เฉี่ยนโลว่พยายามชำระล้างร่อยรองสัมพันธ์สวาทเมื่อคืนออก แต่ก็ไม่เป็นผล ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธแค้น เธอเสียพรหมจรรย์อันล้ำค่า ที่เธอเก็บไว้ไม่ยอมแม้จะมอบให้เจิ๋อหมิงไปเสียแล้ว แถมเธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ! ที่แย่ไปกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้ป้องกัน
“เฉี่ยนโลว่เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ อายุก็ปาเข้าไป 22 แล้ว ทำอะไรลงไปเนี่ย! ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นจนได้”
เธอจะบอกเรื่องนี้ให้เจิ๋อหมิงฟังได้ยังไง? เธอจะแก้ตัวกับพ่อว่ายังไง ที่หายไปจากบ้านทั้งคืนอย่างนี้? เธอไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เพราะไม่มีกระเป๋าถือติดตัวมา เธอคิดว่าคนใช้ของเธอคงเก็บไว้ให้ เธอช่างน่าสงสารยิ่งนัก! ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด คือรีบ ๆ อาบน้ำ แล้วออกไปจากที่นี่โดยเร็ว
หลังอาบน้ำเสร็จ เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก เธอหยิบผ้าขนหนูมาห่อตัวไว้ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมาเป่าผมข้างนอก แล้วรีบออกจากโรงแรมไปด้วยชุดที่ผู้ชายคนนั้นจัดเตรียมไว้ให้
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็กลับเข้าไปยังห้องเดิม ทว่าเขากลับพบเพียงห้องที่ว่างเปล่า
กล่องนั้นถูกเปิดวางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงกลับไปแล้ว เขามองไปรอบ ๆ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า “ถึงหนุ่มโฮสต์ เรื่องเมื่อคืนมันคือความผิดพลาด ฉันหวังว่าคุณจะมีจรรยาบรรณมากพอ หากเราบังเอิญเจอกันอีก ให้เราทำเป็นไม่รู้จักกัน เอาตรง ๆ เลยนะ ฉันไม่ต้องการที่จะเจอคุณอีก! อีกเรื่อง ฉันให้ค่าตัวคุณ 1500 ถ้าได้เจอกันอีก ครั้งหน้าค่อยมาทวงฉันก็แล้วกัน! ลาก่อน!”
หนุ่มโฮสต์งั้นเหรอ? 1500? หนุ่มโฮสต์บำเรอสวาทเนี่ยนะ? จิ้นเหิงถึงกับตะลึง และรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก เขาขยำกระดาษในมือทิ้ง พลางหันไปมองตรงโซฟาที่ตั้งอยู่ด้านนอก คราบเลือดบนโซฟาสีขาวบ่งชัดว่าเมื่อคืนเป็นคืนแรกของหญิงสาว
ทว่าเธอกลับรีบหนีไปง่าย ๆ นี่เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่งั้นเหรอ?
เฉี่ยนโลว่รู้สึกไม่สบายตัวหลังเดินออกมาเจอแสงแดดที่ร้อนจัด เธอโบกแท็กซี่ก่อนจะขอยืมโทรศัพท์ของคนขับเพื่อโทรหาจื่อซี
จื่อซีเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เขาเป็นนักแข่งรถระดับโลก เขามีอายุ 24 ปีแล้ว ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะแข่งรถด้วยกัน
ตอนแรกเธอตั้งใจจะแวะไปหาเจิ๋อหมิง แต่ตอนนี้เธอได้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เธอไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเขายังไง
“สวัสดีครับ” จื่อซีรับสาย เสียงปลายสายดูยุ่ง ๆ กว่าปกติ
“ฉันเองนะ! พี่สาวคนสวยของเธอไง! เป็นอะไรไปเหรอ?” ถึงแม้เฉี่ยนโลว่จะอายุน้อยกว่า แต่เธอขอให้จื่อซีเรียกเธอว่าพี่สาว หลังได้ยินเสียงอีกฝ่าย จื่อซียกหูโทรศัพท์ออกเพื่อดูรายชื่ออีกครั้ง ก่อนจะถามว่า “เฉี่ยนโลว่เหรอ?”
