เครื่องลงจอด ณ สนามบิน ลีโอนาโด ดาวินชี หญิงสาวเดินออกมาจากช่องทางผู้โดยสารอย่างคนไร้จุดหมาย ดวงตาเรียวสวยเหม่อลอย เธอไม่รู้จะไปตามหาที่ไหนบริษัทอัลเล็นโซ่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องเดินไปทางไหน ชายชื่อซาฟหาเขาพบได้ที่ไหนบ้าง ป้ายมากมายตรงสนามบินถูกชูขึ้นเธอมองผ่านป้ายพวกนั้นไป แต่แล้วกลับหันมามองอีกครั้งเมื่อสะดุดตากับป้ายที่เขียนชื่อเธอเป็นภาษาไทย หญิงสาวรีบเดินเข้าไปหา
“คุณเอลี่หรือเปล่าครับ?” เขาถามทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพื่อเปรียบเทียบใบหน้า
“ใช่ค่ะ ว่าแต่คุณคือใคร”
ชายคนนั้นตวัดสายตามองแล้วยิ้มให้ “คุณรณเทพโทรติดต่อผม บอกว่าคุณจะเดินทางมาอิตาลี ให้ผมคอยดูแลไปส่งคุณ แต่ในภาพคุณเป็นผู้หญิงใช่ไหม”
เธอยกมือลูบผมตนเองแผ่วเบา แล้วยิ้มบางๆ
“อ๋อ พอดีต้องถ่ายละครเลยต้องตัดผมน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงเบา
“แสดงเป็นผู้ชายเหรอครับ”
“เปล่าหรอกค่ะ แสดงเป็นผู้หญิงแต่ปลอมตัวเป็นผู้ชายค่ะ” เธอตอบเขา
“เราเสียเวลานานแล้วครับ ผมว่าไปกันดีกว่า” เขาบอกแล้วเดินนำ
เอลี่รู้สึกกังวลบางอย่าง คำพี่สาวดังก้องสะท้อนในโสตประสาท อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด แล้วเขามายืนรอรับแบบนี้คงต้องมีอะไรแน่ ต้องหาทางหนีออกไปก่อน
จังหวะคนพลุกพล่าน เอลี่เดินหนีออกมา ชายคนนั้นหันมามอง รีบเบียดผู้คนเข้าหาไม่ให้เป้าหมายทำอย่างใจต้องการ
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนลั่นวิ่งไล่หลังเธอมา
คนถูกเรียกวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไม่คิดเลยจะมาตกระกำลำบากมากมายขนาดนี้ แค่วันแรกที่เดินทางมาถึงก็เจอกับเรื่องเลวร้ายเสียแล้ว
ผลั่ก!
“โอ้ย!”
เธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งจนล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ไซน์รีบพยุงกายขึ้นมา จ้องมองไปยังหนุ่มร่างเล็กที่ล้มอยู่ตรงหน้า เอลี่คลำก้นตนเองแล้วลุกยืนอย่างรวดเร็ว หันมองคนตามแต่กลับเห็นหมอนั่นรออยู่ไม่เดินเข้ามาหา
“เดินภาษาอะไรไม่ทราบคุณ!” เขาดุ
เอลี่ไม่ตอบ ความกลัวทำให้เธอระแวง ไซน์ลอบพิจารณาใบหน้าของหนุ่มน้อย เหตุใดจึงมีความละม้ายคล้ายกับหญิงสาวในห้วงคำนึง
คนสวยกัดริมฝีปากแน่น ต้องหาทางหนีให้ได้ก่อน คำถามของคนถูกชนไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เพราะเธอกังวลเรื่องอื่นมากกว่า
“นี่คุณชนแล้วจะไม่ขอโทษสักคำหรือไง!”
