“วาวา! วาวา! นี่แกเป็นอะไร! ยังฟังฉันอยู่หรือเปล่า” เพื่อนสาวส่งเสียงเรียกมาตามสาย
เสียงแม่เพื่อนรักปลุกเร้าให้เธอออกจากความคิดทันที มือเรียวสวยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันใดพร้อมรีบกรอกเสียงลงไปตามสายอย่างรวดเร็ว
“มะ... ไม่เซ็นสัญญาเรื่องนี้! ฉะ... ฉัน... ไม่ไป กลัวคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ไปนานเป็นปีแบบนั้น” หญิงสาวตอบปฏิเสธกลับไปทันที ก่อนจะได้ยินเสียงโวยวายของเพื่อนส่งกลับมา
“แกจะบ้าเหรอวาวา บทดีๆ แบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วนะ แล้วนี่นึกอะไรขึ้นมาคุณพ่อคุณแม่ของแกต่างแยกย้ายกันมีครอบครัวใหม่ด้วยกันทั้งคู่หลังหย่าขาดจากกัน เคยมาสนใจลูกสาวอย่างแกไหม ดีที่มีมรดกของคุณทวดจากจีนแผ่นดินใหญ่ทิ้งไว้ให้ หาไม่แล้วเฉินวาวาโตขึ้นมาได้ถึงป่านนี้เหรอ! อีกอย่างแกบอกกับฉันมาตลอดว่าอยากไปเซ่นไหว้คุณทวดที่ประเทศจีนมิใช่เหรอ... นี่เป็นโอกาสของแกแล้วนะวาวา!” แม่เพื่อนรักโน้มน้าวเพื่อนสาวเป็นการใหญ่
เฉินวาวานั่งนิ่งไปชั่วขณะครั้นได้ยินถ้อยคำของเพื่อนส่งเสียงตามสายมาเช่นนั้น ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมีเพียงคุณย่าที่เลี้ยงเธอมาโดยตลอด ไม่ต้องถามถึงบิดามารดาผู้ให้กำเนิด ท่านทั้งสองไม่ได้เห็นเธอมีชีวิตในฐานะลูกสาวคนแรกแต่กลับมองเห็นว่าเป็นภาระเสียมากกว่า
จวบจนกระทั่งเฉินวาวาได้รับกองมรดกจากตระกูลเฉินทางจีนแผ่นดินใหญ่อย่างไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นทางฝ่ายของบิดามอบให้สำหรับหลานสาวคนแรกของตระกูลในรุ่นปัจจุบัน ซึ่งก็คือเธอนั่นเอง เพราะคุณย่าของเธอเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลแต่ถูกขับออกจากตระกูลเฉินเพราะเลือกคู่ครองเองและตั้งครรภ์ก่อนแต่งงานกับคู่รัก หาใช่คู่หมั้นคู่หมายที่คุณทวดได้หาเอาไว้ให้
จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณย่าตามคุณปู่ซึ่งเป็นสามีมาตั้งรกรากที่ประเทศสิงคโปร์โดยไม่หวนคืนจีนแผ่นดินใหญ่อีกเลย แต่ขึ้นชื่อว่าลูก พ่อและแม่ก็ตัดไม่ขาด คุณทวดยกกองมรดกของตระกูลเฉินที่จะต้องมอบให้คุณย่ามอบให้กับเธอซึ่งเป็นเหลน มูลค่ามากมายมหาศาลจนทำให้จากฐานะของครอบครัวปานกลางกลายเป็นตระกูลใหญ่และทำให้ธุรกิจของคุณพ่อเธอก้าวหน้าและเติบโตเพราะกองมรดกจากตระกูลเฉินนั่นเอง
ครั้นคุณย่าของเธอเสียชีวิตจึงทำให้เฉินวาวาถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำโดยใช้เงินจากกองมรดกที่มีทนายประจำตระกูลคอยดูแล และจะเป็นเจ้าของกองมรดกอย่างสมบูรณ์ทันทีที่มีอายุครบสิบแปดปีเต็ม ซึ่งเธอก็ครอบครองมรดกทั้งหมดอย่างสมบูรณ์มาได้นานกว่าสองปีแล้ว และในอีกสามเดือนข้างหน้าหญิงสาวก็จะมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์
เฉินวาวาขบคิดอยู่เช่นนั้นนิ่งนาน ใบหน้างามลึกล้ำค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“ทำไมฉันต้องกลัวความฝัน! ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริงเสียหน่อย ฝันก็คือฝัน เรื่องจริงเสียที่ไหนกัน ได้ไปทำงานที่ประเทศจีนนานขนาดนั้นจะได้ถือโอกาสไปไหว้คุณทวดและบรรพบุรุษด้วยเลย ฉันต้องคิดแบบนี้สิถึงจะถูกเฉินวาวา!!!” หญิงสาวพูดพลางกำมือเข้าหากันจนแน่นเพื่อให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะรีบกรอกเสียงตอบปลายสายกลับไป
