ทางเดินใหม่ของหัวใจ

ดูเหมือนเขาจะคิดว่าเธออ่านไม่ออกสินะ เจียงยวี่เหิงไม่ได้เอามือถือหลบแต่อย่างใด เขารีบพิมพ์ตอบกลับไปว่า “ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

แล้วก็กดปิดหน้าจอโทรศัพท์ไป

“ถงถง ตอนนี้ผมมีธุระด่วน คุณช่วยผมไม่ได้ก็อย่ามาหาเรื่องและเพิ่มปัญหาให้ผมไปเลยนะ เชื่อฟังนะ”

มืออุ่น ๆ ของเขาลูบผ่านหัวเธอไป เวินอี่ถงมองดูเจียงยวี่เหิงที่รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้ขัดขวางอะไรเลย

เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทำให้เธอเจ็บจนด้านชาไปหมดแล้ว

เธอส่งเอกสารกลับไปเก็บที่สถาบันวิจัย แล้วก็ขับรถกลับบ้านไป

หลังจากผ่านไปสามวันติดต่อกัน เจียงยวี่เหิงไม่ได้กลับบ้านเลย

ส่วนเธอก็ไม่ได้ติดต่อเขาไปเช่นกัน

เวลาว่างระหว่างรอการพิจารณาและตรวจสอบ เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดข้าวของในบ้าน

ห้องเก็บของเต็มไปด้วยความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นจดหมายสารภาพรักครั้งแรก เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในเดทแรก ก้อนหินรูปหัวใจที่เก็บได้ตอนปีนเขาไปดูดาวตก แล้วก็กรอบรูปอวยพรวันแต่งงานที่สื่อความหมายให้รักกันยาวนาน.....

กล้องโพลารอยด์จากรุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุดวางเรียงกันเป็นแถว

เธอชอบเก็บความทรงจำมาก เธอหวังว่าตอนแก่เฒ่าจะได้มารำลึกความหลังด้วยกัน

แต่ตอนนี้ของพวกนี้มันกลับกลายเป็นของที่น่าตลกไปซะแล้ว เธอโยนมันเข้าเตาผิงเพื่อเผาทำลาย

ส่วนของขวัญหรูหราราคาแพงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพชร นาฬิกาข้อมือ สร้อยคอ รวมถึงแหวนแต่งงาน เธอถ่ายรูปส่งให้เจ้าของร้านรับซื้อสินค้าลักชัวรีเพื่อขายต่อทั้งหมด

จนกระทั่งตู้เครื่องประดับทั้งหมดเหลือเพียงความว่างเปล่าแล้ว เธอถึงได้ตระหนักได้ว่า ไม่ว่าความสัมพันธ์จะมีค่ามหาศาลมากเพียงใด เมื่อโดนทรยศหักหลัง สิ่งที่ไร้ค่าที่สุดก็คือความรัก

ห้าวันต่อมา ใบสมัครก็ได้รับการอนุมัติ

เหลือเวลาอีกสิบวันก่อนการวิจัยแบบปิดจะเริ่มขึ้น

เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าไปห้างเพื่อซื้อของจำเป็น ขณะที่ถือถุงช้อปปิ้งลงบันไดเลื่อนอยู่ เธอก็เห็นฉากที่ดูเข้ากันได้ดีและอ่อนโยนของใครบางคนตรงหน้าเคาน์เตอร์เครื่องเพชรชั้นหนึ่งเข้าพอดี

หลิวกุ้ยจือแม่สามีที่ไม่เคยชอบเธอเลยกำลังควงแขนคุณหนูสาวเป้ยเออร์ท่านนั้นอย่างสนิทสนมอยู่ ใบหน้ากำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

ส่วนสามีที่ไม่ได้กลับบ้านมาห้าวันแล้วของเธอ ตอนนี้กำลังช่วยสวมสร้อยข้อมือเพชรสุดหรูเส้นหนึ่งให้อีกฝ่ายได้ลองด้วยสายตาที่ดูรักใคร่อย่างมากอยู่

ทั้งสามคนดูเหมือนเป็นครอบครัวกันจริง ๆ อย่างไรอย่างนั้น

เห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายดูพอใจกับการลองมาก หลิวกุ้ยจือรีบชื่นชมในสายตาที่เฉียบแหลมของเธอยกใหญ่ จากนั้นก็หยิบบัตรแบล็คการ์ดใบหนึ่งออกมาจ่ายอย่างใจกว้าง

เวินอี่ถงรู้สึกว่ามันน่าตลกสิ้นดี

บัตรใบนั้น เป็นของเธอเอง

มีเงินอยู่ในบัตร เนื่องจากเธอเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของร้านแบรนด์นี้ เธอจึงจะได้ราคาส่วนลดขั้นต่ำสุด อีกทั้งยังสามารถเลือกสินค้ารุ่นใหม่ล่วงหน้าได้ด้วย

เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้เอาใจหลิวกุ้ยจือ เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ดีขึ้นบ้าง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าแม่สามีและสามีของเธอดันเอามันไปใช้เอาใจมือที่สามซะอย่างนั้น

เธอสาวเท้าเดินเข้าไป จากนั้นก็ดึงบัตรออกจากมือของพนักงานขายทันที

“ขอโทษค่ะ บัตรใบนี้คงใช้ไม่ได้แล้วล่ะ”

พนักงานขายหน้าตาดูตื่นตกใจมาก

“คุณผู้หญิงคะ นี่คือบัตรระดับสูงสุดของแบรนด์เราเลยนะคะ ไม่มีทางที่จะหมดอายุหรือใช้การไม่ได้อย่างที่คุณพูดหรอกค่ะ”

“งั้นเหรอคะ?”

เวินอี่ถงหักบัตรเสียงดังกึก จากนั้นก็โยนใส่ถังขยะด้านข้างและพูดว่า “ตอนนี้ก็คงใช้ไม่ได้แล้วสินะคะ?”

หลิวกุ้ยจือโมโหเดือดดาลมาก เธอง้างมือขึ้นและตบอย่างแรง

เสียง “เพียะ” ดังขึ้นมาสนั่นหวั่นไหว เธอตบเข้าที่หน้าเวินอี่ถงอย่างจัง

“เธอทำอะไรน่ะ ตาไม่มีแววบ้างเลยรึไง ช่างเป็นคนที่โคตรจะไร้ค่าเลยจริง ๆ !”

ตระกูลเจียงทรงเกียรติมาก

เจียงยวี่เหิงเป็นที่รู้จักในนามของคุณชายผู้ทรงเกียรติและอัจฉริยะด้านการเงิน

นับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มคบกัน ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน หลิวกุ้ยจือก็มักจะพูดจาเย็นชากับเธอเสมอ หลังแต่งงานกันก็ยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก ไม่ว่าเธอจะทำอะไร จะพยายามเอาใจมากแค่ไหน แต่เธอกลับไม่เคยได้รับแม้แต่รอยยิ้มเลยด้วยซ้ำ

ด้วยความที่เธอไม่อยากให้เจียงยวี่เหิงลำบาก เพราะเหตุนี้ไม่ว่าหลิวกุ้ยจือจะทำอะไรกับเธอ เธอก็ไม่เคยตอบโต้ แล้วก็ไม่ได้บอกเจียงยวี่เหิงอีกด้วย

ที่เธอยอมอดทนทุกอย่าง ก็เพราะเธอรักผู้ชายคนนี้

แต่ตอนนี้ เธอไม่อยากอดทนอีกต่อไปแล้ว

“เพียะ เพียะ!”

เสียงตบสองครั้งดังขึ้นมาสนั่นหวั่นไหว เธอตบหน้าของเจียงยวี่เหิงอย่างแรง

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกใจจนถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปากเลยทีเดียว

นี่คือเจียงยวี่เหิงเลยนะ

บุคคลที่แทบจะถูกยกย่องเป็นเทพในข่าวการเงิน แต่แล้วเขากลับมาถูกตบต่อหน้าสาธารณชนซะอย่างนั้น

“เวินอี่ถง!”

หลิวกุ้ยจือโกรธจนพับแขนเสื้อขึ้นและจะเข้าไปตบเธอ

เวินอี่ถงจึงเชิดหน้าขึ้นเบา ๆ เธอไม่ได้กลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“คุณตบฉันหนึ่งที ฉันจะตบเขาสองที ก็ลองดูสิ?”

“แก......แก......”

หลิวกุ้ยจือโกรธจนต้องกุมหน้าอกเอาไว้

“อาเหิง แกดูความร้ายกาจของนังนี่สิ”

เวินอี่ถงหันไปมองเขา แล้วก็ยิ้มอย่างเย็นชามาก

“ฉันควรตบคุณหรือเปล่า?”

เขาเอาลิ้นเลียกระพุ้งแก้ม สีหน้าดูมืดมนจนน่ากลัว จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาดึงมือเธอไป แล้วก็พูดด้วยเสียงที่เบามากว่า

“ถงถง ถ้าหายโกรธแล้วก็เลิกก่อเรื่องเลยได้ไหม?”

ซูเป้ยเออร์ที่อยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็โผเข้ามาในอ้อมแขนของเจียงยวี่เหิง แล้วก็กระชากมือของเขามาวางบนเอวของตัวเอง แล้วก็พูดภาษาฝรั่งเศสต่อว่าเวินอี่ถงอย่างหยาบคาย

คำก็ที่รัก สองคำก็ที่รัก เธอเหมือนคนที่ไร้กระดูกและแทบจะฝังตัวเข้าไปในร่างของเขาอยู่แล้ว

