เสียงคอ
"อาการป่วยมาเร็ว ดูหนัก แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ กินยาแก้หวัดสักสองสามชุดให้ขับเหงื่อระบายความเย็นออกก็หาย"
ตรวจชีพจรเสร็จ หมอเฒ่าก็สรุปออกมา
ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่อากาศยังหนาวเย็น เป็นช่วงที่คนเป็นไข้หวัดกันมาก ในกล่องยาของเขาจึงเตรียมยาที่ปรุงสำเร็จไว้แล้วหลายชุด
"ข้าจะจ่ายให้ก่อนสามชุด หนึ่งชุดกินสองมื้อ หลังอาหารเช้าเย็น รวมค่ารักษาทั้งหมด..."
ซ่งอิงรีบบีบชายเสื้อแน่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ดวงตากลมโตจ้องหมอด้วยความตึงเครียด ขออย่าเกินห้าตำลึงเลยนะ ขออย่า ขออย่า ขออย่า!!!
"ร้อยสิบเหวิน ในนั้นเป็นค่ารักษาห้าสิบเหวิน ยาสามชุด ชุดละยี่สิบเหวิน"
ร้อยสิบเหวิน...
ก็คือร้อยสิบเหรียญทองแดงสินะ? หนึ่งตำลึงเท่ากับหนึ่งพันเหรียญทองแดง
นางมีห้าตำลึง...
ลมหายใจที่แขวนอยู่กลางใจของซ่งอิง ถึงได้คลายลงทันที
นางรีบบอกหมอ "เดี๋ยวข้าไปหยิบเงินให้"
เงินห้าตำลึงของเจ้าของร่างเดิม มีทั้งเศษเงินตะลึงและเหรียญทองแดง เจ้าของร่างเดิมใส่ไว้ในถุงหอมใบเล็ก แล้วเย็บถุงหอมไว้กับเสื้อชั้นใน
ซ่งอิงเดินไปหยิบเหรียญทองแดงที่ห้องข้าง ๆ
เฉิงม่อเข้ามาตอนที่หมอเฒ่ากำลังจ่ายยา ยืนอยู่ตรงประตู พอตอนนี้ซ่งอิงไปหยิบเงิน เขาก็ก้าวเข้ามาทันที รับยาสมุนไพรจากมือหมอเฒ่า "พี่ชายเผย ข้าจะไปต้มยาให้!"
เผยเหิงตกตะลึงมองเฉิงม่อ "เจ้ามาอีกแล้วทำไม?"
เฉิงม่อยังคิดไม่ออกว่าควรจะบอกพี่เผยอย่างไรเรื่องที่พี่สะใภ้รู้จักกับเฝิงหยงจือ จึงเอ่ยเพียงว่า "ข้ามาขอบคุณบุญคุณช่วยชีวิตของพี่"
พูดจบ ก็คว้ายาเดินไปต้มยาที่ครัวในลานบ้าน
เผยเหิง: ???
ซ่งอิงหยิบเหรียญทองแดงมาร้อยสิบเหรียญ ส่งให้หมออย่างยิ้มแย้ม "วันนี้ลำบากท่านมาไกล"
นางจ่ายเงินอย่างกระตือรือร้น ยิ้มก็ยังยิ้มสดใส หมอรับเงิน ยิ้มถามว่า "จะให้จ่ายยาแก้คอเจ็บให้ด้วยไหม?"
เป็นคำพูดล้อเล่น
ซ่งอิงรู้สึกเขินขึ้นมาทันที
เมื่อกี้นางแกล้งไอแรงไปหน่อย จนตอนนี้คอยังรู้สึกไม่ค่อยดี ต้องกระแอมเป็นพัก ๆ
นางรีบบอก "ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ดื่มน้ำสักหน่อยก็หายแล้ว"
หมอยิ้มและหิ้วกล่องยาเดินจากไป
ซ่งอิงส่งหมอออกไปจนพ้นหมู่บ้าน
ตอนหมออยู่ที่นี่ เผยเหิงไม่ได้ถามอะไร พอซ่งอิงกลับเข้ามา เผยเหิงก็ถามด้วยความสงสัย "คอเจ้าเป็นอะไร?"
