ปอเหวินนำเอาอาหารที่พึ่งทำเสร็จร้อน ๆ ไปให้หรูเจี่ยด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตื่นเต้นมาก เมื่อเดินมาถึงโรงน้ำชา เด็กที่ทำงานอยู่ที่นี่ก็ได้พาปอเหวินไปที่ห้องของหรูเจี่ย “พี่หรูเจี่ยอยู่ในห้องนี้แหละครับเถ้าแก่” ปอเหวินพยักหน้ารับอย่างเป็นมิตร เมื่อตรงนี้เหลือเพียงปอเหวินยืนอยู่คนเดียวแล้ว เขาก็ตัดสินใจเคาะประตูห้องด้วยตัวเอง มือของเขาสั่นเบา ๆ ด้วยอาการประหม่า ก๊อก! ก๊อก! “….ผะ ผมเอาอาหารมาส่งให้ครับ” สุ่มเสียงก็สั่นไปด้วย
“….นายใช่เจ้าของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามหรือเปล่า” เสียงหวานจากข้างในห้องตะโกนถามออกมา เมื่อปอเหวินได้ยินก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นระส่ำควบคุมไม่อยู่จนพูดละล่ำละลั่กไม่เป็นคำ “ชะ ใช่ครับ”
หลังจากนั้นก็รอไม่ถึงเสี้ยวนาทีประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างหมดจด รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาแรกแย้ม ที่ทำให้บุรุษชายเกือบทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้คลั่งไคล้ ปอเหวินที่ได้ใกล้ชิดสาวในดวงใจครั้งแรกก็ถึงกับขาสั่นพั่บ ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกวินาที
“เข้ามาสิ”
“คะ ครับ”
“นายชื่ออาเปาใช่ไหม” เมื่อเข้ามาในห้องหรูเจี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามอีกฝ่ายก่อน เหมือนว่าเธอต้องการความมั่นใจ แต่หรูเจี่ยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอาเปามีชื่อจริง ๆ ว่าปอเหวิน แต่เรียกตามที่คนอื่นทั่วไปเรียกกัน
“ความจริงแล้วผมชื่อว่าปอเหวินครับ แต่คนที่นี่ชอบเรียกว่าอาเปา เพราะว่าผมมีรูปร่างเหมือนซาลาเปา ตะ แต่ว่าคุณสามารถเรียกได้ตามถนัดได้เลยนะครับ ชื่อไหนก็เรียกได้เหมือนกันผมไม่ถือสาครับ” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยอย่างตะกุกตะกักด้วยความขวยเขิน ทั้งยังเสตาหลุกหลิกทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองใบหน้าอันงดงามโดยตรง
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกนายว่าปอเหวินก็แล้วกัน ส่วนฉันชื่อว่าหรูเจี่ยนะ” หรูเจี่ยพูดอย่างไว้ตัวตามนิสัยของเธอพร้อมกับยิ้มสุภาพพอเป็นมารยาท แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปอเหวินต้องยกมือลูบต้นคอของตัวเองหลายครั้งเพื่อแก้เก้อเขิน แต่หรูเจี่ยหาสนใจอาการเหล่านั้นของปอเหวินไม่ เธอยังคงมีท่าทีเฉยชาจากนิสัยที่ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ เนื่องจากชีวิตของเธอเคยเจอเรื่องอันเลวร้ายมาไม่น้อย “มื้อนี้นายทำอะไรมาให้ฉันกินเหรอ” หรูเจี่ยเปลี่ยนเรื่องคุยพลางมองไปที่ปิ่นโตไม้ในมือของปอเหวิน
“อะ อ๋อ….ผมทำเฉ่าซ่านหูมาให้ครับ พอดีมีลุงหาบปลาไหลสด ๆ มาขาย ก็เลยคิดได้ว่าทำเฉ่าซ่านหูให้คุณกินน่าจะดี” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยพร้อมกับยื่นปิ่นโตอาหารในมือให้กับเธอ หรูเจี่ยรับไว้ก่อนจะเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วเปิดดูหน้าตาของอาหารข้างในทันที “อืม….น่ากินดีนะ”
เมื่อได้รับคำชม ปอเหวินก็หัวใจพองโต รีบกล่าวคำขอบคุณกลับไป “ขอบคุณครับ”
“นายก็มานั่งด้วยกันสิ” หรูเจี่ยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับเพยิดหน้าไปที่เก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามของเธอ
ปอเหวินดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ท่าทางและใบหน้าที่น่าขบขันของปอเหวินทำเอาหรูเจี่ยอดกลั้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้ พลางคิดในใจว่าบุรุษอ้วนพีผู้นี้ใสซื่อเสียจริง
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของหรูเจี่ยทำให้ปอเหวินดึงสติกลับมาได้ “อะ เอ่อ….ให้ผมนั่งร่วมโต๊ะกับคุณเหรอครับ”