“ใช่ฉันเอง! เกิดเรื่องนิดหน่อย ฉันทำกระเป๋าหาย เดี๋ยวฉันแวะเข้าไปหานะ ช่วยออกค่ารถให้ก่อนด้วย”
“ค่ารถเหรอ? นี่เธออยู่ไหน?” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องขึ้น
“เสียงนายดูแปลก ๆ นะ อีกสิบนาทีถึง มายืนรอฉันตรงข้างทางด้วย ไว้ค่อยคุยกัน”
หลังวางสาย เฉี่ยนโลว่เงยหน้าขึ้นขอบคุณคนขับแท็กซี่ ก่อนจะบอกที่หมายให้เขา แล้วเอนหลังลงเพื่อพักผ่อน
คนขับเปิดฟังวิทยุ “... ประธานบริษัทถูกไล่ออก หุ้นทั้งหมดของเขาถูกโอนไปให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน เท่ากับว่าอาชีพการงานที่รุ่งโรจน์ของเขาคงถึงคราวสิ้นสุดแล้ว ขณะนี้นักข่าวของเรากำลังลงพื้นที่ติดตามอยู่ค่ะ โปรดรอฟังข่าวต่อไป ขอบคุณค่ะ”
เฉี่ยนโลว่เอาแต่คิดย้อนถึงเรื่องเมื่อคืน เธอจึงไม่ได้สนใจฟังวิทยุเลย
ไม่กี่นาทีต่อมา รถแท็กซี่ก็จอดบริเวณข้างทาง จื่อซีที่ไว้ผมสั้นสีแดงรีบชิ่งจากแฟนสาว เพื่อลงมารอรับเฉี่ยนโลว่ทันทีที่วางสายจากเธอ ช่วงที่เขาจ่ายค่ารถสายตาเขาก็มองดูท่าทีของเฉี่ยนโลว่ ทว่ากลับไม่มีอะไรผิดปกติ เพียงแต่เธอดูเหนื่อย ๆ ก็เท่านั้น
ชัดเลยว่าเธอยังไม่ได้ยินข่าว “เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเหรอ?”
“รู้ได้ไง?” เฉี่ยนโลว่แสดงท่าทางตกใจอย่างปิดไม่มิด ด้วยกลัวว่าจื่อซีจะไปรู้อะไรมา
“เธอไม่ได้กลับบ้านจริงเหรอ? ” จื่อซีรีบจับมืออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะวิ่งลากไปขึ้นลิฟต์ เฉี่ยนโลว่สับสนเพราะวันนี้จื่อซีทำตัวแปลก ๆ
“มีเรื่องใหญ่จะบอก เธอ ใจเย็น ๆ ไว้นะ” ไม่ช้าไม่นานเธอก็ต้องรู้ข่าวอยู่ดี ที่สำคัญคือเธอต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้
“ฉันจะเปิดคลิปให้เธอดู เธอต้องใจเย็น ๆ โอเคไหม? ” หลังจากที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ จื่อซีก็พูดย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าตึงเครียด
“ให้ตายสิจื่อซี จะให้ดูคลิปอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย?” ปกติจื่อซีไม่ค่อยจะซีเรียส เขาไม่ค่อยแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
หรือว่าชายคนนั้นโพสต์คลิปเมื่อคืนออกไป?” ตายแล้ว จะโชคร้ายไปไหนเนี่ย!
“ฉันไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป ไม่รู้ว่า…” เฉี่ยนโลว่มองจื่อซีอย่างกังวล ป่านนี้เรื่องที่เธอไปนอนกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้คงกลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว น่าอับอายเป็นบ้า! ในหัวเฉี่ยนโลว่ตอนนี้มีแต่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
จื่อซีพาเธอนั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์ พลางเปิดคลิปวีดีโอที่เขานั่งดูซ้ำ ๆ หลายครั้ง ในคลิปมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งกำลังถือไมค์ไว้ในมือ
คลิปนี้เป็นภาพที่ไม่ได้ถ่ายจากห้องในโรงแรม เฉี่ยนโลว่จึงหยุดจิตนาการบ้า ๆ ของเธอ ดีแล้ว… คงจะเข้าใจผิดไปเอง ไม่นะ เดี๋ยว! นั่นมันหน้าบริษัทพ่อเธอนี่ นักข่าวไปรุมถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับพ่อของเธองั้นเหรอ?
