แค้นนี้ต้องชำระ

ชิงเหอสไลด์หน้าจอรับสายที่โทรมา “ฉันอยู่บนรถคุณแล้ว”

“โอเค” บทสนทนาของทั้งคู่จบลงแค่นั้น

ชิงเหอวางสาย ก่อนโยนโทรศัพท์ไปตรงเบาะข้าง ๆ ปลายบุหรี่ของเธอเรืองแสงสีแดงสดตัดกับความมืดในตัวรถ เธอจ้องไปที่โรงแรมและจมดิ่งอยู่ในความคิดของเธอ

จั้นถิงดูรับมือยากขึ้นทุกที เธอกำลังครุ่นคิดว่าวิธีไหนจะได้ผลมากกว่ากัน จะใช้ไม้แข็งหรือไม้อ่อน?

ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจใช้ทั้งสองวิธีเพื่อเอาชนะใจเขา

เพียงเวลาไม่นาน ก็มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเข้ามายังลานจอดรถ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงพร้อมด้วยลูกน้องกำลังเดินไปยังรถยนต์ของพวกเขา

รถของจั้นถิงจอดอยู่ใกล้ ๆ กันนี้เอง รถฮาร์คิมรุ่นลิมิเต็ดสีดำราคาหลายสิบล้านที่ผลิตและพัฒนาขึ้นมาโดยจิ่งซิน กรุ๊ป เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วในงานอินเตอร์เนชันนอล มอเตอร์ โชว์ เธอเอนตัวพิงเบาะขณะที่จ้องมองพวกเขาผ่านกระจกที่ลดตัวลง ท่ามกลางควันบุหรี่ เธอกำลังจ้องมองเสิ่นเหยียนเป่ยล่ำลาจั้นถิงอยู่

หลังจากที่รถฮาร์คิมแล่นออกไป ผู้ช่วยของเหยียนเป่ยก็ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ ก่อนขับไปรับเสิ่นเหยียนเป่ยที่ยืนรออยู่

ผู้ช่วยลงไปเปิดประตูให้เขา พอขึ้นมาในรถ เสิ่นเหยียนเป่ยชำเลืองมองซ่งชิงเหอ “แผลบนหน้าคุณฉินใช่ฝีมือเธอหรือเปล่า?” เขาถาม แต่น้ำเสียงกลับบ่งบอกว่ารู้คำตอบดีอยู่แล้ว

หญิงสาวมองบุหรี่ที่ค่อย ๆ ดับลง เธอไม่ได้ปฏิเสธ “ใช่ ฝีมือฉันเอง”

“ปกติคุณไม่ทำแบบนี้นี่”

เธอเข้าใจความหมายที่เหยียนเป่ยต้องการจะสื่อ สิ่งที่ทำกับหล่อนเหมือนจะเบาเกินไป “แค่เตือนเองน่า” เธออธิบาย หากฉินซิงหยู่มาทำให้เธอโกรธอีก คราวหน้าเธอไม่ยั้งมือแน่

‘ซิงหยู่คิดอะไรอยู่นะ มาสั่งให้ฉันอยู่ห่าง ๆ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงงั้นเหรอ

ตลกจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มีหน้ามาออกคำสั่งฉัน ทำตัววางก้ามเกินตัวไปแล้วนะ ฉินซิงหยู่!’ ชิงเหอหรี่ตาลง

ความเงียบเข้าครอบงำในรถอีกครั้ง หลังจากมาถึงโรงแรมที่ชิงเหอพักอยู่ ผู้ช่วยก็หยุดรถ หญิงสาวเดินลงจากรถไป เหยียนเป่ยลดกระจกลงมาพูดว่า “ตอนนี้ทุกคนในเมืองหวยรู้เรื่องที่คุณกลับมาแล้ว ผมยังเหลืองานที่ต้องสะสางอีกมาก ที่เหลือคุณจัดการเอาเองแล้วกัน โชคดีนะ”

ชิงเหอทัดผมไปด้านหลังก่อนยกมือขึ้นมาโบกให้เขาโดยไม่หันหลังกลับมา “เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะ”

เธอดูมีชีวิตชีวากว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ

เหยียนเป่ยไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากรอชิงเหอเดินเข้าโรงแรมระดับสี่ดาว เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยออกรถ

คืนนี้เป็นคืนแรกที่ชิงเหอกลับมายังเมืองหวย เธอได้เช็คอินห้องพักในโรงแรมนี้ไว้ก่อนแล้ว ห้องพักที่มีขนาดห้องกว่า 50 ตารางเมตร ราคาเกือบ 2500 ต่อคืน เธอจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก หากเธอตัดสินใจอยู่ต่อยาว ๆ

ชิงเหอวางแผนจะอยู่เมืองนี้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด การเข้าพักโรงแรมที่มีทั้งรูมเซอร์วิสและบริการซักอบรีด ดีกว่าไปเช่าห้องพักที่ต้องจ้างพนักงานทำความสะอาดชั่วคราวเป็นไหน ๆ

หลังจากเช็ดผิวหน้าทำความสะอาดล้างเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว ชิงเหอรินเหล้าใส่แก้วให้ตัวเอง ก่อนมานั่งลงหลังหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส ยามมองลงไปเห็นวิวยามค่ำคืนของเมืองหวย เธอก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง

‘เมืองหวยที่รัก ซ่งชิงเหอกลับมาแล้ว! ดื่ม!’