ซ่งอิงไม่อยากให้ปัญหาที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้กลายเป็นระเบิดของนาง
ครุ่นคิดสักครู่ ก็พูดความจริงผสมเรื่องโกหกออกไป
"...วันนี้ที่หน้าร้านยา เจอคุณชายเฝิงในเมือง ก็คือคุณชายเฝิงที่รวยมากนั่นแหละ เขาจะให้ข้ารับผ้าแพรไหม ข้าไม่กล้าไปยุ่งกับเขา ก็กลัวว่าจะทำให้เขาไม่พอใจ เลยแกล้งทำเป็นติดไอจากเจ้า ทำให้เขาตกใจวิ่งหนีไป"
"เฝิงหยงจือ?" เผยเหิงประหลาดใจมาก "เจ้ารู้จักเขาได้อย่างไร?"
ซ่งอิงเม้มปากบ่นพึมพำ "จะเรียกว่ารู้จักก็ไม่เชิง ก่อนหน้านี้ข้าไปในเมืองเพื่อหางานหาเงิน เคยเจอเขาหลายครั้ง สามสี่ครั้งได้ เขาทักข้า แต่ข้าไม่กล้าตอบ"
เผยเหิงมองภรรยาคนนี้ของตนอย่างนิ่งเงียบ
การแต่งงานระหว่างเขากับซ่งอิง ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่พอใจอยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนั้นเขาเป็นซื่อจื่อแห่งจวนโหวติ้งอัน ส่วนซ่งอิงเป็นเพียงคุณหนูบุตรีนอกสมรสของจวนโป๋ผิงหยาง
แค่นิสัยของซ่งอิงเอง เขาเคยเห็นในงานเลี้ยงหลายครั้ง เป็นพวกประจบสอพลอคนสูง เหยียบย่ำคนต่ำ วิธีการก็งุ่มง่ามแต่ก็หลงตัวเอง
แต่ตอนที่เขารู้ว่าภรรยาของเขาถูกกำหนดเป็นซ่งอิงนั้น ก็สายเกินไปแล้ว ทั้งสองตระกูลตกลงวันแต่งงานเรียบร้อย
เขาเป็นคนสุดท้ายที่รู้
วันที่เขาแต่งงานกับซ่งอิงนั้นเอง เขาก็ถูกขับออกจากจวนโหวติ้งอัน
การอยู่ร่วมกันจริง ๆ ก็คือสองเดือนตั้งแต่ออกจากจวนโหวจนถึงตอนนี้ เขาไม่คิดว่าซ่งอิงเป็นคนที่ประพฤติตัวอยู่ในกรอบ
ซ่งอิงถูกเผยเหิงจ้องจนรู้สึกผิด แสร้งทำเป็นดุดัน "เจ้ามองข้าแบบนั้นทำไม? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะสงสัยข้าสวมหมวกเขียวให้เจ้า? เจ้าสมองมีปัญหารึไง ถ้าข้าจะสวมหมวกเขียวให้เจ้า ข้าจะเรียกหมอมารักษาเจ้าทำไม! เจ้ารู้ไหมว่าจากที่นี่เดินไปในเมืองแล้วเดินกลับมามันไกลแค่ไหน!"
พูดมาถึงตรงนี้ ซ่งอิงเริ่มเสียศูนย์จริง ๆ แล้ว
นาง นักศึกษามหาวิทยาลัยร่างกายอ่อนแอ ตอนนี้ควรจะอยู่ในหอพักดูซีรีส์กินหม่าล่าทั่งอยู่ต่างหาก!
ทั้งชาตินี้ไม่เคยเดินมากเท่าวันนี้
รู้สึกฝ่าเท้าจะพองแล้ว!
ขอบตาแดง ๆ เอียงหน้าจ้องเผยเหิง "เจ้านี่ไม่มีน้ำใจจริง ๆ!"
พูดจบ ก็สะบัดหน้าออกไป
เผยเหิงกลับเหม่อลอยไปสักครู่
ตอนนี้ซ่งอิงด่าเขาก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เมื่อก่อนด่าเขาว่าไร้สมรรถภาพทำให้นางต้องลำบาก เป็นไอ้ขยะไร้ประโยชน์
ตอนนี้กลับด่าเขาว่าไม่มีน้ำใจ?
เผยเหิงไม่ยอม!
เขามีน้ำใจมากแล้ว ก็เพราะมีน้ำใจมากเกินไป รู้สึกว่าซ่งอิงต้องลำบากเพราะเขา เขาจึงให้เงินที่หามาได้กับซ่งอิงทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ซ่งอิงไม่ให้เขากินทั้งมื้อกลางวันและมื้อเช้า ให้เขากินวันละมื้อเดียว!
