ฉู่จินเหอที่สงบสติอารมณ์ลงได้อย่างสมบูรณ์แล้ว วิเคราะห์ให้เหลิ่งมู่หยวนฟังด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน “มีกล้องวงจรปิดอยู่ในห้องเก็บของ ถึงแม้ว่าไฟจะไหม้กล้องวงจรปิดไปแล้ว แต่ที่ระบบหลังบ้านต้องมีการสำรองข้อมูลเอาไว้อย่างแน่นอน”
“พอได้แล้ว!” เหลิ่งมู่หยวนมองไปที่ฉู่จินเหอด้วยความผิดหวัง น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความโมโหอย่างเดือดดาล “เพื่อที่จะเอาตัวรอดให้ตัวเองพ้นผิด ตอนนี้เธอจะพูดอะไรก็ได้อย่างงั้นเหรอ ไฟล์กล้องวงจรปิดก็สามารถถูกปลอมแปลงได้อยู่ดีนั่นแหละ ผมไม่มีทางเชื่อผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณหรอกนะ! ”
ฉู่จินเหอหันไปจ้องเหลิ่งมู่หยวน
ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเย็นชา แววตาดูมืดมนราวกับน้ำหมึก สายตาที่มองคนดูลึกล้ำ มักทำให้คนรู้สึกได้ถึงการถูกจ้องอย่างจับผิด
สิบปีที่ผ่านมา เธอมักจะเพ้อฝันมาตลอดว่าจะสามารถทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาได้
แต่แล้วกลับไม่คาคดิดเลยว่า ผลที่ได้จะเป็นเช่นนี้
“เธอรีบไปขอโทษฉู่ฉู่ซะเดี๋ยวนี้!”
คำพูดของเขาเย็นชาราวกับน้ำเย็น ๆ ถังหนึ่งที่เทลงมาบนหัวไม่มีผิดเลย มันทำให้ฉู่จินเหอรู้สึกสมองตื้อ และวองเวียนไปชั่วขณะ
“ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉันล่ะ?”
“ฉู่จินเหอ ผมบอกให้ไปขอโทษไง! ไม่อย่างนั้นฉู่ฉู่จะดำเนินคดีกับคุณตามกฏหมาย ถึงเวลานั้นต่อให้คุณจะร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนยังไงมันก็ไม่ทันแล้วล่ะนะ! ”
วินาทีนั้นคำพูดเหล่านี้ก็เหมือนกับมีดสั้น ๆ เล่มหนึ่งที่แทงเข้าไปกลางหัวใจของฉู่จินเหออย่างแรง
งานแต่งงานครั้งนี้ และความรักตลอดสิบปีที่ผ่านมาที่เธอชื่นชมมันหนักหนา สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกเท่านั้น!
ฉู่จินเหอถูกจับคอเสื้อและลากไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพี
พยาบาลวิ่งตามเขาไปพร้อมกับตะโกนว่า “ซี่โครงของคนไข้หักอยู่นะคะ คนไข้ต้องได้รับการพักฟื้นค่ะ คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ทำแบบนี้ถือเป็นการทารุณกรรมนะคะ!”
แต่เหลิ่งมู่หยวนกลับไม่ฟังเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉู่จินเหอถูกลากขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล
ในห้องผู้ป่วยวีไอพีอากาศอบอุ่นกำลังดี ไป่ฉู่ฉู่กำลังพิงหัวเตียงให้น้ำเกลืออยู่โดยมีหร่วนเสี่ยวอวิ๋นคอยป้อนผลไม้ให้เธอทีละคำ
เมื่อเห็นว่าฉู่จินเหอมา
หร่วนเสี่ยวอวิ๋นก็ชำเลืองมองไปแวบหนึ่ง แล้วก็ทำเป็นมองไม่เห็น
ส่วนฉู่ห่าวกลับขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจและพูดขึ้นมาว่า “เธอรู้ด้วยเหรอว่าต้องขึ้นมาน่ะ เธอรู้บ้างไหมว่าน้องสาวของเธอได้รับบาดเจ็บ !”
