ไป๋ซือเหยายื่นกระบองที่ขนาดเหมาะมือไปข้างหน้า ชี้สั่งให้อีกคนให้ไปจากบ้านตนเดี๋ยวนี้ ใบหน้างามเวลานี้ไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด ดวงตาคู่หงส์ฉายแววจริงจังเสียจนคนที่คิดอยากครอบครองสาวงามยอมถอยให้ ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้คนงามถึงดุดันยิ่งนัก
“ก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้ามาหาเจ้าอีก”
ไป๋ซือเหยาแทบอยากกรีดร้องตะโกนว่า ไม่ต้องมา! แต่น่าเสียดายที่ทำได้แต่อ้าปากพูดโดยไม่มีเสียงออกมาเท่านั้น
“เจียงหนานเจ้ามารบกวนเหยาเอ๋อร์อีกแล้วหรือไง ไสหัวเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”
เสียงเกรี้ยวกราดพร้อมร่างอ้วนท้วมของป้าลู่ซือถือไม้เดินเข้ามาช่วยไล่หลี่เจียงหนานอีกคน เมื่อเห็นเช่นนั้นไป๋ซือเหยาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อคนรีบหนีไปแล้ว นางจึงเอาไก่ที่พรานหนุ่มทิ้งไว้ยกให้ป้าลู่ซืออย่างกระตือรือร้น พร้อมยกมือขอบคุณอย่างจริงใจ ครอบครัวป้าลู่อยู่ข้างบ้านนางและเป็นคนที่ช่วยเหลือนางมาโดยตลอด
“เจ้าเก็บไว้กินเถอะ ครั้งหน้าถ้ามันมาก่อกวนอีกก็วิ่งไปหาป้าที่บ้าน”
ลู่ซือเอ่ยบอกอย่างนึกสงสาร ทั้งคู่มาอยู่นี่ได้เกือบหนึ่งปีและนางก็รู้ว่าเหยาเอ๋อร์เป็นเด็กดีคนหนึ่ง ทว่ากลับไม่มีใครรู้ชื่อจริง ๆ ของนาง มีเพียงเรียกเหยา ๆ ตามสามีปัญญาอ่อนของนางเท่านั้น ไป๋ซือเหยาส่ายหน้า นางไม่สะดวกใจจะกินของคนที่คิดจะครอบครองนางเช่นนั้นแน่ นางพยายามอธิบายเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ แม้จะเข้าใจไม่หมดแต่สุดท้ายป้าลู่ซือก็รับไก่ป่าเจ้าปัญหานั้นไป นางจึงยิ้มกว้างอย่างดีใจที่เห็นคนเข้าใจที่ต้องการสื่อ
จากนั้นป้าลู่ซือก็กลับบ้านพร้อมไก่ป่าตัวใหญ่ ที่ผ่านมามีแค่ป้าลู่ซือเท่านั้นที่ช่วยเหลือนางและพูดแก้ตัวให้ แต่ปากเดียวหรือจะสู้คนทั้งหมู่บ้าน แต่เพียงแค่นี้นางก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว
เมื่อป้าลู่ซือกลับไปนางจึงได้เดินสำรวจรอบบริเวณบ้านอีกครั้ง แต่คงจะเรียกบ้านได้ไม่เต็มปากนัก น่าจะเรียกว่ากระท่อมโกโรโกโสมากกว่าและไม่รู้ว่ามันจะพังลงมาตอนไหน
คนที่ไม่เคยเรื่องมากเช่นนาง ยังอยากจะบ่นออกมา จะให้นางเกิดใหม่ทั้งทีไยไม่ส่งไปเกิดในที่ดี ๆ กว่านี้หน่อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องดิ้นรนมากนัก
แต่เมื่อนึกถึงขุนทรัพย์ในมิติสวรรค์ก็ทำให้นางให้อภัยเซียนเฒ่านั่น อย่างน้อยนางก็ไม่อดตาย นางมองแปลงผักเล็ก ๆ หลังบ้านที่ทั้งสองคนช่วยกันปลูก
