ตอนที่ 1 อดีต
ยุคอาณาจักรใหม่ (1554-1090 B.C.)
ธีปส์ เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอียิปต์ สิ่งก่อสร้างที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันชวนพิศวง ซ่อนเร้นแนวคิดสร้างสรรค์ อันมีรากเหง้ามาจากจารีตประเพณีโบราณของอียิปต์ และสะท้อนหลักความเชื่อของชาวไอยคุปต์โบราณซึ่งมีต่อเทพเจ้าของตน ความเจริญรุ่งเรืองของจักรวรรดิอียิปต์ ก่อให้เกิดความมั่งคั่ง อุดมไปด้วยทองคำมูลค่ามหาศาล เพชรนิลจินดามากมาย ซึ่งได้มาจากอาณาจักรน้อยใหญ่ส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ศิโรราบยอมสยบอยู่ภายใต้เงาของจักรวรรดิอียิปต์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้
ในยามนี้ชาวไอยคุปต์ทั่วทั้งจักรวรรดิกำลังดื่มด่ำอย่างสำราญ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการขึ้นครองราชย์ของฟาโรห์พระองค์ใหม่ ซึ่งพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ชาวไอยคุปต์ทั่วทั้งจักรวรรดิต่างยกย่องว่ามี พระอัจฉริยะภาพในการเป็นนักรบอย่างยิ่งยวด ทรงร่วมรบกับพระราชบิดามาโดยตลอดเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาท
จนสามารถขยายอำนาจแผ่แสนยานุภาพให้กับจักรวรรดิอียิปต์เป็นที่ประจักษ์แก่เหล่าอาณาจักรน้อยใหญ่ไปไกลจนถึงดินแดนแห่งเมโสโปเตเมีย ยุคทองของราชวงศ์ที่ 19 ในรัชสมัยของกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ฟาโรห์เมนมาตเร หรือที่รู้จักในอีกพระนามว่า “เซติ”
วรองค์สูงสง่าของกษัตริย์ยอดนักรบผู้ยิ่งใหญ่ในฉลองพระองค์งานพระราชพิธีราชาภิเษก ช่างงดงามเป็นยิ่งนัก ฉลองพระองค์และพัสตราภรณ์เลอค่ามากมายล้วนทำมาจากทองคำทั้งสิ้น ประกายแสงสีทองระยิบระยับเปล่งประกายเจิดจรัส ยิ่งต้องกับแสงของสุริยะเทพด้วยแล้วไซร้ ยิ่งทำให้พระองค์น่าเกรงขามเพิ่มขึ้นทวีคูณ
พระองค์ทอดสายพระเนตรไปยังประชาชนที่อยู่เบื้องล่างของพระราชวังพร้อมยกพระหัตถ์ตอบรับประชาชนที่มาร่วมถวายพระพรให้แก่พระองค์ในยามนี้ ไม่ว่าจะทอดสายพระเนตรไปทิศทางใด ล้วนคราคร่ำไปด้วยพสกนิกรชาวอียิปต์และรวมไปถึงแขกรับเชิญจากทุกอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองจักรวรรดิอียิปต์ ต่างพร้อมใจเดินทางไกลเพื่อมาร่วมอวยพรให้กับกษัตริย์อียิปต์พระองค์ใหม่กันอย่างคับคั่ง
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” เสียงไชโยโห่ร้องของพสกนิกรดังเอ็ดอึงไปทั่วหล้าทั่วทุกครัวเรือน ทุกหัวเมืองและทุกหย่อมหญ้าต่างดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ
“เจ้าพี่ทอดพระเนตรสิเพคะ” เสียงเอื้อนเอ่ยดังมาจากเบื้องหลังพร้อมชี้ชวนให้พระองค์ทอดพระเนตรตาม
พระองค์หันพระพักตร์ทอดพระเนตรตามเสียงที่เอื้อนเอ่ย พระเนตรสีนิลกาฬภายใต้ขนพระเนตรยาวงามงอนแลดูชวนฝันเป็นยิ่งนัก หากแต่ภายใต้พระเนตรที่ชวนฝันกลับแฝงเร้นไปด้วยความเศร้า กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรเช่นพระองค์มีเรื่องที่เศร้าหมองกระนั้นหรือ
“เจ้าให้ข้าเพ่งพิศสิ่งใดทูย่า ข้าไม่เห็นมีสิ่งใดแปลกประหลาดตามที่เจ้าชี้ชวน” สุระเสียงรับสั่งถาม
“แหม! เจ้าพี่ทอดพระเนตรดีๆ สิเพคะ ในกลุ่มนักบวชจากวิหารหลวง หม่อมฉันเห็นนักบวชหญิงด้วยเพคะ เป็นเวลานานมากแล้วที่วิหารหลวงไร้นักบวชหญิง น้องเพิ่งไปขอพรกับเหล่าทวยเทพในวิหารหลวงเมื่อคราก่อนก็ยังมิพานพบนักบวชหญิงแต่อย่างใด ถ้าเป็นนักบวชหญิงจากวิหารอื่นก็ไม่สงสัยกระไร แต่เป็นนักบวชหญิงที่มาจากวิหารหลวงนี่สิมาได้เช่นไร” สุระเสียงหวานรับสั่ง พระขนงขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“นักบวชหญิงคนดังกล่าวเพิ่งจะได้รับการคัดเลือก เข้ามาถวายการรับใช้ให้กับเหล่าทวยเทพในวิหารหลวงเมื่อไม่กี่วันนี่เองพ่ะย่ะค่ะ พระสังฆราชโฮราเป็นผู้ทำการคัดเลือกนักบวชหญิงผู้นี้ตามพระบัญชาจากเทพเจ้าอาเมนราพ่ะย่ะค่ะ” เสียงราชองครักษ์ผู้ใกล้ชิดกราบทูลถวายคำอธิบาย
“เทพอาเมนราทรงมีพระบัญชาโดยตรงอย่างนั้นรึ” สุระเสียงรับสั่งถามจากองค์กษัตริย์เต็มไปด้วยความแปลกพระทัย พร้อมๆ กับเสียงหนึ่งดังสำทับตามติดมา
“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เสียงแหบของชายชราพร้อมร่างสันทัดค่อยๆ ก้าวเดินตรงมาหาองค์กษัตริย์
ชายชราในวัย 60 ตอนปลาย ผู้ครองตำแหน่งพระสังฆราช อันเป็นตำแหน่งสูงสุดของเหล่านักบวชแห่งจักรวรรดิอียิปต์ มีนามว่าโฮรา ทำหน้าที่ปกครองเหล่านักบวชและควบคุมวิหารเทพเจ้าทั่วทั้งจักรวรรดิ
คอยสื่อสารและรับสารจากเหล่าทวยเทพเจ้าที่คอยปกป้องจักรวรรดิอียิปต์อันยิ่งใหญ่ ถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญของจักรวรรดิอียิปต์ ร่างสันทัดของชายชราโน้มลำตัวพร้อมก้มคำนับทำความเคารพให้กับองค์กษัตริย์พร้อมกล่าวคำอธิบาย
“กระหม่อมตั้งใจจะกราบทูลถวายรายงานฝ่าพระบาทหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีราชาภิเษกของพระองค์ แต่ในเมื่อเจ้าหญิงทูย่า ทอดพระเนตรนักบวชหญิงจากวิหารหลวงแล้ว กระหม่อมขอกราบทูลให้ฝ่าพระบาททรงทราบเสียตั้งแต่เพลานี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้ามีอะไรก็ว่ามาโฮรา ข้าก็ใคร่อยากรู้เช่นกัน ว่านักบวชหญิงผู้นี้มาอยู่ในวิหารหลวงแห่งเทพเจ้าได้เช่นไร” สุระเสียงทุ้มดังก้องทว่าเฉียบขาดยิ่งนัก