“โอเค! ฉันเข้าใจแล้วเหยียนเหยียน... ตกลงว่าจะเซ็นสัญญาลงเล่นเรื่อง นางมารร้ายตำหนักบูรพา จะได้ถือโอกาสเที่ยวเมืองจีนบ้านเกิดอันแท้จริงของฉัน บรรพบุรุษตระกูลเฉินของฉันก็อยู่ที่ประเทศจีนด้วยกันทั้งนั้น เดี๋ยวฉันรีบจัดการตัวเองแล้วจะรีบออกไปเลยทันที” หญิงสาวให้คำตอบกลับไป
“มันต้องอย่างนี้สิเฉินวาวานางมารร้ายของฉัน ไปประกาศศักดาของตัวเองว่าบทนี้แม่ครอบครองหาใช่คนอื่น” เพื่อนสาวช่างยุรีบจีบปากจีบคอรายงาน
“ทำไมแกพูดแบบนั้น” หญิงสาวถามกลับไปด้วยความสงสัย ก่อนจะได้ยินเพื่อนสาวของเจ้าหล่อนตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“อ้าว! ก็ตอนคัดเลือกนักแสดงมีดาราระดับซูเปอร์สตาร์ทั้งของจีน ฮ่องกง ใต้หวันแล้วก็แกที่อยู่สิงคโปร์เข้ามาออดิชันเรื่องนี้ของผู้กำกับเกากันอย่างคับคั่ง แต่ละนางเป็นนางเอกชื่อดังทั้งนั้น แต่แล้วสุดท้ายผู้กำกับเกาก็เลือกเฉินวาวาของฉันที่ได้รับบทนางร้ายมาตลอดให้รับบทนี้” ชิงเหยียนส่งเสียงมาตามสายด้วยความภาคภูมิใจแทนเพื่อนรัก
“และอีกอย่างที่ฉันรู้มา บทนางร้ายในเรื่องนี้เป็นนางมารร้ายในแบบฉบับของแกเลยนะยะฉันขอบอก... บทนางเอกของเรื่องนี้ดรอปไปเลยเพราะบทนางร้ายที่แกได้คือเป็นตัวเดินเรื่อง เพราะเหตุนี้แหละแม่นางเอกทั้งหลายถึงอกหักตายนับศพไม่เจอ อยากได้บทนี้ไปครอบครอง พวกนางกะว่าได้เล่นเรื่องนี้ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ๆ”
“เหรอ! ฉันก็ทำตามบทที่ถนัดก็เท่านั้นเอง ตอนออดิชันบอกตรงๆ ไม่คิดว่าจะได้หรอกนะเพราะถูกคัดจากที่นี่ ก็เลยไม่รู้หรอกว่าผู้กำกับเกาคัดตัวละครเรื่องนี้จากนางเอกกี่ประเทศ แต่พอรู้แบบนี้ก็นะ... เจอตัวคงต้องถามแล้วว่าเพราะอะไรผู้กำกับจึงเลือกฉันเล่นเป็นตัวเอกเรื่องนี้” เสียงตอบของสาวเจ้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิดก่อนจะได้ยินแม่เพื่อนสาวตอบกลับมา
“นั่นก็เพราะความสามารถของแกนั่นแหละวาวา อ่อ... อีกอย่างตัวละครเรื่องนี้ก็มีชื่อเหมือนกับแกเลยนะ แตกต่างกันแค่แซ่เท่านั้น ตัวละครเรื่องนี้ชื่อ เยว่วาวา ว่ากันว่าซีรีส์เรื่องนี้อ้างอิงมาจากตำนานโบราณเมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อนโน้นเลย” เสียงแม่เพื่อนสาวลากยาวผ่านศตวรรษได้สมจริงอย่างยิ่งยวด
“หา!” หญิงสาวอุทานออกมาทันที เมื่อได้ยินชื่อดังกล่าว
“เยว่วาวา!!!” เสียงหวานรำพึงเรียกชื่อตัวละครเอกที่อ้างอิงมาจากตำนานโบราณ
ความฝันที่เห็นอยู่ทุกค่ำคืนพลันปรากฏขึ้นในความคิดของเฉินวาวาทันที บุรุษเจ้าของดวงตาสีเลือด ร่างสูงใหญ่ทะมึนเหนือกว่าคนปกติในสมัยโบราณ หากเทียบความสูงดังกล่าวในสมัยปัจจุบันก็ประมาณร้อยเก้าสิบถึงร้อยเก้าสิบห้าเซนติเมตรเลยทีเดียว อาภรณ์ดำสีนิลกาฬ เจ้าของเกศาสีเงินยวงปล่อยสยายไปตามสายลมที่พาดผ่านและถ้อยคำที่เธอมิเคยลืมเลือน
“เจ้าเป็นของข้าเยว่วาวา!”