แม้หลิวโม่เยียนสติปัญญากลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง แต่เรื่องใช้แรงงานอีกฝ่ายก็ช่วยงานนางเช่นกัน เพียงแค่ต้องบอกว่าให้ทำอย่างไรเท่านั้น
เช้านี้แปลงผักยังชุ่มฉ่ำ และน่าจะเป็นหลิวโม่เยียนที่มารดน้ำก่อนจะเข้าไปหานางเพราะหิวข้าว เพราะปกติร่างนี้จะตื่นเช้ามาทำอาหารแต่เพราะนางพึ่งฟื้นทำให้ไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอาหารเช่นเคย “เหยา ๆ ข้ากลับมาแล้ว”
เสียงร้องเรียกจากหน้าบ้าน ทำให้ไป๋ซือเหยาหมุนกายเดินไปยังหน้าบ้าน ดวงตาคู่งามมองเด็กหนุ่มอย่างประหลาดใจ ในมือของหลิวโม่เยียนมีปลาตัวใหญ่ที่เจ้าตัวอุ้มกลับมาอย่างตื่นเต้น อาภรณ์เปียกโชก
ทว่าแววตาคู่นั้นกลับมองนางด้วยความสดใส ราวกับนางคือโลกทั้งเบาของเขา แววตาใสกระจ่างราวกับไม่เคยมีเรื่องใดทำให้แววตาคู่นี้หม่นหมอง ท่าทางไร้เดียงสาและไร้พิษสงนั่นทำให้ไป๋ซือเหยาใจอ่อน นางรีบเดินเข้าไปหาพร้อมขยับปากบอก
‘รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวไม่สบาย’
ซึ่งอีกคนกลับเข้าใจที่นางจะสื่ออย่างน่าประหลาดใจ โม่เหยียนพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยบอกนางด้วยแววตาคาดหวัง ยิ่งเห็นแววตากระจ่างใสและรอยยิ้มไร้เดียงสาแบบนั้น ไป๋ซือเหยาจึงส่งยิ้มไปให้
“เหยา ๆ วันนี้เรากินซุปปลากัน”
ไป๋ซือเหยาพยักหน้ารับแล้วไล่อีกคนไปเปลี่ยนชุด นางนำปลาตัวใหญ่ไปจัดการในห้องครัว เครื่องใช้ในครัวแทบไม่มีอะไรเลย มีหม้อใบเก่า ๆ สองขนาดสองใบและกระทะหนึ่งใบเท่านั้น
ไป๋ซือเหยาวางปลาไว้แล้วแอบเข้าไปในมิติสวรรค์พร้อมนำเห็ดหอมมาทำน้ำแกงด้วย เมื่อเด็ดผักที่จะทำอาหารในวันนี้มาแล้วจึงรีบออกมาทันที โชคดีที่หลิวโม่เหยียนไม่รู้ว่านางหายไป
ไป๋ซือเหยาลงมือทำอาหารอย่างรวดเร็ว ทว่าเตาไฟมีแค่หนึ่งจึงใช้เวลานานกว่าปกติ โชคดีที่นางได้ความชำนาญจากร่างเดิมมาบ้าง ทำให้การก่อไฟและการทำอาหารไม่ติดขัดมากนัก
แต่น่าเสียดายที่เครื่องปรุงรสไม่มีมากนัก มีแค่เกลือเท่านั้น เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องเข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของจำเป็นหลายอย่าง
เมื่อคิดถึงเรื่องเงินก็ได้แต่ถอนใจ บ้านนี้ยากไร้จริง ๆ ในความทรงจำนางมีเงินเพียงสามร้อยอีแปะเท่านั้น คงต้องไปสำรวจดูร้านขายสมุนไพรว่าราคาเป็นอย่างไรบ้าง จะได้เอาสมุนไพรที่มีอยู่ในมิติสวรรค์ไปแบ่งขาย