“อืม….หรือว่านายรังเกียจ”
“ปะ ป่าวนะครับ” ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธ แล้วดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงในทันที ทำเอาหรูเจี่ยหลุดขำออกมาจนได้ ‘นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้หัวเราะออกมาแบบนี้’ หรูเจี่ยคิดในใจ
หลังจากนี้ปอเหวินก็นั่งมองสตรีตรงหน้าใช้ตะเกียบคีบอาหารที่เขาทำเข้าปากด้วยสายตาที่หวานเยิ้มหลงใหลตั้งแต่เธอคีบคำแรก แต่ทว่า….เธอกลับกินไปแค่ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงแล้ว ปอเหวินที่ได้เห็นก็หุบยิ้มลงในทันที ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “อิ่มแล้วเหรอครับ”
“ฉันกินได้แค่นี้แหละ แต่ไม่ใช่ว่าอาหารที่นายทำมันไม่อร่อยนะ ฝีมือของนายดีมาก แต่ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงจริง ๆ เข้าใจฉันนะ”
“อะ อ๋อ….ผมเข้าใจคุณครับ” ปอเหวินเข้าใจว่าหรูเจี่ยป่วย ก็เลยกินอะไรได้น้อย นัยน์ตาที่มีความกังวลและเป็นห่วงคละเคล้ากันของปอเหวินนั้น ทำให้หรูเจี่ยที่ได้เห็นถึงกับรับรู้ถึงความจริงใจของชายผู้นี้ได้ทันที
“ขอบใจนายมากนะ” หรูเจี่ยกล่าวคำขอบคุณปอเหวินพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาอยู่ดี ทำให้ปอเหวินที่ได้เห็นก็มีความตั้งใจในทันทีว่าเขาจะทำให้เธอผู้นี้มีความสุขและยิ้มกว้าง ๆ ให้ได้
….เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ปอเหวินหรืออาเปาตื่นขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเขามีงานเพิ่มมาอีกหนึ่งงานนั่นก็คือทำอาหารให้กับหรูเจี่ย และก็ต้องทำซาลาเปาขายอีกด้วย เลยต้องขยันขึ้นอีกหน่อย มื้อเช้านี้ปอเหวินเลือกทำ เยียนตู่เซียน ให้กับหรูเจี่ย เยียนตู่เซียนมีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ซุปหมูตุ๋นกับหน่อไม้ตากแห้ง
ปอเหวินนำเอาหม้อดินใบเล็กมาใส่น้ำตั้งเตาฟืนที่มีไฟความร้อนอ่อน ๆ เมื่อน้ำเดือดก็นำเอาหน่อไม้แห้ง เนื้อดอง และเนื้อหมูสดมาตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ ปิดฝาหม้อแล้วตุ๋นต่อไปเรื่อย ๆ จนตะวันเริ่มจับขอบฟ้า ปอเหวินเน้นให้เยียนตู่เซียนที่เขาทำมีรสชาติดั้งเดิม ไม่ปรุงแต่งรสเพิ่ม เป็นรสเค็มสด น้ำซุปขาวข้น คุณภาพเนื้อกรอบมัน หน่อไม้หอมกรอบนุ่ม สดใหม่กลมกล่อม
เมื่อทำเสร็จ ปอเหวินก็รีบยกหม้อดินใส่ตะกร้าพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเดินไปที่โรงน้ำชา….ตอนนี้เปาเหวินสามารถเข้าออกโรงน้ำชาได้อย่างตามใจแล้ว เมื่อเข้าไปข้างในก็เดินขึ้นไปชั้นสองที่มีห้องนอนของหรูเจี่ยในทันที ก๊อก! ก๊อก!
“ใคร” น้ำเสียงเย็นชากล่าวขานออกมาจากในห้อง
“ผมเอง….ปอเหวิน”
“วันนี้นายมาแต่เช้าดีนะ” หรูเจี่ยกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่สดใสขึ้นเล็กน้อยทันทีที่เปิดประตูห้อง ส่วนปอเหวินก็ยิ้มกว้างตามวิสัยของตน “เข้ามาก่อนสิ” หรูเจี่ยกล่าวชวน
“ขอบคุณครับ” ปอเหวินตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องตามคำเชิญ ปอเหวินยังคงมีความถ่อมตัวต่อหน้าหรูเจี่ย ถึงแม้จะไม่เคอะเขินเหมือนวันแรก แต่หัวใจของเขาก็ยังสั่นอยู่ไม่น้อย
“วันนี้ผมทำเยียนตู่เซียนมาให้ครับ มื้อเช้ากินของร้อน ๆ จะได้สดชื่น ผมใช้เวลาเคี่ยวมันเกือบสองชั่วโมงเลยนะ” ปอเหวินบรรยายกรรมวิธีและคุณประโยชน์ของอาหารที่เขาตั้งใจทำให้กับสตรีตรงหน้าพร้อมกับเปิดฝาหม้อดินออก แล้วตักเยียนตู่เซียนใส่ถ้วยน้ำแกงให้กับเธอ ตามด้วยข้าวสวยถ้วยเล็กและตะเกียบที่ปอเหวินเตรียมมาอย่างเข้าชุด
หรูเจี่ยก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมจากอาหารก่อนจะเอ่ยชมออกมา “อืม….หอมดีนะ” ตามด้วยยกถ้วยน้ำแกงขึ้นเป่าให้หายร้อนก่อนจะซดชิมรสชาติ “รสชาติก็ดีมาก”
“ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ เลยนะครับ”
หรูเจี่ยยิ้มจาง ๆ ให้กับปอเหวินก่อนที่เธอจะบรรจงใช้ตะเกียบคีบเนื้อและหน่อไม้มาใส่ถ้วยข้าวแล้วคีบทั้งหมดพร้อมกันเข้าปาก เริ่มต้นขบเคี้ยวอย่างละเอียดแล้วกลืนลงคอช้า ๆ ทำแบบนี้อยู่สองสามครั้งก็วางตะเกียบลง
“ฉันกินแค่นี้แหละ”
“คุณกินน้อยอีกแล้ว” ความห่วงใยเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจของปอเหวินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหรูเจี่ยยังคงกินน้อย ความเศร้ายังปรากฏอยู่ในนัยน์ตาของเธอ
“เคยบอกไปแล้วว่าไม่ใช่ฝีมือของนายไม่อร่อย แต่ว่าฉันกินได้แค่นี้จริง ๆ” พอพูดจบ หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักบนหัวเตียงก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วเดินกลับมาหาปอเหวิน “นายช่วยทำอาหารมาให้ฉันเพิ่มอีกได้ไหม ฉันจะให้เงินก้อนนี้เป็นค่าตอบแทน” หรูเจี่ยยื่นเงินหยวนจำนวนหนึ่งให้กับปอเหวิน ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธในทันที “ไม่เป็นไร ๆ ผมได้ค่าจ้างจากพี่เจินเยี่ยมาแล้วครับ”
“รับไปเถอะนะ ถือว่าฉันขอร้อง แต่ฉันขออะไรอย่างหนึ่งจะได้ไหม….ห้ามบอกเรื่องนี้กับเจินเยี่ยเด็ดขาด” หรูเจี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาวอนขอ พร้อมกับดึงมือของปอเหวินมาแล้วยัดเงินใส่มือของเขาไป ตอนนี้ปอเหวินจึงปฏิเสธไม่ลง “ดะ ได้ครับ”
ปอเหวินกลับโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาของตัวเองด้วยความแปลกใจว่าทำไมหรูเจี่ยต้องอยากให้เขารับเงินของเธอมาด้วย ทั้งยังไม่ให้บอกกับเจินเยี่ยอีก ถึงแม้จะยังค้นหาคำตอบไม่ได้ แต่ปอเหวินก็เก็บเงินจำนวนนั้นแยกไว้ต่างหากเป็นอย่างดี เพราะคิดว่าจะไม่ใช้เงินก้อนนั้นอย่างเด็ดขาด
และเช่นเคย….เมื่อเวลาของอาหารมื้อต่อไปใกล้มาถึง ปอเหวินก็คิดทำอาหารที่กินง่าย ๆ กลิ่นหอมทำให้อยากอาหาร และมีรสชาติถูกปาก ปอเหวินจึงคิดทำ ไก่แม่ทัพโซ ต้นกำเนิดมาจากมณฑลหูหนาน โดยแต่ก่อนนั้นในมณฑลหูหนาน จะมีอาหารที่ทำด้วยไก่ผัดพริกแห้ง แล้วปรุงรสน้ำปรุงรสหมักถั่วเหลืองและน้ำส้มสายชูเท่านั้น แต่ตอนนี้เครื่องปรุงและรสชาติได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสถานที่
ไก่แม่ทัพโซ ด้วยเนื้อไก่ที่กรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำไปด้วยเครื่องปรุงรสที่มีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ทานคู่กันกับข้าวสวยร้อน ๆ ปอเหวินมั่นใจว่าหรูเจี่ยต้องไม่กินแค่สองสามคำอย่างแน่นอน
เริ่มจากการเอาเนื้อไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นหมักง่าย ๆ ด้วยไข่ขาวและแป้งข้าวโพด คลุกให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้สักพักให้เนื้อไก่นุ่ม จากนั้นก็เอาไก่มาคลุกกับแป้งข้าวโพดให้ทั่ว ๆ อีกครั้ง ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำเอาไก่ที่คลุกแป้งข้าวโพดไว้ลงไปทอดจนสุกเหลือง ซู่ว~ ทอดเสร็จก็เอามาพักสะเด็ดน้ำมันไว้ก่อน
ระหว่างนี้ปอเหวินก็เริ่มทำน้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง เหล้าจีน และฮอยซินคนให้เข้ากัน จากนั้นก็หยิบกระทะมาอีกหนึ่งใบแล้วตั้งไฟให้ร้อน ก่อนจะใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ลงไป ซ่าส์~ ผัดให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วก็เทน้ำละลายแป้งมันเทศลงไป คนจนน้ำเริ่มงวดข้น หลังจากนั้นก็เทไก่ที่ทอดเตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้าให้เครื่องปรุงรสเข้าเนื้อไก่ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อีกเช่นเคย


![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://v.pinedrama.com/b1265344voduse1318177724/2bb97e3f5001834806827233239/wYK9PcffXwAA.webp!15491.webp)