“สวัสดีค่ะ ชาวเน็ตที่เคารพรักทั้งหลาย ดิฉันหลิวเจียห้วย จากสำนักข่าวเมืองตันโจว ดิฉันเพิ่งได้ข่าววงในมาว่านายลี่เซี่ยนเฉิง ประธานบริษัท ลี่ซื่อ กรุ๊ป ติดสินบน ยักยอกเงินทุนสาธารณะ ขายหุ้นทิ้ง แล้วก็ฟอกเงินด้วยค่ะ ตามมาดูพร้อม ๆ กันกับดิฉันเลยนะคะ”
พ่อ? ติดสินบนงั้นเหรอ? ยักยอกเงินทุนสาธารณะ? ขายหุ้น? ฟอกเงิน? “ไร้สาระทั้งเพ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแน่นอน” “พ่อของฉันเป็นคนซื่อสัตย์ ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่มีวันทำแบบนั้นแน่!” เฉี่ยนโลว่คิด
“ใจเย็น ๆ ไว้นะ ยังมีอีก” จื่อซีพยายามปลอบใจเธอ แต่ข่าวที่เธอได้รับกลับเป็นเรื่องแย่ลงไปอีก
“สวัสดีอีกครั้งค่ะ! ตอนนี้พวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกำลังก้มหน้าก้มตาประชุมกับอย่างเคร่งเครียดน่าดู บางครั้งข้างนอกนี่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันจากข้างในด้วยนะคะ ชัดเลยว่าเรื่องคงจบไม่สวยแน่ ๆ”
จากนั้นภาพในคลิปก็เปลี่ยนเป็นภาพประตูห้องประชุมถูกเปิดออกจากด้านใน ผู้บริหารระดับสูงที่เฉี่ยนโลว่เคยเจอมาก่อน เดินออกมาพร้อมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายรายที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ตามมาด้วยเจิ๋อหมิง ผู้จัดการใหญ่ของลี่ซื่อ กรุ๊ป ปิดท้ายด้วยรองประธานชีหยูนจง ลี่เซี่ยนเฉิงไม่ได้เดินตามออกมาด้วย
“เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านประธานลี่ลาออกไปแล้ว ผมจะเป็นคนรับช่วงบริษัทต่อเองครับ ขอบคุณทุกท่านที่คอยให้การช่วยเหลือ ขอบคุณครับ!” หยูนจง รองประธานบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ออกมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยสีหน้าไม่สู่จะดีนัก
จากนั้นบรรดานักข่าวก็พากันยกมือถามคำถาม เฉี่ยนโลว่รู้สึกราวกับตัวเธอกำลังจะลอยได้ พ่อของเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัทนี้มานานหลายสิบปี จู่ ๆ บริษัทก็ตกไปเป็นของลุงหยูนจงง่าย ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ? ลุงหยูนจงเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อเธอ ทั้งยังเป็นคุณพ่อของเจิ๋อหมิง เพื่อนวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังเป็นแฟนของเธอด้วย ตอนนั้นเองที่เธออดมองพวกเขาในทางแย่ ๆ ไม่ได้
“ช่วยไปส่งฉันที่บริษัทหน่อยนะ” หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็พูดออกมาเบา ๆ
จื่อซีปิดคอมพิวเตอร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเขาก็หยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะเดินลงไปยังที่จอดรถชั้นใต้ดินแล้วขับรถไปส่งเฉี่ยนโลว่ที่ลี่ซื่อ กรุ๊ป
ณ เวลานั้นเป็นช่วงกลางฤดูร้อนพอดี พอทั้งคู่มาถึง เฉี่ยนโลว่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ผิว ยิ่งอากาศร้อน เธอก็ยิ่งหงุดหงิด
หลังจากที่เธอเข้าไปยังห้องโถงของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เธอก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เพราะความเย็นภายในบริเวณห้องโถง