เพียงผ่านไปแค่ครึ่งชั่วยาม[ ยาม เป็นคำระบุช่วงเวลา ประมาณ 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง ครึ่งชั่วยามจึงเท่ากับ 1 ชั่วโมง
] ก็ได้กลิ่นหอมของซุปปลาแล้ว กลิ่นหอมที่มากกว่าปกติทำให้นางมองอย่างฉงน มองเห็ดหอมสีทองอร่ามที่ลอยอยู่ในน้ำซุปแล้วทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่ากลิ่นหอมอบอวลนี่มาจากเห็ดหอมตรงหน้า
แม้จะถูกความร้อนไปแล้วแต่สีสันยังคงสดใส ยิ่งน้ำซุปนางใช้น้ำจากมิติสวรรค์ยิ่งทำให้กลิ่นหอมจนแทบน้ำลายหก
ไป๋ซือเหยาลองตักมาชิมคำหนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง แววตาสั่นไหวไปมาไม่คิดว่ามันจะอร่อยมากมายเช่นนี้ มันอร่อยผิดวิสัยจนอดที่ขนกายลุกชันไม่ได้
ต่อไปเห็นทีพวกผักผลไม้และสมุนไพรในมิติสวรรค์นางจะเอาออกไปซี้ซั้วไม่ได้แล้ว และคงต้องระมัดระวังมากกว่านี้ มิฉะนั้นคงได้นำภัยมาให้เป็นแน่
“เหยา ๆ หอมมาก ๆ”
ร่างสูงพรวดเข้ามาภายในห้องครัว ดวงตามองไปยังหม้อซุปที่เดือดอยู่อย่างเป็นประกาย น้ำลายแทบหกลงมา
ไป๋ซือเหยารีบดึงร่างคนตัวสูงกว่าออกมา ตอนนี้นางกลัวเหลือเกินว่าเจ้าตัวจะเอาหัวจุ่มลงไปในหม้อร้อน ๆ อย่างนี้ แววตาคู่นั้นเศร้าสลดลงมองนางอย่างน่าสงสาร นางหัวเราะเบา ๆ ทว่ากลับไม่มีเสียงออกมาจึงได้พูดแบบไม่มีเสียงให้อีกคนฟัง
‘ใกล้เสร็จแล้ว เจ้าไปรอข้างนอกเลย เดี๋ยวจะได้กินแล้ว’ “ข้าช่วยยกหม้อข้าวไป”
ไป๋ซือเหยาพยักหน้ารับ ร่างสูงได้หม้อข้าวไปแล้วนางจึงเตรียมจานสองชุดพร้อมชามใบใหญ่มาตักซุปปลาให้หลิวโม่เหยียน ก่อนจะตัดชามเล็กให้ตัวเอง จากนั้นนางจึงผัดผักกาดอีกอย่าง
เพราะเด็ดออกมาแล้วตอนที่สำรวจมิติครั้งแรก ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะยกออกไปวางบนโต๊ะเล็กซึ่งคนตัวสูงนั่งมองด้วยดวงตาเป็นประกาย
‘กินได้ ระวังร้อนด้วย’
ไป๋ซือเหยาบอกอีกคนก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารเที่ยง อาหารมื้อนี้เรียบง่ายทว่าอร่อยจนแทบใจละลาย ผักของเหล่าเซียนอร่อยจริง ๆ แค่เกลือยังอร่อยขนาดนี้ หากมีเครื่องปรุงครบทุกชนิดจะต้องอร่อยเหมือนขึ้นสรรค์แน่ ๆ
“อ่า...อร่อยมาก”
‘อร่อยก็กินเยอะ ๆ’
ไป๋ซือเหยาขยับปากพูดตามความเคยชิน ปลานี่หลิวโม่เหยียนก็หามาเอง ฉะนั้นเขาต้องกินเยอะ ๆ และร่างกายกำลังเติบโตฉะนั้นจึงต้องการอาหารมากกว่าปกติ
“เหยา ๆ ก็กิน ๆ ๆ ”
หลิวโม่เหยียนบอกภรรยาด้วยรอยยิ้มสดใส แววตาทอประกายของความสุข ภรรยาของเขาดีจริง ๆ ทำอาหารอร่อยให้เขากินด้วย และวันนี้ยิ่งอร่อยมากจนอยากกินไม่หยุด