“กราบทูลฝ่าพระบาท นักบวชหญิงผู้นี้มีพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยกันทั้งคู่ ตั้งแต่นางอายุได้เพียง 3 ขวบ นางเติบโตมาโดยการเลี้ยงดูจากเหล่านักบวชของวิหารคอมเอลซุลตาน แห่งเมืองอาบิดอส จนกระทั่งเทพเจ้าอาเมนราได้ทรงมีพระบัญชาให้กระหม่อมคัดเลือกนักบวชหญิงเพื่อถวายการรับใช้แด่เทพีไอซิส
และยิ่งไปกว่านั้นองค์เทพีไอซิสมีพระประสงค์เจาะจงที่นางแต่เพียงผู้เดียวเพื่อให้มาทำหน้าที่ถวายการรับใช้องค์เทพีไอซิสและให้มาทำหน้าที่ถือตราประทับขององค์ฟาโรห์เท่านั้นพ่ะ...” ชายชรายังมิทันที่กล่าวจบ เสียงสูงปรี๊ดของเจ้าหญิงทูย่าดังแทรกขึ้นทันใด
“เหตุใดองค์เทพีไอซิสจำต้องเจาะจงนักบวชหญิงผู้นั้นมาทำหน้าที่ถือตราประทับเจ้าพี่ของข้า ในเมื่อหน้าที่นั้นจะต้องเป็นของนักบวชชั้นสูงจากวิหารหลวงเท่านั้น เพราะอะไร!” สุระเสียงรับสั่งถามด้วยความไม่พอพระทัย
“เงียบ!” สุระเสียงขององค์กษัตริย์ดังก้องคำรามขึ้นมาทันที
เจ้าหญิงทูย่าถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินสุระเสียงรับสั่งดังก้องเช่นนั้น ทำให้พระนางรู้สึกพระองค์ขึ้นมาทันใด ว่ากำลังแสดงพระอารมณ์ที่ส่อไปทางหึงหวงต่อหน้าข้าราชบริพารมากมาย
ฟาโรห์เซติทอดพระเนตรเจ้าหญิงทูย่าเขม็ง เพื่อเป็นการกำราบให้พระนางรู้สึกพระองค์ ก่อนจะละสายพระเนตรหันกลับไปรับสั่งกับชายชรา
“เจ้าจงกล่าวต่อไปโฮรา ข้ากำลังฟังเจ้าและใคร่อยากรู้เช่นกัน ว่าเหตุใดเทพีไอซิสจึงเจาะจงนักบวชหญิงผู้นั้นมาทำหน้าที่ถือตราประทับของข้า เหล่านักบวชหญิงนอกจากจะมีหน้าที่ดูแลวิหารเทพต่างๆ และคอยบันทึกข้อมูลของเหล่านักบวชชั้นสูงแล้ว เหตุใดเล่านางจึงมารับหน้าที่ถือตราประทับของข้าเช่นนี้ได้” พระเนตรสีนิลกาฬทอดพระเนตรไปยังร่างสันทัดตรงพระพักตร์ พร้อมเสียงของสังฆราชโฮรากราบทูลอธิบาย
“นางเป็นหลานสาวแท้ๆ ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ พ่อของนางคือบุตรชายของกระหม่อมซึ่งเกิดกับหญิงสาวชาวเมืองอาบิดอส ก่อนที่กระหม่อมจะเข้าสาบานต่อหน้าเทพเจ้า และอุทิศตัวเพื่อถวายการรับใช้ต่อเหล่าทวยเทพทั้งมวล
ทำให้กระหม่อมมิได้ล่วงรู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นได้ตั้งครรภ์บุตรชาย และที่กระหม่อมล่วงรู้ได้เพราะเทพี ไอซิสเสด็จมาหากระหม่อมด้วยพระองค์เองพร้อมนิมิตภาพให้ได้รับรู้เรื่องราวของกระหม่อม...” ชายชราหยุดชะงักเพียงครู่พร้อมครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยกราบทูลต่อองค์ฟาโรห์