...
ออกจากห้องมา ซ่งอิงยืนอยู่ใต้ชายคา ปาดน้ำตา
อืออือ~
ไม่อยากทะลุนิยายเลย อยากกลับไปเป็นคนทำงานในมหาวิทยาลัย
เฮ้อ~
กลับก็กลับไม่ได้แล้ว เผยเหิงยังเริ่มสงสัยอีก นางต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ดี พยายามไม่ทำให้ท่านไท่จื่อในอนาคตขุ่นเคือง
อูว้า~
ชีวิตช่างขมขื่น!
ซ่งอิงพับแขนเสื้อขึ้น พุ่งไปที่ครัว
พอเข้าไปก็ตกใจ
"เจ้าทำอะไรอยู่?" มองเฉิงม่อที่นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตา ซ่งอิงตกใจและสงสัย "เจ้ามาบ้านข้าตั้งแต่เมื่อไหร่?"
นางเคยเจอคนนี้ ชื่อเฉิงม่อ เป็นเพื่อนร่วมงานของเผยเหิง ในต้นฉบับนิยายก็คือเขานี่แหละที่หาหมอมารักษาเฉิงม่อ
เฉิงม่อทำหน้าตาย "ข้ามาต้มยาให้พี่ชายเผย"
ซ่งอิง: ???
"พี่เผยของเจ้ารู้ไหม?"
เฉิงม่อมองซ่งอิงอย่างระแวง กลัวว่าซ่งอิงจะไล่เขาออกไป "รู้สิ! พี่ชายเผยให้ข้ามา! เขาบอกให้ข้าต้มยา!"
ซ่งอิง: ...
ไม่เข้าใจ
แต่เคารพ
ซ่งอิงไม่ถามต่อ หันไปหาของกิน
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไม่ยอมให้ตัวเองลำบาก ถึงจะจน ๆ แต่ก็ยังซื้อแป้งซื้อน้ำมันหมูไว้
ตักแป้งมาสองชาม ซ่งอิงนวดแป้งและรีดเป็นเส้นบะหมี่
เฉิงม่อยังคงจ้องนางอย่างระแวง กลัวว่านางจะใส่ยาพิษในแป้ง วางยาพิษพี่ชายเผยจนตาย
ยาสมุนไพรชุดหนึ่งต้มอยู่กว่าหนึ่งเค่อ เฉิงม่อตักทั้งสมุนไพรและน้ำยาออกมาใส่ในกะละมัง แล้วเทน้ำยาลงในชามตามขอบกะละมัง เหลือแต่สมุนไพรในกะละมัง เก็บไว้ต้มครั้งที่สอง
ทำเสร็จหมดแล้ว เฉิงม่อก็ยังไม่ไป
คิดสักครู่ ก็ยกชามยาขึ้นจิบเล็กน้อย เผื่อมียาพิษ เขาขอลองก่อน
ซ่งอิง: ???
มองจนหางตากระตุก
เคยเห็นคนแอบกินอาหาร ไม่เคยเห็นคนแอบกินยา!
เฉิงม่อจิบเล็กน้อย วางชามยาลง เช็ดปาก แล้วยังคงยืนอยู่ในครัว
เขาจะไม่ไป!
เผื่อเขาออกไปสักพัก พี่สะใภ้วางยาพิษพี่ชายเผย!
ดังนั้น
ซ่งอิงนวดแป้ง เขาล้างหม้อ ซ่งอิงรีดเส้นบะหมี่ เขาต้มน้ำ ซ่งอิงต้มบะหมี่ เขาก่อไฟ ซ่งอิงใช้น้ำมันหมูและหัวไชเท้าแห้งผัดเป็นน้ำราด เขา... อึ้กกก กลืนน้ำลายลงไปคำหนึ่ง
ยืดคอชะโงกหน้ามองในหม้อ มองในหม้อแล้วก็มองซ่งอิง "พี่สะใภ้ หอมจังเลย!"
เผยเหิงประคองร่างที่ป่วย พยายามลงจากเตียงในห้อง เดินมาถึงครัว เพิ่งมาถึงประตูก็ได้ยินประโยคนี้พอดี





