บทที่ 3 โคตรโชคร้ายเลย
ห้าปีก่อน... ความสูญเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของเบลล่าได้เกิดขึ้น
‘คุณนิดา’ คุณแม่ของเธอจากไปด้วยโรคมะเร็ง ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังในโลก ที่ดูเหมือนกว้างใหญ่ ที่มีแต่ความอ้างว้างเกินจะทนไหว วันที่แม่สิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของเธอ คือวันที่หัวใจของเบลล่าแตกสลาย
แม้แม่จะเคยบอกว่า "ชีวิตต้องก้าวต่อไป"
แต่เธอก็รู้ดีว่า... ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ในงานศพของแม่ ได้มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ชายผู้มีใบหน้าคมเข้ม แต่มีแววตาเศร้าหมอง...
เขาเดินมาหาเบลล่า และบอกว่า...
เขาชื่อ... ‘ราฟฟา ฟรานเซนโก้’ เขาคือพ่อของเธอ
ชายที่เธอแทบจะลืมไปแล้วว่า... มีตัวตน การปรากฏตัวของพ่อในวันนั้น ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้รับเศษเสี้ยวของความสุข ความหวังกลับมาอีกครั้ง
พอได้มอบอ้อมกอดที่อบอุ่นให้กับเธอ น้ำตาของเบลล่าไหลเจิ่งนอง ในเวลานั้นพ่อคือที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจเธอในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดแล้ว
พ่อใช้เวลาอยู่กับเธอในช่วงเวลาเกือบสามเดือน และยังทำเรื่องรับรองเธอเป็นลูกด้วยผลตรวจดีเอ็นเอกับสถานทูต รวมถึงเปลี่ยนเธอให้มาใช้นามสกุลของตัวเอง
พ่อยังได้มอบพินัยกรรมให้เธอฉบับหนึ่ง และบอกว่าทั้งหมดที่อยู่ในพินัยกรรม จะเป็นของลูกทั้งหมด ท่านให้เธอเปิดอ่าน
แต่เบลล่าไม่อยากรู้ว่าพ่อจะให้อะไร เธอบอกว่าไม่จำเป็น...
แต่เมื่อถึงเวลา... พ่อก็ขอกลับมาทำงานที่อิตาลี ทั้งสองติดต่อหากันตลอด แต่พ่อหายไปจากชีวิตเธออีกครั้งเมื่อสามสัปดาห์ก่อน จนกระทั่งเธอได้รับข่าวชวนสะเทือนใจว่า เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... ในลูมินัสลากูน
ข่าวนี้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างหวาดกลัวอีกครั้ง เบลล่ารู้ทันทีว่า... เธอไม่อาจสูญเสียพ่อไปได้อีกคน เมื่อได้รับข่าวอันสะเทือนใจ พ่อที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เบลล่า ฟรานเซนโก้ เธอจึงตัดสินใจเดินทางมาที่อิตาลีเพื่อค้นหาพ่อ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหญิงสาวที่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา เธอเป็นเพียงนางแบบปลายแถวในวงการที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นแถวหน้า เงินเก็บที่มี แม้ไม่มาก แต่เบลล่าจะใช้มันตามหาพ่อ
แม้ว่าจะสูญเปล่า หรือจะเจอเพียงศพของเขาเท่านั้น การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยโดยลำพังอย่างดิ้นรน ก็ไม่ต่างกับการมาที่นี่หรอก และเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำเพื่อพ่อ เพราะอย่างไรท่านก็คือผู้ให้กำเนิด
ตอนที่เธอลงจากสนามบินของลูมินัสลากูน ออกมาที่นอกสนามบิน เพื่อรอรถแท็กซี่เหมือนคนอื่น ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังกลางเมืองลูมินัสลากูน เมืองแห่งแสงและเงาที่ซ่อนปริศนาการหายตัวของพ่อเอาไว้
ระหว่างการเดินทาง จิตใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวัง ความกลัว และความเจ็บปวด เธอคิดถึงวันที่แม่จากไป และกลัวว่าจะต้องสูญเสียพ่อไปอีกครั้ง
‘ฉันต้องหาพ่อให้เจอ... ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหนก็ตาม’
หญิงสาวบอกตัวเอง ทว่าโชคชะตาร้าย ๆ กำลังเล่นตลกกับเธออย่างไม่น่าเชื่อ...
เมื่อถึงลูมินัสลากูน...
เธอยืนงงอยู่ตรงหอนาฬิกา ที่คนขับรถแท็กซี่มาส่ง สายตาพุ่งมองไปที่น้ำพุจำลอง และทะเลสาบจะลองที่กำลังมีการเล่นแสงสีเสียงยั่วอวดสายตาของนักท่องเที่ยว
แสงส่องระยิบระยับสะท้อนกับสายน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดุจแสงดาวตกในยามที่คืนมืดมิด เบลล่าดื่มด่ำกับความสุขตรงนั้นชั่วขณะ เพราะเธอไม่รู้เลยว่า... การเดินทางครั้งนี้จะนำพาเธอไปพบกับอะไร... จะอันตราย หรือมีความลับที่แอบซ่อนอยู่
และพ่อผู้เป็นที่พึ่งเดียวในดวงใจของเธอนั้น เบลล่าจะตามหาเขาเจอไหม ทว่า... เวลานี้... ชีวิตของเธอคงต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเสียแล้ว
เมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในวังวนของอันตราย
‘ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไม?’
