คืนนี้ ให้พวกเราเล่นเป็นเพื่อนพระชายาให้หนำใจ!
พระชายามีใจคิดคดต่อท่านอ๋องมานานแล้วจริงๆ!
เหล่าองครักษ์ต่างกำคบเพลิงในมือแน่น ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศก็กลับมาเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกครั้ง
เพียงแค่รอให้ท่านอ๋องออกคำสั่ง ก็พร้อมจะเผานางมารตรงหน้าให้ตายทั้งเป็น!
ทว่าในตอนที่ทุกคนต่างคิดว่า เฟิงเย่เสวียนจะสั่งประหารฉู่เชียนหลี เขากลับออกคำสั่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง
"ลากสาวใช้ผู้นี้ออกไป โบยให้ตาย!"
"อะไรนะ" ชุ่ยเอ๋อร์ตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ท่านอ๋อง... ออกคำสั่งผิดหรือเปล่า
เฟิงเย่เสวียนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เขาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา "ทรยศเจ้านายเพื่อหวังความก้าวหน้า ตายไปก็ยังสาสมไม่พอ!"
ไม่ว่าฉู่เชียนหลีจะทำผิดจริงหรือไม่ ในฐานะสาวใช้ของนาง ก็ไม่ควรซ้ำเติมกันในทุกๆ เรื่อง
คำพูดแต่ละประโยคของสาวใช้ผู้นี้ ฟังดูราวกับกำลังอ้อนวอนขอความเมตตาแทนเจ้านาย
แต่ความจริงแล้ว ทุกถ้อยคำล้วนต้องการผลักฉู่เชียนหลีให้ไปสู่ความตาย!
หากเขาฟังไม่ออก ก็คงเป็นไปตามที่ฉู่เชียนหลีพูด ว่าเขาช่างน่าละอายที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นเป่ยหมิง!
องครักษ์สองคนรีบเข้ามาคุมตัวชุ่ยเอ๋อร์ขึ้นมาทันที
แม้ฉู่เชียนหลีจะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนางก็ได้สติกลับคืนมา
นางรีบพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ไม่ได้นะ!"
"เจ้าอยากจะขอร้องแทนนางงั้นหรือ" เฟิงเย่เสวียนหรี่ตาลง สายตาเย็นชา
ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตนเอง
ช่างโง่เขลานัก!
"ไม่ใช่!" ฉู่เชียนหลีไม่ได้มีนิสัยแบบแม่พระผู้แสนดีอย่างแน่นอน นางจะไปเห็นใจศัตรูที่คิดจะทำร้ายตัวเองได้อย่างไร
"ท่านอ๋อง นางคือพยานคนสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ หากนางตายไป ความจริงก็ยากที่จะเปิดเผยแล้ว!"
"ทำไม เจ้าเองก็มีเวลาที่รู้สึกอับจนหนทางด้วยหรือ ความอวดดีเมื่อครู่นี้หายไปไหนแล้วล่ะ" เฟิงเย่เสวียนแค่นเสียงเย็น
หัวใจของฉู่เชียนหลีกระตุกวูบ
ที่แท้ผู้ชายคนนี้ก็ยังโกรธอยู่นี่เอง!
เขาฆ่าชุ่ยเอ๋อร์ ก็เท่ากับตัดเบาะแสของนางทิ้ง!
นางบอกว่าจะตามหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ภายใน 3 วัน เขาจงใจจะเพิ่มความยากให้นางชัดๆ!
"ท่านอ๋อง..."
"สายตาของเปิ่นหวางไม่อาจทนเห็นเม็ดทรายได้! นังบ่าวชั้นต่ำที่ทรยศเจ้านายเพื่อผลประโยชน์ ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย!"