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น ไซน์กระจากร่างเล็กให้หมอบ เสียงผู้คนกรีดร้องแตกตื่นกัน บอดี้การ์ดของไซน์ชักปืนออกมาเพื่อคุ้มครองเจ้านาย
“ไอ้บ้าเอ้ย!” ไซน์สบถอย่างหัวเสีย รั้งให้หนุ่มน้อยแปลกหน้าเดินตาม
เอลี่วิ่งตามเขาอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งถึงรถยนต์ส่วนตัว สองคนยืนหอบหายใจหนัก บอดี้การ์ดคอยระแวดระวังไม่ห่าง ไซน์หงุดหงิดเพราะปกติไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อน อาจหาญหาเรื่องตระกูลอัลเล็นโซ่
ร่างบางถูกดันเข้าในรถอย่างทุลักทุเล เอลี่อกสั่นขวัญแขวนกัดริมฝีปากกลั้นน้ำตาอย่างสุดกำลัง ต้องเข้มแข็งทำตามคำสั่งพ่อให้สำเร็จ เหตุการณ์เมื่อครู่บ่งบอกถึงสถานการณ์ทางบ้านได้อย่างดีทีเดียว
หันมองคนช่วยชีวิตคิดกล่าวขอบคุณ แต่ทว่าใบหน้าเขากลับเด่นชัดในสายตา ยกนิ้วชี้สีหน้าตื่นตระหนกตกใจราวกับเจอผี
“คะ...คุณ!” เธอร้องลั่นออกมาเป็นภาษาไทย
ไซน์ขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความไม่เข้าใจ ดูเหมือนหนุ่มคนนี้พูดอะไรบางอย่างซึ่งตนไม่เข้าใจ
“มีอะไรหรือเปล่า?” เขาถาม
“เปล่าครับ” เธอรีบตอบเป็นภาษาอังกฤษเพราะรู้ว่าเขาเข้าใจ
ไอ้หมอนี่! ให้ตายเถอะนรกชังหรือสวรรค์แกล้งกันแน่ มาเจอกับเขาอีกจนได้ โอ้ย! เธออยากจะบ้าตาย เมืองไทย จำได้ดีว่าเขาทำอะไรไว้
“แล้วคุณจะไปไหน?” เขาหันมาถามอีกครั้ง
“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง
“ว่าไงครับ”
“คุณพอจะรู้จักบริษัทอัลเล็นโซ่เอ็นเตอร์ไพรส์ไหม ผมอยากจะไปหาผู้ชายที่ชื่อซาฟ” เอลี่ตอบเสียงแผ่ว
ไซน์ขมวดคิ้วเข้าหากันสภาพแบบนี้เนี่ยนะจะไปหาพี่ชายของเขา เป็นไปไม่ได้หรือจะมาขายประกัน ท่าทางก็ไม่น่าจะใช่ หรือมาขายอย่างอื่น
“นายขายตัวเหรอ?” ไซน์ถามตรงประเด็น
“บ้าหรือไงใครขายตัว!” เธอตวาดแว๊ดออกมา เล่นเอาคนฟังถึงกับหันมามอง เพราะเสียงที่เปล่งมันหวานแปลกๆ
“ถ้าอย่างนั้นจะไปหาเขาทำไม ผู้ชายที่ชื่อซาฟ”
“ผมมีธุระกับเขา”
“ธุระอะไร?”
ไอ้หมอนี่เป็นตำรวจหรือไง สอบอยู่ได้ไม่รู้จะถามอะไรนักหนา ทำอย่างกับว่าตัวเองกับผู้ชายที่ชื่อซาฟมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นแหละ
“จะถามทำไมนักหนา ผมแค่ต้องการพบกับเขาเพราะมีธุระก็แค่นั้น!”
“ถ้าไม่บอกผมก็ไม่ไปส่งคุณที่นั้นหรอกนะ ผมยิ่งยุ่งๆ อยู่” ไซน์แสร้งตัดบท
“คุณรู้จักเหรอว่าเขาเป็นใคร บริษัทอยู่ที่ไหน!” หญิงสาวยิ้มกว้างสีหน้ายินดี
“ใช่ผมรู้”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ช่วยพาผมไปส่งหน่อยเถอะ ผมขอร้องล่ะ!” เธอร้องบอก
“ไม่มีทาง จนกว่าจะยอมบอก ไปหาผู้ชายคนนั้นทำไม” ปกติพี่ซาฟไม่ใช่ให้ใครพบง่ายๆ หากไม่มีเรื่องสำคัญจริง แล้วหนุ่มหน้าตาหวานอย่างกับผู้หญิงแบบนี้นะเหรอ จะมีธุระกับพี่ชายมันเป็นไปไม่ได้ พักหลังศัตรูยิ่งจ้องเล่นงานอยู่ คงต้องระแวดระวังกันสักหน่อย