“กระหม่อมยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เคยล่วงรู้มาก่อนซึ่งเทพเจ้าอาเมนราและเทพีไอซิสได้ส่งสารแห่งเทพเจ้ามาเป็นนัย และจำต้องอธิบายให้แก่ฝ่าบาททรงทราบเป็นการส่วนพระองค์เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” สังฆราชชรากล่าวถวายรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำ
ฟาโรห์เซติทรงก้มพระพักตร์ขึ้นลงเมื่อได้ยินคำอธิบายจากสังฆราชโฮรา
“เป็นเช่นนั้นหรอกรึ ที่แท้นางก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของเจ้า ด้วยเหตุนี้เองนางจึงกลายเป็นนักบวชชั้นสูงของวิหารหลวงเพราะมีเจ้าเป็นตาของนาง แต่เพราะเหตุใดองค์เทพีไอซิสจึงให้มาทำหน้าที่ถือตราประทับประจำตัวของข้า” องค์กษัตริย์รับสั่งถามด้วยความสงสัย
“กราบทูลฝ่าบาท เหตุที่นางมาทำหน้าที่ถือตราประทับของพระองค์ เพราะนางผ่านการเข้าพิธีสาบานตนต่อหน้าทวยเทพเจ้าทั้งมวลของจักรวรรดิอียิปต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พร้อมอุทิศตัวถวายการรับใช้ขึ้นตรงต่อเทพีไอซิสและถือครองพรหมจรรย์ ไม่ว่าชายใดมิอาจแตะต้องนางได้เพราะนางคือสมบัติของวิหารเทพเจ้าพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นเสียงกราบทูลของสังฆราชโฮรา สุระเสียงสูงดังแทรกขึ้นมาทันใด
“ค่อยยังชั่ว! ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย” เจ้าหญิงทูย่ารับสั่งพร้อมถอนพระทัย ก่อนจะรู้สึกพระองค์เมื่อสายพระเนตรขององค์ฟาโรห์ทอดพระเนตรตรงมาที่พระนางอย่างตำหนิที่ทรงแสดงพระอาการเมื่อครู่ออกมา
“น้องขอประทานอภัยเพคะเจ้าพี่” เจ้าหญิงรับสั่งสุระเสียงอ่อย
องค์กษัติริย์ส่ายพระเศียรไปมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยพระทัย พร้อมเสด็จออกจากบริเวณงานพระราชพิธีพร้อมมีรับสั่งกับสังฆราชโฮราเบาๆ
“เจ้าจงตามข้ามาโฮรา ข้ามีกิจการงานของบ้านเมืองอันเป็นสำคัญที่จะต้องปรึกษากับเจ้า”
ชายชราก้มศีรษะคำนับเมื่อได้ยินรับสั่งเช่นนั้น หากแต่เจ้าหญิงทูย่าก็มิวายที่จะรับสั่งแทรกทะลุกลางปล้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ถ้าจะปรึกษาพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าพี่กับน้อง น้องขอไปด้วยนะเพคะ” รับสั่งพร้อมตีพระพักตร์เรียบเฉยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่อย่างใดพร้อมเตรียมเสด็จตามองค์กษัตริย์
“ไม่!” องค์กษัตริย์รับสั่งตวาดดังก้อง เป็นเหตุให้เจ้าหญิงทูย่าหยุดเสด็จติดตามทันที