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของบุรุษที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ และตรงมาที่บานประตูห้องของเธอ ทำให้เบลล่าแทบหยุดหายใจ สัญชาตญาณของเธอ ทำให้ต้องล้มตัวลงไปนอน ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกตัว
เสียงพูดคุยของสองหนุ่มเป็นภาษาอิตาลีดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ชายสองคนในชุดสูทสีเข้มเข้ามาในห้อง พวกเขาสบตากัน แล้วพูดอะไรบางอย่างที่ฟังดูจริงจัง
เบลล่าที่นอนอยู่บนโซฟาพยายามขยับตัวเล็กน้อย แต่พันธนาการที่แขนและขาไม่เอื้อให้เธอทำอะไรได้มากไปกว่าการฟัง เธอจับความหมายไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แต่โทนเสียงนั้นทำให้เธอรู้ว่าพวกเขากำลังหารือถึงบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอ
ทันใดนั้น... ประตูอีกบานก็เปิดออก หญิงสาวอายุราวสามสิบปีเดินเข้ามา รูปร่างและหน้าตาของเธอมีความละม้ายคล้ายคนเอเชีย ผิวขาวนวลและผมดำสนิทยาวถึงกลางหลัง
แต่เมื่อเธอเริ่มพูด น้ำเสียงหนักแน่นและสำเนียงที่ไม่คุ้นเคยทำให้เบลล่ารู้ทันทีว่าเธอน่าจะเป็นคนในประเทศเพื่อนบ้าน
"พวกนาย แก้มัดเธอได้แล้ว เธอจะไม่ก่อปัญหาอะไรหรอก" หญิงสาวออกคำสั่ง เสียงของเธอเด็ดขาด และไม่เปิดโอกาสให้ชายสองคนนั้นปฏิเสธ พวกเขาพยักหน้าและเริ่มแก้มัดเบลล่าตามคำสั่ง
เบลล่ายังคงลอบมองพวกเขาอย่างระแวดระวัง ใจของเธอยังเต้นแรงด้วยความกลัว แต่ความหวังเล็ก ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในใจ หากเชือกที่เคยรัดแน่นถูกปลดออก ก็เป็นโอกาสให้เธอได้หนีไปจากที่นี่ก็เป็นได้ ในใจของเบลล่าก็ยังคิดหาทางหนีทีไล่ แต่พอเห็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งเข้ามาในห้อง
คราวนี้เป็นหญิงชาวตะวันตกตัวสูงใหญ่ในชุดเรียบง่าย แต่มีท่าทางขึงขังอย่างกับผู้ชาย ความคิดหนีของเบลล่าหายไปในทันที
เธอคนนั้นพูดบางอย่างกับหญิงชาวเอเชีย แล้วทั้งสองก็หันมามองเบลล่า
"เราจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ แต่ต้องให้กินนี่ก่อน" หญิงชาวเอเชียพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงของเธอฟังดูนิ่งสงบ แต่ก็ไม่เปิดโอกาสให้เบลล่าปฏิเสธได้
เบลล่าที่แกล้งหลับ จำต้องขยับตัว เพราะเหมือนพวกเธอจะรู้แล้วว่า เธอฟื้นแล้ว เบลล่าจ้องพวกเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และขอร้อง
“ช่วยฉันด้วย” เธอพูดเป็นภาษาอังกฤษ
“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เธอถูกขายมาที่นี่ เจ้านายต้องเอาเงินคืนอย่างเดียว”
“ฉันมีเงินบอกเจ้านายของคุณสิ ฉันจะจ่ายให้ ฉันจะไถ่ตัวของฉันเอง”
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนในนี้ได้ไถ่ตัวเอง ยอมเสีย ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” หญิงชาวเอเชียที่พูด ก็หันไปสบตากับผู้หญิงร่างใหญ่
เธอคนนั้นก็ส่งมือมาที่ใบหน้าของเบลล่า และจับบีบคอ และบีบคาง พร้อมกับที่ผู้หญิงชาวเอเชียกรอกอะไรบางอย่างเป็นน้ำเหลว ๆ ลงไปในปาก
มือใหญ่ ๆ ของผู้หญิงคนนั้นบังคับให้เบลล่ากลืนลงไป แม้จะปฏิเสธและขัดขืน แต่ว่าน้ำเหลว ๆ นั้นก็ไหลลงไปในคอของเธออยู่ดี




![ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]](https://v.pinedrama.com/b1265344voduse1318177724/ffe55cb95001834806830393016/SvGknJe0kBsA.webp!15491.webp)
