เดซี่ระบายอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองด้วยการไปช้อปปิ้ง โดยหลังจากทานอาหารเสร็จเธอก็สั่งให้เลขาส่วนตัวของปุณณ์พาไปซื้อของที่นั่นที่นี่อย่างไม่คิดเกรงใจ ก่อนจะให้ขับรถไปส่งที่บ้าน ทันทีที่ลงมาจากรถเดซี่ก็เดินเชิดหน้าเข้าไปภายใน ทำราวกับว่าที่นี่คือบ้านของตัวเธอเอง
“ฉันขอน้ำส้มคั้นแก้วนึงนะจ๊ะ”
“ค่ะ” เด็กรับใช้เอ่ยรับ แต่พอเดซี่เดินผ่านไปก็แอบมองบนใส่ ก่อนจะเดินหน้างอเข้ามารินน้ำส้มใส่แก้ว เพราะคิดว่าเดซี่จะไม่มาที่นี่เสียอีก
ส่วนเดซี่นั้นก็ถือวิสาสะเข้าไปในห้องนอนของปุณณ์ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รูปของพี่สาว ที่อัดใส่กรอบอย่างดีวางอยู่บนหัวเตียง
เดซี่หยิบรูปพี่สาวขึ้นมาเพ่งมองก่อนจะยิ้มเย้ยออกมา ต่อให้ปุณณ์จะรักพี่สาวเธอมากแค่ไหน แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เพราะพี่สาวเธอมาอายุสั้นชิงตายไปเสียก่อน
“สองปีแล้วสินะที่พี่ไม่ได้อยู่เป็นหนามยอกอกฉัน” แววตาของเดซี่ไม่ได้มีความเศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยินดีเสียด้วยซ้ำไป
เดซี่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของปุณณ์ แล้วสูดกลิ่นกายของชายหนุ่มที่ฝากไว้บนหมอนบนผ้าห่มเข้าเสียเต็มปอด สักวันเธอต้องได้มานอนบนเตียงนี้ สักวันเธอต้องได้ครอบครองเป็นเจ้าของปุณณ์ สักวันเธอจะทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
ส่วนปุณณ์ยังคงง่วนกับงาน แม้วันนี้จะเป็นวันที่เขาต้องสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปก็ตาม เพราะเขากำลังวางแผนขยายพื้นที่รีสอร์ตที่ยังว่าง โดยตั้งใจสร้างเป็นเรสซิเดนซ์ทั้งปล่อยขายและให้เช่าพัก ตั้งใจสร้างที่นี่ให้เติบโตแม้จะเหนื่อยแต่เขาก็พร้อมที่จะเหนื่อย
บางครั้งปุณณ์ก็อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ ว่าเขาเหนื่อยไปเพื่ออะไร ในเมื่อครอบครัวเขาก็มีพร้อม พ่อแม่ก็สุขสบายในแบบของท่านที่กรุงเทพฯ ส่วนน้องชายคนเดียวตอนนี้ก็ทำงานเป็นทนายอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และคงปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไม่กลับมาเมืองไทยอีก
เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปุณณ์ แม้เขาจะมีครบทุกอย่างแต่ลึกๆ กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป สิ่งนั้นเขาเคยได้รับจากโรส แต่ทว่าวันนี้เธอกลับไม่อยู่ข้างกายเสียแล้ว
“ว้าว...ที่นี่สวย” เสียงของเนตรดาวดังขึ้น เธอชอบที่นี่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น การตกแต่งบวกบรรยากาศริมทะเลดูจะเข้ากันไปหมด แถมไม่คิดว่าห้องพักของเธอที่แก้วตาเลือกไว้ให้จะสวยขนาดนี้
“บอกแล้วว่าแกจะชอบ” แก้วตาอมยิ้มพอใจ ใครที่ได้มาพักรีสอร์ตแห่งนี้ต่างชื่นชมในความสวยงามที่ยากจะหาได้จากที่ไหนบนกระบี่ และเธอก็เลือกที่นี่เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานพรุ่งนี้ด้วย เธอกับว่าที่สามีนั้นต่างชอบทะเลด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คือสถานที่แรกที่พวกเขาได้พบกัน
“ชอบจริงนั่นแหละ บ้านในฝันเลย เปิดประตูมาแล้วมีสระว่ายน้ำพร้อมทะเลตรงหน้าแบบนี้” นั่นเพราะห้องพักของเนตรดาวเป็นห้องที่สามารถเดินลงสระว่ายน้ำได้เลย ถัดไปหน่อยก็ทรายและทะเล
“ซื้อสิ” แก้วตาแกล้งพูดแหย่เล่น
“มีเงินที่ไหน” คนอยากมีบ้านในฝันริมทะเลหน้ามุ่ย เพราะราคาที่นี่คงแพงลิ่วแน่นอน
“งั้นก็จีบเจ้าของรีสอร์ต เห็นเขาว่าโสด” แก้วตานั้นรู้ว่าเจ้าของรีสอร์ตแห่งนี้คือใคร เธออยากแนะนำให้เนตรดาวได้รู้จักนัก แต่ก็ไม่กล้าออกตัวเพราะรู้มาว่าชายหนุ่มยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ ซึ่งจะว่าไปแก้วตาเองก็ไม่เคยเห็นหน้าคนรักของปุณณ์ รู้แค่ว่าเธอชื่อโรสและเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน
“บ้า...ไม่เอาทั้งนั้นแหละ”
“งั้นแกก็อด”
“ยอม...แต่ถ้ามีเงินก็อยากซื้อหรือสร้างบ้านแบบนี้ไว้สักหลังเหมือนกันนะ” แค่ได้คิดเนตรดาวก็มีความสุขแล้ว เธอต้องขยันทำงานให้มากกว่านี้ เก็บเงินให้มากๆ เพราะชีวิตนี้เธออาจขึ้นคานไม่เจอสามีดีและรวยแบบแก้วตาแน่
“ฉันรู้ว่าแกทำได้” แก้วตาเอ่ยให้กำลังใจ
“อืม...ส่วนแก ทำไมแต่งงานก่อนฉันละยะ ไหนบอกจะขึ้นคานไปพร้อมกันไง” เนตรดาววกกลับมาคุยเรื่องการแต่งงานของแก้วตา นั่นเพราะมันรวดเร็วชนิดที่ว่าเธอเองเกือบตั้งรับไม่ทัน เพราะโสดกันอยู่ดีๆ แก้วตาก็บอกเจอคนที่ใช่ ผ่านไปสองเดือนบอกจะแต่งงาน
“ก็เจอเนื้อคู่แล้วนี่” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มเขิน นั่นเพราะไม่คิดว่าเธอจะเจอคนที่ใช่เร็วแบบนี้เหมือนกัน เมื่อเจอก็อยากใช้ชีวิตด้วย และอยากมีลูกทันทีหลังแต่งงาน อยากให้ลูกๆ จะได้โตทัน พอลูกๆ โตก็จะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งในหัวของแก้วตาเต็มไปด้วยโครงการและสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต
“อิจฉา”