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชิงเหอเปลี่ยนจากชุดราตรีมาสวมเสื้อผ้าแนวสตรีท และออกมาจากโรงแรม

ช่วงเดือนสิงหาคมเช่นนี้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ชิงเหอออกจากโรงแรมราว ๆ สามทุ่ม คนอื่น ๆ คงจะกำลังเตรียมตัวเข้านอน ไม่ก็หลับสนิทอยู่ในบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ

หลังจากจ่ายค่าโดยสาร ชิงเหอมายืนอยู่ที่หน้าประตูวิลล่าหลังโต เธอวางมือบนลูกกรงทองสัมฤทธิ์ มองเข้าไปยังตัววิลล่าและลานหน้าด้านหน้า

วิลล่าสูงสามชั้นดูใหม่เอี่ยมเหมือนเมื่อหกปีที่แล้ว คงเพราะบริเวณนั้นได้รับการดูแลอย่างดี ใบไม้ปลิวร่วงอยู่โดยรอบ ลานไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ต้นไม้และพุ่มไม้ถูกตัดแต่งดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในตัวบ้านยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เหมือนในภาพความทรงจำของเธอ ถึงอย่างนั้น ภายในบ้านกลับปิดไฟมืด เหมือนไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต

ชิงเหอมองขึ้นไปยังหน้าต่างบานหนึ่งอยู่หลายนาที ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขโทรออก “สวัสดีค่ะ ลุงโจว นี่ฉันเองนะคะ” เธอพูดทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย

ลุงโจวเคยทำงานให้คุณปู่ของจั้นถิง ก่อนที่จะมาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของเขา เขาเห็นจั้นถิงมาตั้งแต่เล็ก ๆ และยังซื่อสัตย์กับตระกูลสีมาทั้งชีวิต

หลังได้ยินเสียงของชิงเหอ ลุงโจวก็เงียบไปพักหนึ่ง “สวัสดีครับ คุณชิงเหอ”

ชิงเหอกล่าวต่ออย่างไม่อ้อมค้อม “ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าประตูจิ่นสิ้ววิลล่า ขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมคะ? ขอบคุณล่วงหน้านะคะลุงโจว” ทัศนคติของเธอที่มีต่อพ่อบ้านเฒ่าเต็มไปด้วยความเคารพเช่นแต่ก่อน ทว่าน้ำเสียงของเธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เสียงของเธอดูแตกต่างออกไป แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

คำตอบของลุงโจวกลับไม่ใช่แบบที่หญิงสาวหวังไว้ “ขอโทษด้วยครับคุณชิงเหอ แต่ผมต้องขอถาม คุณจั้นถิงก่อน คุณก็รู้นิสัยของเขาดี”

“ค่ะ ฉันรู้” เธอพูดอย่างเศร้า ๆ

ณ จิ่งซิน กรุ๊ป

ห้องทำงานของซีอีโอบริษัทมีพื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตร พร้อมการประดับตกแต่งที่หรูหรา มีโต๊ะไม้สีเทาเข้มที่ซ่อนอุปกรณ์ไฮเทคไว้มากมายตั้งอยู่ใต้หน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส

จั้นถิงนั่งทำงานอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสั่งตัดเข้ารูป ใส่แว่นตาป้องกันรังสีบลูเรย์ ดวงตากำลังจดจ่อกับเอกสารในมือ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้า จั้นถิงก็เอื้อมมือไปรับสายนั้น “มีอะไรเหรอ ลุงโจว?”

“สวัสดีครับ คุณจั้นถิง” หลังทักทายผู้เป็นนายเสร็จ พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ก็เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เพียงสามนาทีผ่านไป ชิงเหอก็ได้รับคำตอบ “คุณชิงเหอครับ คุณจั้นถิงบอกว่า คุณมันไม่มีค่าพอ!”

ด้วยความเป็นมืออาชีพ ลุงโจวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ส่งต่อข้อความจากสีจั้นถิงถึงซ่งชิงเหอ

‘เขาบอกว่าฉันไม่มีค่าพอ! ตลกเป็นบ้า!’