องค์ฟาโรห์หันพระพักตร์คมเข้มกลับมาพร้อมทอดสายพระเนตรไปยังเจ้าหญิงทูย่าเขม็ง เจ้าหญิงทูย่าทรงยืนพระวรกายแข็งทื่อเมื่อถูกพระองค์ตวาดดังก้องต่อหน้าข้าราชบริพาร
“ข้าปรึกษาภารกิจสำคัญของบ้านเมือง หาใช่ปรึกษาพิธีอภิเษกสมรสแต่อย่างใด เสด็จพ่อเพิ่งสวรรคตมันสมควรแล้วหรอกรึทูย่าที่เจ้าจะรีบจัดงานอภิเษกเช่นนี้” องค์กษัตริย์รับสั่งสุระเสียงกร้าว
หากแต่เจ้าหญิงทูย่าก็ไม่วายที่จะรับสั่งเถียงองค์กษัตริย์
“แต่เจ้าพี่ก็ผ่านพระราชพิธีราชาภิเษกในวันนี้เรียบร้อยแล้วนะเพคะ จักรวรรดิอียิปต์ของเราก็ได้เจ้าพี่เป็นกษัตริย์เมื่อผลัดแผ่นดินใหม่และเปลี่ยนรัชกาลใหม่เป็นของเจ้าพี่ มันก็สมควรและถึงเวลาที่จักรวรรดิจะต้องมีราชินี น้องคือคู่อภิเษกของเจ้าพี่เหตุใดเล่าจึงไม่ใส่พระทัยงานพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าพี่กับน้อง เมื่อมีกษัตริย์ก็ต้องมีราชินีช่วยกันปกครองมิใช่หรือเพคะ”
“ไม่!” สุระเสียงตวาดดังก้องไปทั่วบริเวณ เล่นเอาข้าราชบริพารต่างพากันสะดุ้งด้วยความตกใจไปตามๆ กัน สุระเสียงเช่นนี้บ่งบอกแน่ชัดว่าพระองค์ทรงเริ่มพิโรธ
กษัตริย์รูปงามเริ่มมีพระพักตร์ถมึงทึง สายพระเนตรกร้าวเมื่อได้ยินรับสั่งของเจ้าหญิงทูย่าเช่นนั้น วรองค์สูงใหญ่กำยำค่อยๆ เสด็จไปหาเจ้าหญิงทูย่า พระองค์ทรงหยุดยืนพร้อมก้มลงทอดพระเนตรเจ้าหญิงทูย่าตรงพระพักตร์
“เจ้า...มันก็เป็นได้แค่...คู่อภิเษกเท่านั้น” รับสั่งสุระเสียงเบาได้ยินเพียง 2 พระองค์เท่านั้น
สิ้นรับสั่งขององค์ฟาโรห์ เจ้าหญิงทูย่าแทบจะกรีดร้องออกมาทันใด หากแต่ต้องหยุดพระองค์เมื่อองค์กษัตริย์ทรงทอดพระเนตรสีนิลกาฬอย่างดุดันตรงมาที่พระนาง จนพระนางเกรงกลัวว่าจะต้องพระราชอาญาหากโต้เถียงพระองค์ไปมากกว่านี้
จึงทำได้แต่เพียงทอดพระเนตรตามหลังองค์กษัตริย์ เมื่อพระองค์เสด็จออกจากบริเวณงานพระราชพิธี โดยมีสังฆราชโฮราพร้อมด้วยราชองครักษ์คอยตามเสด็จถวายการอารักขากันอย่างเนืองแน่น
เจ้าหญิงทูย่าทอดพระเนตรองค์กษัตริย์และขบวนตามเสด็จอย่างไม่ลดละ พระนางขุ่นเคืองพระทัยเป็นยิ่งนักเมื่อนึกถึงรับสั่งขององค์กษัตริย์
“เจ้า...มันก็เป็นได้แค่...คู่อภิเษกเท่านั้น!”
“ไม่! ข้ามิใช่เพียงแค่คู่อภิเษก แต่ข้าคือราชินี! มเหสีของฟาโรห์เซติคือข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น!” พระนางคำรามลั่นอยู่ภายในพระทัย
สายพระเนตรจับอยู่ที่องค์กษัตริย์ท่ามกลางบรรดาราชองครักษ์และข้าราชบริพารที่คอยตามเสด็จ พระเนตรมุ่งมั่นที่จะต้องขึ้นมาเป็นราชินีเพียงหนึ่งเดียวของจักรวรรดิอียิปต์อันยิ่งใหญ่ไพศาลแห่งนี้ให้จงได้