เจียงยวี่เหิงปลอบเธอด้วยภาษาฝรั่งเศส

ซึ่งการสนทนาที่เร่าร้อนของทั้งคู่ มันทำให้เวินอี่ถงฟังแล้วอยากจะหัวเราะออกมามาก

ทันใดนั้น เธอก็พูดภาษาฝรั่งเศสออกมาอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทั้งเสียงและสำเนียงใกล้เคียงกับเจ้าของภาษามาก

“ในเมื่อเลือกที่จะเป็นมือที่สามของคนอื่นแล้ว ก็อย่ามาแสร้งทำตัวแอ๊บแบ๊วไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ถึงขั้นกล้าอ่อยสามีคนอื่นไปขึ้นเตียงได้ ยังจะกล้าที่จะไม่ยอมรับอีกเหรอ? ถ้าฟังภาษาฝรั่งเศสไม่เข้าใจ จะให้เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่นก็ได้ ฉันพูดได้สิบหกภาษา เชิญคุณเลือกมาได้ตามสบายเลย ถ้าฉันด่าไม่ชนะ ก็ถือว่าฉันแพ้”

ใบหน้าของซูเป้ยเออร์แดงฉานขึ้นมาทันที

ดูเหมือนเธอจะคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า เวินอี่ถงจะพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นด้วย

ไหนเจียงยวี่เหิงบอกว่า เธอเป็นแค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่เหรอ

สีหน้าของเจียงยวี่เหิงก็ดูไม่ดีเช่นกัน น้ำเสียงของเขาฟังดูตึงขึ้นเล็กน้อย

“ถงถง คุณไปเรียนภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่ตอนไหนเหรอ?”

เวินอี่ถงรู้สึกเหมือนมีดที่ค้างอยู่ในใจเล่มนั้นแทงลึกลงไปอีกอย่างรุนแรงอย่างไรอย่างนั้น

เธอยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันเกินจะหาที่เปรียบได้

“ที่รัก คุณนี่รักฉันจริง ๆ เลยนะ”

“พวกคุณเที่ยวกันให้สนุกเถอะ ฉันไม่รบกวนแล้วล่ะ”

หลังพูดจบ เธอก็หันหลังและเดินจากไป

เจียงยวี่เหิงจะรีบไล่ตามไปด้วยความร้อนใจ แต่กลับถูกหลิวกุ้ยจือและซูเป้ยเออร์ดึงแขนไว้คนละข้าง

“อาเหิง หย่ากับนังสารเลวนั่นซะ นังคนต่ำช้า กล้ามาตบนายได้ยังไง”

คำพูดแบบนี้ เธอเคยพูดมาหลายครั้งมากแล้ว แต่เจียงยวี่เหิงไม่เคยสนใจเลย แต่ไม่รู้ว่าทำไม ครั้งนี้เขาถึงได้รู้สึกว่ามันไม่เข้าหูอย่างมาก

“นั่นมันเป็นเรื่องของผม”

เจียงยวี่เหิงสะบัดแขนออก แล้วก็วิ่งตามไป

เขาขวางเวินอี่ถงไว้ก่อนที่เธอจะขึ้นรถ

“ถงถง”

สัมผัสที่อบอุ่นที่ข้อมือ มันเหมือนลิ้นของงูพิษที่ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง

เวินอี่ถงสะบัดมือออกด้วยความรังเกียจ

“คุณเจียงไม่ไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อนนางแมวยั่วสวาทของคุณแล้วเหรอคะ?”

สีหน้าของเขาดูแย่มาก

“ซูเป้ยเออร์เป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น คุณอย่าหึงไปทั่วสิ อย่าคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้จะได้ไหม คุณจำเป็นต้องทำให้ทุกคนต้องอับอายต่อหน้าสาธารณชนขนาดนี้ด้วยเหรอ?”

เวินอี่ถงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

กลับกลายเป็นความผิดของเธอไปซะงั้น

คุณเจียงกำลังจะบอกว่า ต่อไปถ้าฉันเจออีก แม้จะจับชู้ได้คาเตียง ฉันก็ต้องรีบปิดม่านหน้าต่างและคอยดูลาดราวอยู่หน้าประตูให้เพื่อปกป้องหน้าตาตระกูลเจียงของพวกคุณไว้อย่างนั้นเหรอคะ?”

แรงบีบที่มือของเจียงยวี่เหิงรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไฟในดวงตาของเขาแทบจะเผาเธอเป็นเถ้าถ่านอยู่แล้ว

“ผมบอกแล้วไงว่า เธอเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น!”

“เหอะ น้องสาวงั้นเหรอ?”

เวินอี่ถงมองเขาอย่างเยาะเย้ยถากถาง

ทันใดนั้น สายตาของเธอก็ดูเย้ายวนขึ้นมา

“งั้นฉันคงต้องหาพี่ชายไว้สักคนบ้างแล้วล่ะ แล้วก็ทำทุกอย่างเหมือนที่คุณกับซูเป้ยเออร์เคยทำกัน คุณก็อย่าหึงหรือคิดเล็กคิดน้อยนะ โอเคไหมคะ? ที่รัก”

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “247TFV” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
247TFV
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