ชิงเหอยิ้มอย่างขมขื่น “อย่างไงก็ขอบคุณนะคะ ลุงโจว”

หญิงสาวคิดว่าลุงโจวจะวางสายไปในทันที กลับกันลุงโจวเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณไม่ควรกลับมาที่นี่อีกแล้วนะครับ คุณชิงเหอ”

ประโยคนั้นทำให้ซ่งชิงเหอถึงกับพูดไม่ออก

เธอรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เธอกลับมา แต่เธอไม่คาดคิดว่า แม้แต่พ่อบ้านจะมีทัศนคติเช่นเดียวกันนี้กับเธอ

ชิงเหอยืนยังคงยืนอยู่หน้าประตู จ้องมองไปที่ห้องหนึ่งบนชั้นสอง

เดิมทีห้องนั้นเป็นห้องนอนใหญ่ของเธอกับจั้นถิง หลังจากที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ จั้นถิงก็ขึ้นไปนอนห้องนั้นเพียงไม่กี่ครั้ง เธอจึงใช้เวลาอยู่ในห้องกับลูกชายของเธอเป็นส่วนใหญ่

‘ลูกชายของแม่...’ พอคิดถึงเรื่องนั้นใบหน้าของชิงเหอก็เต็มไปด้วยน้ำตา ใช่แล้ว สถานที่แห่งนี้เคยเป็นดั่งสวรรค์ของเธอ แต่ก็เคยทำให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็นในเวลาเดียวกัน

“แม่” เสียงที่อ่อนหวานสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำของชิงเหอ เสียงเรียกแม่ของลูกชายซึ่งอายุเพียงไม่กี่เดือนของเธอ สร้างความประหลาดใจให้กับเธอไม่น้อย

เฉิงเฉิงยังเด็กนัก ยังเพิ่งเริ่มหัดพูดคำว่าแม่ เขารู้วิธีพูดว่า “พ่อ” ด้วย แต่เขาคุ้นเคยกับคำว่า “แม่” มากกว่า เพราะชิงเหอเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดคอยเฝ้าเลี้ยงดู

ตอนนั้นจั้นถิงเพิ่งเข้าฮุบกิจการของจิ่งซิน กรุ๊ป เขายุ่งมาก ทำให้มีเวลานอนเพียงวันละสามถึงสี่ชั่วโมง นอกจากนี้ การแต่งงานของทั้งคู่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก จั้นถิงจึงไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้เห็น ถ้าเธอโชคดี เขาอาจกลับมาบ้างเดือนละครั้ง

ใบหน้าน้อย ๆ ของเฉิงเฉิงแวบเข้ามาในความทรงจำของชิงเหอ เสียงหัวเราะที่น่ารักของเขาดังก้องครั้งแล้วครั้งเล่า

‘เฉิงเฉิง ลูกน้อยของแม่...’ เฉิงเฉิงอายุเพียงห้าเดือนในขณะนั้น ก่อนเขาจะมีโอกาสใช้ชีวิตภายนอกรั้วนี้ เขากลับต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ต้องนอนหนาวเหน็บอยู่ในหลุมศพมากว่าหกปี

น้ำตาอาบใบสองแก้มของซ่งชิงเหอ หัวใจที่เจ็บปวดราวกับกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยกรงเล็บที่มองไม่เห็นของมารร้าย ทุกครั้งที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอจะรู้สึกราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจ

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง วันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น เมืองค่อย ๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา คนทำงานตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก พวกเขาทานอาหารเช้า แต่งตัว และออกไปทำงาน พลเมืองสูงอายุต่างมารวมตัวกันออกกำลังกายในสวนสาธารณะของชุมชน ฝึกไทเก๊ก หรือเต้นรำกันเป็นกลุ่ม พ่อแม่ค่อย ๆ ปลุกลูก ๆ ให้ตื่นด้วยน้ำเสียงอันนุ่มละมุน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนในท้ายที่สุด เด็ก ๆ มัวแต่ยุ่งกับการทานอาหารมื้อแรกของวัน และการเตรียมตัวไปโรงเรียน

หลังจากหลับไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงดี สีจั้นถิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดระหว่างทางไปยิม มีข้อความหนึ่งจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ คุณชิงเหอ ยืนรออยู่หน้าจิ่นสิ้ววิลล่าทั้งคืนเลยครับ”

หลังอ่านข้อความจบ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์อันใดทั้งสิ้น เขากดเข้าไปเช็คว่ามีข้อความสำคัญกว่านี้อีกหรือไม่

หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก จั้นถิงได้รับอีกหนึ่งข้อความจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ เจ้าหน้าที่สุสานเราไปเจอ คุณชิงเหอที่นั่น ผมคิดว่าท่านอาจจะอยากทราบไว้”

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “252WAC” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
252WAC
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