เฟิงเย่เสวียนโบกมือ
องครักษ์รีบลากตัวชุ่ยเอ๋อร์ออกไปทันที
ไม่นานนัก จากสวนหลังเรือนก็มีเสียงร้องโหยหวนของชุ่ยเอ๋อร์ดังแว่วมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงร้องก็เริ่มแผ่วลง และสุดท้ายก็เงียบหายไป
หัวใจของฉู่เชียนหลีบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมองดูบุรุษรูปงามจนแทบหยุดหายใจตรงหน้า ความรู้สึกเย็นเยือกสายหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ
ผู้ชายคนนี้ เด็ดขาดและไร้ความปรานี สมกับคำเล่าลือจริงๆ เขาเย็นชาและโหดเหี้ยมจนถึงขั้นน่าหวาดกลัว!
จากด้านนอกวงล้อมของฝูงชน ชายคนหนึ่งรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ท่านอ๋อง อาการของนายท่านสิบสี่มีความเปลี่ยนแปลง!"
บนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกจนเป็นนิสัยของเฟิงเย่เสวียน ปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย
เขาคอยทะนุถนอมเฟิงจิ่นรุ่ย น้องชายร่วมสายเลือดคนนี้มาโดยตลอด
"ขังนางไว้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ใครก็ห้ามปล่อยนางออกมาเด็ดขาด!"
เฟิงเย่เสวียนหมุนตัวเตรียมจะจากไป
ฉู่เชียนหลีรีบร้อนพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ท่านรับปากว่าจะให้เวลาข้า 3 วัน..."
เฟิงเย่เสวียนหันกลับมา สายตาที่ไร้ระลอกคลื่นกวาดผ่านใบหน้าของนาง "เปิ่นหวางไปรับปากเจ้าตั้งแต่เมื่อใด"
ฉู่เชียนหลีกัดฟันกรอด จ้องมองแผ่นหลังของเขา
ในวินาทีที่เขาหันหลังกลับไป นางก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา "ไอ้สารเลว!"
แต่เฟิงเย่เสวียนกลับชะงักฝีเท้า แล้วหันกลับมาอีกครั้ง สายตาที่เย็นยะเยือกราวกับใบมีดตวัดมองมา
ผู้หญิงคนนี้ กล้าด่าเขาลับหลังงั้นหรือ!
ฉู่เชียนหลีถึงกับอึ้งไปเลย
เสียงเบาขนาดนี้ เขายังอุตส่าห์ได้ยินอีก!
กำลังภายในของท่านอ๋องเสวียน จะลึกล้ำถึงขั้นไหนกันแน่
เฟิงเย่เสวียนเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมาตลอดสองชาติภพอย่างแน่นอน!
ทว่า อาการป่วยของเฟิงจิ่นรุ่ยเข้าขั้นวิกฤต เฟิงเย่เสวียนจึงไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องตรงหน้าอีก
เขาหันหลังกลับ แล้วก้าวยาวๆ เดินจากไปไกล
...ฉู่เชียนหลีถูกขังอยู่ในห้องขัง และยังคงถูกมัดติดกับเสาไม้เช่นเดิม
เขาไม่ได้รับปากจริงๆ เป็นนางที่คิดไปเองว่าการที่เขาไม่สั่งประหารนาง ก็คือการรับปากแล้ว
อวดฉลาดไม่เข้าเรื่อง!
ขณะมองดูห้องขังที่เย็นเฉียบ ฉู่เชียนหลีกำลังครุ่นคิดหาวิธีหนีออกไป
คิดไม่ถึงว่า จู่ๆ ประตูห้องขังก็ถูกคนผลักออกเสียงดังปัง
ชายชุดดำสองคนบุกเข้ามา
"ท่านอ๋องสั่งไว้ ในเมื่อพระชายาทนเหงาไม่ไหวถึงเพียงนี้ คืนนี้ก็ให้พวกเราอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับพระชายาให้หนำใจ! เล่นเสร็จแล้ว ค่อยส่งพระชายาเดินทางไปปรโลก!"
ทั้งสองพูดจบ ก็พุ่งตัวเข้าหาฉู่เชียนหลีพร้อมกัน...





