

ลิขิตฟ้ามายารัก ตอนที่ 1
การเปลี่ยนฤดูใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว อากาศรายรอบตัวเริ่มคลายความเย็นมากขึ้นทุกวัน อาร์ยานาต้องการเดินทางไปเที่ยวประเทศโปแลนด์ก่อนฤดูใบไม้ผลิจะละลายหิมะให้หมดไป เธออยากเห็นทุ่งหิมะขนาดใหญ่เหมือนในความฝัน โดยเฉพาะเมืองสวยงามแหล่งที่อยู่ใกล้เทือกเขาทาทรา(Tatra Mountains)ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานท่องเที่ยวสำคัญอันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวกันมาก ที่อยากเห็นมากสุดคือป่าโบราณหรือป่าสนต้นโค้งงอที่เคยฝันเห็นหลายครั้ง ความจริงเธอไม่แน่ใจเลยว่าอยากไปเที่ยวประเทศโปแลนด์จริงๆหรือมีบางสิ่งเรียกร้องให้เธอไป...ใช่...มีพลังบางอย่างคอยดึงดูดให้เธอต้องไปยังหาสถานที่นั้น
อาร์ยานารู้สึกกังวลเกี่ยวกับความฝันซ้ำซากที่ไม่อาจหาคำตอบได้จากความรู้สึกเหมือนใครคนหนึ่งกำลังรอเธออยู่กลางสายหมอกสีรุ้งเจือจางในโลกสวยงามแห่งนั้น ยิ่งใกล้วันเดินทางเธอยิ่งฝันถี่มากขึ้น โดยเฉพาะการฝันเห็นสุนัขป่าขนสีทองงดงามตัวสูงใหญ่น่าเกรงขามที่ยืนแหงนมองท้องฟ้าอยู่บนผาสูงเสมือนกำลังรอคอยอะไรสักอย่าง
“พ่อคะ เป็นไปได้ไหมที่ยังมีอีกโลกหนึ่งที่เรามองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกว่ามันมีอยู่" เธอถามขึ้น
หลังจากสอบเสร็จอาร์ยานากับอลิซาเบธชวนกันไปดูภาพยนตร์แนวโปรดของพวกเธอที่เกี่ยวกับแวมไพร์ แต่แทนที่อาร์ยานาจะกลับมาฝันถึงพวกแวมไพร์หรือคู่พระนางตัวเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอกลับฝันเห็น...หมาป่า...มันเป็นสุนัขป่าตัวเดิมที่เธอหลงรักจากที่ฝันเห็นหลายครั้ง
ร่างใหญ่โตของมันเวลายืนแหงนเงยหน้าดูสง่างาม ขนยาวฟูฟ่องสีทองอร่ามทุกเส้นขนบนตัวมันมองคล้ายสิงโตเจ้าป่าตัดกับพื้นหิมะขาวสะอาด ดวงตาสีอำพันดุจอัญมณีเบิ่งมองบนท้องฟ้าผ่านสายหมอกสีรุ้งเจอจางเหมือนกำลังจับจ้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่บนนั้น
...มันกำลังรอคู่ของมัน...คำตอบผุดขึ้นมาในจิตใต้สำนึกของอาร์ยานา คู่ของมันอยู่ที่ไหน ความฝันทำให้เธอได้เห็นแววเจ็บปวดในดวงตาสีอำพันแสนสวยและรับรู้ถึงการพรากจากผู้เป็นที่รักจากความคิดของมัน คู่ของมันคงอยู่ไกลแสนไกล อาจจะไกลมากจนไม่สามารถติดตามเจอก็เป็นได้...น่าสงสารจัง...
“เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้เท่ากัน เพราะเรามองไม่เห็นมันไงลูกรัก”
อาร์เธอโอบไหล่ลูกสาวพาเดินเข้าบ้าน หลังจากเดินดูสวนกุหลาบที่ต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยทั้งสองตกลงกันว่าจะหาซื้อต้นกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ๆมาปลูกเพิ่มและทำแปลงใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
“แล้วเป็นไปได้ไหมคะที่เราจะฝันเห็นอีกโลกหนึ่งที่มีอยู่จริงๆ” อาร์ยานาถามต่อ
“ทำไมลูกถึงคิดว่าเป็นอีกโลกหนึ่งล่ะ" แววสงสัยในดวงตาผู้เป็นพ่อจับจ้องลูกสาวคนสวยอย่างใคร่รู้
“ไม่ทราบสิคะ ความรู้สึกของหนูบอกว่าสิ่งที่เห็นเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่โลกของเรา ที่นั่นมีหมอกสีรุ้งจางๆลอยวนอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลนบนพื้นที่มีอยู่ทั่วไป" อาร์ยานายังจดจำถึงความสวยงามนั่นติดตา
“หมอกสีรุ้งที่ลูกฝันเห็นอาจเป็นสายหมอกยามเช้าตอนแสงอาทิตย์ส่องผ่านบนโลกของเราก็ได้นะ ไหนเล่าให้พ่อฟังซิว่าลูกฝันเห็นอะไรบ้าง”
อาร์เธออยากฟังเรื่องราวที่ลูกสาวฝันเห็น แม้โลกยุคดิจิตอลจะทำให้เทคโนโลยีก้าวไกลทำให้รู้เห็นโลกกว้างขึ้นมากเพียงใดแต่บางคนก็ไม่อาจทิ้งความเชื่อที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของมวลมนุษยชาติได้ โดยเฉพาะความฝันอันเป็นเรื่องเร้นลับที่บางคนเชื่อว่าเกิดจากสัมผัสพิเศษในตัวของใครคนหนึ่ง
อาร์เธอกับวาลิยาห์ผู้เป็นภรรยาเคยมีประสบการณ์จากความฝันที่ตรงกันก่อนจะให้กำเนิดอาร์ยานา ทั้งสองฝันในคืนเดียวเรื่องเดียวกันว่า...เซรีน่าภรรยาของอัศวินไนดัส บรรพบุรุษต้นสกุลของอาร์เธอมาปรากฏตัวยืนอยู่ข้างเตียง นางปลดสร้อยไข่มุกที่มีรัศมีเปล่งประกายสีรุ้งเจิดจ้าแสนงดงามออกจากลำคอวางใส่มือวาลิยาห์ภรรยาของเขาก่อนร่างงดงามของนางจะค่อยเลือนหายไป...
“หนูฝันเห็น..." เธอชะงัก
อาร์ยานาไม่ทันได้เล่าให้บิดาฟังถึงเรื่องราวความฝันที่ฝันเห็นสุนัขป่าในโลกแสนสวยแห่งนั้น โลกที่มีไอหมอกสีรุ้งเจือจางล่องลอยอยู่ทุกหนทุกแห่ง ฤดูหนาวที่พื้นดินพื้นหญ้าเต็มด้วยหิมะขาวสะอาด ฤดูใบไม้ผลิที่มีไม้ดอกไม้ผลสีสันสดใสงดงาม ต้นเมเปิ้ลสูงใหญ่เทียมภูเขา ป่าต้นสนลำต้นโค้งงอแปลกตา ทุ่งหญ้าเขียวขจี ทุ่งดอกไม้นานาชนิดกว้างไกลสุดสายตา ลำธารน้ำใสกระจ่างดั่งน้ำค้างกลางหาว และสุนัขป่าขนสีทองอร่ามสวยจับใจกับเพื่อนพ้องของมันอีกหลายสิบชีวิต
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่

















