขึ้นมาเบา ๆ คำหนึ่ง จากนั้นก็หันหลัง และเดินจากไป เธอไม่อยากอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ความเสแสร้งแห่งนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
หลังจากปิดประตูแล้ว เจียงอิงก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “นังเด็กเวรนี่ ก่อนจะไปยังจะขูดรีดพวกเราอีกนะ!”
“อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย” สู่ยเจิ้งเว่ยเก็บข้อตกลงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเป็นคนที่ปล่อยให้เธอเอาเปรียบได้ง่าย ๆ รึไง?”
เจียงอิงรู้ว่าเขากำลังเริ่มวางแผนอีกครั้งแล้ว
“คุณนี่นะ เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริง ๆ~” เธอจ้องมองเขาอย่างออดอ้อน จากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกโชคดีว่า “โชคดีนะที่เราจับจุดอ่อนของสู่ยชูเหอได้ ไม่อย่างนั้นเราคงต้องให้เย่วเย่วแต่งงานออกไปจริง ๆ แน่ ๆ!
จะว่าไปเรื่องนี้ก็บังเอิญจริง ๆ! บังเอิญที่คืนนั้นเธอหนีออกจากงานแต่งงานไป ส่วนกู้เฉิงก็ไม่ได้มาเหมือนกัน!”
นี่คือจุดที่สู่ยเจิ้งเว่ยยังคงสงสัยอยู่
ตามหลักแล้ว ตอนนี้กู้เฉิงกำลังตกที่นั่งลำบาก เขาจึงรีบมาเกาะตระกูลสู่ยซึ่งเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่จนแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องใช้การหมั้นครั้งก่อนมาบังคับเรื่องการแต่งงาน โดยบอกว่าต้องการสู่ขอสู่ยชูเย่วลูกสาวแท้ ๆ ของเขา
เดิมทีเขาคิดว่าลูกสาวบุญธรรมของเขาก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเอาสู่ยชูเหอไปรับมือแทน
หากเรื่องราวมันเกินเลยไปไกลแล้ว ต่อให้กู้เฉิงเพิ่งจะมารู้ทีหลังก็คงจะสายไปแล้ว
แต่ผลปรากฏว่าเมื่อคืนนี้ กู้เฉิงกลับไม่ได้ไปที่ห้องวิวาห์ซะอย่างนั้น
หรือว่า เขาจะรู้ทันซะก่อน?
……
ไม่นานหลังจากที่ชูเหอเดินออกไป ด้านข้างก็มีเสียงคนหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นมา
สู่ยชูเย่วกำลังยืนควงแขนจ้าวชูหมิงอยู่ไม่ไกล เธอเอามือปิดจมูกไว้ และมองไปที่ชูเหอพลางพูดขึ้นว่า “นี่มันคนจรจัดจากที่ไหนกัน? เหม็นเป็นบ้าเลย!”
ชูเหจึงเดินเข้าไปและตบเธอทันที “ตอนนี้เธอกับฉันก็เหม็นพอ ๆ กันนั่นแหละ”
“อร๊าย! อิกระหรี่!”
สู่ยชูเย่วกรีดร้องขึ้นมาพลางเดินไปกระชากเสื้อผ้าของชูเหอ แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่าภายใต้ชุดแต่งงานที่เธอฉีกออกนั้น บริเวณกระดูกไหปลาร้าของชูเหอจะมีรอยสีแดงจาง ๆ อยู่เต็มไปหมด
“อุ๊ย!”
สู่ยชูเย่วเอามือปิดริมฝีปากไว้ เธอรู้สึกตกใจมาก “มิน่าล่ะเมื่อคืนนี้เธอถึงได้หนีการแต่งงาน ที่แท้ เธอก็คบหากับผู้ชายคนอื่นมานานแล้วนี่เอง!”





