พิมพ์อรนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะทำงานหลังจากการประชุมอันน่าอึดอัดผ่านพ้นไป ในหัวเธอยังได้ยินเสียงเจ้านายตำหนิอย่างชัดเจน
‘วันนี้เป็นวันประชุมที่สำคัญมาก คุณเป็นคนจัดเตรียมแผนงานและข้อมูลการนำเสนอทั้งหมด แต่คุณมาสายจนถึงเวลาเข้าประชุม ผมผิดหวังจริงๆ ทั้งที่แต่ก่อนคุณทำให้ผมทึ่งในความเฉลียวฉลาด เอาเถอะ ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาด ผมแค่เตือนเพราะความเป็นห่วง ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ครั้งหน้าจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก’
‘ขอบคุณค่ะเจ้านาย พิมพ์ขอโทษนะคะ พิมพ์ไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นค่ะ แต่พิมพ์สัญญานะคะครั้งต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบวันนี้แน่นอนค่ะ’
หลังเดินคอตกออกมาจากห้องของผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงแล้ว เธอก็กลับมานั่งซึมที่โต๊ะทำงานของตน อยากอยู่คนเดียวสงบจิตสงบใจสักพักก็ไม่ได้ ยังมีมารตามมากวนใจแถมซ้ำเติมอีก
“ไงจ๊ะแม่นางพิมพ์พิษ โดนยำเละเป็นข้าวเหนียวทุเรียนเลยมั้ยล่ะ ดีนะที่งานแกไม่ผิดพลาดด้วย ไม่งั้นนะแกเอ๊ย…”
พัชรพงศ์เพื่อนปากจัดของเธอเอ่ยขึ้น
เฮ้อ จะมาพูดทำไมตอนนี้นะนังเพื่อนกระทิงบ้าเอ๊ย คนยิ่งกลุ้มอยู่นะ เพิ่งโดนเจ้านายด่าแบบผู้ดีมาหยกๆ
“ไม่!”
“อะไรวะ” คำปฏิเสธสั้นๆ ของเพื่อนสาวทำเอาพัชรพงศ์เลิกคิ้วงงงัน
“พิมพ์อร ไม่ใช่พิมพ์พิษ”
“พิมพ์พิษน่ะเหมาะกับแกแล้ว มีอย่างที่ไหน มาสายจนคนในห้องประชุมนั่งกันไม่ติดเก้าอี้”
“พิมพ์ขอโทษนะ ที่เกือบทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนไปด้วย”
พิมพ์อรเอ่ยขอโทษเสียงเศร้าๆ พร้อมเงยหน้าหงอยๆ ขึ้นมอง พัชรพงศ์เห็นดังนั้นก็ใจอ่อนยวบ ทั้งหงุดหงิดและสงสารเพื่อนปนกันไปหมด
“เอาน่าแก ช่างมันเถอะ หมาน้อยยังรู้พลาดแมวเหมียวยังรู้พลั้ง”
พิมพ์อรอดขำกับคำเปรียบเปรยของเพื่อนหนุ่มไม่ได้ เอ๊ย เพื่อนสาวสินะ แต่ไม่รู้เธอคิดมากเกินไปไหม บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าพัชรพงศ์ไม่ใช่คนที่จะเป็นกะเทยได้เลย ถ้าบอกว่าเป็นแค่เกย์คิงสายรุกหรือสายดาร์ก ยังจะใช่เสียมากกว่า
ครั้นเห็นหญิงสาวเงียบไป พัชรพงศ์ก็เอ่ยต่อเสียงนุ่ม
“ถือซะว่าโดนตำหนิตอนครบรอบการทำงานสามปี คนเก่งอย่างแกโดนด่าเสียมั่งเถอะ ให้โอกาสคนที่ความชั่วไม่เคยมีความดีไม่เคยปรากฏอย่างฉันมีที่ยืนบ้าง”
“เฟิร์สเชื่อป่ะ พิมพ์ไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลย” เธอเล่าเพื่อนเสียงอ่อย
“ก็ฉันบอกแกแล้วว่าอย่านอนดึก ขยันไม่เข้าเรื่อง ชอบหอบงานกลับไปทำต่อที่บ้านไม่หลับไม่นอน ร่างกายมันก็เพลียสิ คนนะเว้ยไม่ใช่ตุ๊กตายาง จะได้เอามาบีบเล่นตอนไหนก็ได้”
พัชรพงศ์พูดเสียงดังอย่างโมโห บอกมันหลายรอบแล้วนะ ไอ้นิสัยชอบทำงานหนัก หอบงานกลับไปนอนด้วยน่ะ
“คนบ้านี่ พูดอะไรก็ไม่รู้” พิมพ์อรที่ใบหน้าขึ้นสีระเรื่ออดแว้ดเพื่อนไม่ได้ ก็ดูคำพูดคำจาแต่ละอย่างของมันสิ
“อย่ามาเถียง”
“ก็พิมพ์กังวลนี่ กลัวงานไม่เสร็จ เฟิร์สอย่าดุสิ”
เมื่อเขาขึ้นเสียงใส่ พิมพ์อรก็ตอบกลับไปเสียงอ่อยๆ พลางมองเพื่อนตาแป๋ว กระนั้นในใจก็อดแย้งไม่ได้ว่า
เมื่อคืนฉันดูหนังจนดึกต่างหากเล่า ไม่ได้เอางานกลับไปทำเสียหน่อย
แหะๆ ขอโทษขออภัยอย่าให้บาปเลย ถ้าบอกความจริงออกไปคงโดนด่าสามวันเจ็ดวันแน่
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ พอฉันเตือนแล้วแกก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วทำไมไม่ให้ไอ้แฟนแสนกะล่อนของแกมันโทรปลุกบ้างล่ะ มีแฟนทั้งทีใช้มันให้คุ้มบ้างสิ”
“คือว่า…ไม่ได้คุยกันหลายวันแล้วล่ะ” พิมพ์อรอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง
“อะไรนะ! โอ๊ยนังพิมพ์ ฉันอยากจะบ้าตาย แกคบกันเป็นแฟนประสาอะไร สามวันหนีสี่วันโผล่ คุยกันมาได้ตั้งเป็นปี เจอหน้ากันไม่ถึงห้าครั้ง ไหนแกบอกว่ามันดีกับแกไง ฉันไม่เห็นมันจะสนใจดูแลอะไรแกเลย”


![ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]](https://v.pinedrama.com/b1265344voduse1318177724/bfbb45c85001834806839808633/kIpEBgrCekMA.webp!15491.webp)