ทว่าน่าเสียดายหมดไปครึ่งหม้อ ท้องเขาก็กลมจนดิ้นไม่ไหวแล้ว แววตามองอาหารในหม้ออย่างเสียดาย
‘ไม่หมดก็ไว้กินเย็น’
เมื่อเห็นท่าทางเสียดายที่ตัวเองกินไม่หมด ทำให้ไป๋ซือเหยาอดที่จะขำไม่ได้ ร่างเดิมเลี้ยงสามีในนามเหมือนน้องชายคนหนึ่ง ตอนนี้นางไม่แปลกใจแล้ว เพราะท่าทางของหลิวโม่เหยียนเหมือนเด็กน้อยแต่นิสัยดีจนอดที่จะเอ็นดูไม่ได้
เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วนางจึงทำความสะอาดในห้องครัว ส่วนหลิวโม่เหยียนนั้นได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งนางไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้าตัวไปเล่นอะไรกับเด็กในหมู่บ้านบ้าง
แต่เมื่อไม่มีอาการบาดเจ็บกลับมา ทำให้นางไม่ห่วงมากนัก อีกทั้งหลิวโม่เหยียนว่ายน้ำเป็นจึงไม่กลัวว่าจะตกน้ำ เรื่องที่ได้ปลามานางไม่ได้ถาม เพราะจากความทรงจำนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าตัวนำกลับบ้าน
จากนั้นไป๋ซือเหยาจึงได้กลับไปในมิติสวรรค์อีกครั้ง นางมองแปลงผักกาดขาวด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ผักกาดขาวหัวใหญ่ที่นางเด็ดออกไปตรงมุมหนึ่งก่อนหน้านี้ มันกลับงอกออกมาเหมือนเดิมราวกับไม่เคยเด็ดออกไปก่อน นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว!
ไป๋ซือเหยาไม่รอช้า รีบไปดูแปลงเห็ดหอมที่เด็ดออกไปก่อนหน้านี้ สิ่งที่เห็นตอนนี้ทำให้นางมั่นใจได้แล้วว่ามิติสวรรค์ของนางมีขุนทรัพย์ที่ใช้ไม่หมดไม่สิ้นจริง ๆ
นางมองเหม่ออย่างเลื่อนลอยรู้สึกว่าตัวเอกเป็นตัวเอกแมรี่ซู[ แมรี่ ซู [Mary Sue} คือตัวละครหญิงที่สมบูรณ์แบบและเพอร์เฟกในทุก ๆ ด้าน
] ในนิยายอย่างไรอย่างนั้นแหละ ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องโชคร้ายหรือโชคดีของนางกันแน่ที่ตายก่อนเวลาและได้รับการชดเชยที่ล้ำค่าเช่นนี้
ไป๋ซือเหยาสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง เดินไปยังน้ำตกเพื่ออาบน้ำเพราะร่างนี้ไม่สบายจึงไม่ได้อาบน้ำหลายวันแล้ว แต่น้ำตกนี้เป็นยาวิเศษ นางจึงตักน้ำใส่ถังน้ำมาอาบข้างนอกแทน
ร่างนี้แม้จะงดงามแต่ก็ยังผอมเป็นอย่างมากเพราะตอนอยู่ที่จวนตระกูลไป๋ก็ใช่ว่าจะได้อยู่ดีกินดี มีแม่เลี้ยงใจร้าย มีบิดาไม่เห็นว่าตนเป็นบุตร ใช้ชีวิตที่แสนยากลำบาก
พอถึงวัยออกเรือนก็ถูกจับแต่งกับคนปัญญาอ่อน ว่าไปชีวิตของนางช่างน่าสารยิ่งนัก แต่ไม่เป็นไรนางจะตอบแทนความคับข้องใจนี้ให้เอง เพราะนางเชื่อว่าพวกเขาต้องมาเชิญนางกลับเมืองหลวงอย่างแน่นอน