หัวใจของฉู่จินเหอเจ็บมากจนชาไปหมดแล้ว
เธอมองไปที่ฉู่ห่าวและถามเขาว่า “พ่อคะ พ่อยังจำได้รึเปล่าว่าหนูเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อน่ะ?” พ่อยังจำได้ไหมว่าตอนที่คุณแม่จากไป คุณพ่อเคยสาบานว่าจะไม่แต่งงานอีก คุณพ่อบอกว่าจะดูแลหนูให้เป็นอย่างดี นี่น่ะเหรอคำว่าดูแลที่คุณพ่อหมายถึง?”
เธอไม่ได้รับแม้แต่โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองและแก้ตัวใด ๆ เลยด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นฉู่ห่าวก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมา เขามองไปที่ฉู่จินเหออย่างไม่พอใจและพูดขึ้นว่า “เธอทำผิด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?! ดูเหมือนว่ายิ่งนับวันเธอจะยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ ถึงกับกล้าเถียงฉันเลยเหรอฮะ!”
ไป่ฉู่ฉู่กำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยอย่างอ่อนแรง แต่สีหน้ากลับดูดีมาก
เธอกุมหน้าอกเอาไว้ ท่าทีเหมือนคนที่หายใจไม่ค่อยออก
เธอพูดขึ้นว่า “พี่ พี่พูดแบบนี้ หมายความว่าพี่อยากจะเห็นคุณพ่อต้องแก่ตัวไปเพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ? พี่เคยคิดบ้างไหมว่าหลังจากที่พี่แต่งงานไปแล้ว แต่ละวันคุณพ่อต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ หากเกิดป่วย เกิดหิวขึ้นมา แม้แต่คนที่จะรินน้ำให้สักแก้วหนึ่งก็ยังไม่มีเลยนะ?”
หลังจากไป่ฉู่ฉู่พูดจบ เธอก็หันไปมองเหลิ่งมู่หยวนอย่างเศร้าใจ “อีกอย่าง..... พี่มู่หยวน ฉันคงจะวางแผนเผาตัวเองตายล่ะมั้งคะ? !”
เหลิ่งมู่หยวนยังคงยืนอยู่ที่เดิม และฟังอย่างเงียบ ๆ
สีหน้าของเขาบึ้งตึงขึ้นมามาก
เขาจ้องไปที่ฉู่จินเหออย่างเย็นชา แล้วก็ออกคำสั่งทีละคำแบบเน้นเสียงว่า “ฉู่จินเหอ คุกเข่าลงและขอโทษไป่ฉู่ฉู่ซะ!”
ฉู่จินเหอหันไปมองเหลิ่งมู่หยวน
เพื่อ!
หลังจากสิ้นเสียง
หร่วนเสี่ยวอวิ๋นก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินไปหาฉู่จินเหอที่ไม่ทันได้ตั้งตัว “เพี๊ยะ” เธอตบหน้าฉู่จินเหอไปครั้งหนึ่ง
หลังจากตบเสร็จ ก่อนที่ฉู่จินเหอจะดึงสติกลับมาได้ หร่วนเสี่ยวอวิ๋นก็ทรุดตัวลงไปก่อนแล้ว
เธอชี้ไปที่ฉู่จินเหอและพูดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งว่า “ฉู่จินเหอ เธอจะฆ่าลูกสาวของฉัน นอกจากเธอจะไม่ขอโทษแล้ว เธอยังใส่ร้ายลูกสาวฉันอีกเหรอ?! โถ่ ลูกสาวที่น่าสงสารของแม่! แม่ทำผิดต่อลูกเอง แม่ไม่น่าไปเป็นแม่เลี้ยงคนอื่นเลย ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแม่เอง! เธอไม่เพียงแต่ทำให้ลูกไม่ได้อยู่กับคนที่ลูกรักเท่านั้น แต่เธอยังจะฆ่าลูกอีก! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแม่เอง!”
พอฉู่ห่าวได้ยินสิ่งที่หร่วนเสี่ยวอวิ๋นพูด เขาก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นยิ่งนัก
เขาเดินไปตรงหน้าฉู่จินเหอในทันที “เพี๊ยะ!” เขาตบหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง
หลังจากที่โดนตบอย่างแรง ฉู่จินเหอก็เซไปหลายก้าว หลังจากที่สามารถยึดกำแพงเอาไว้ได้แล้ว เธอถึงสามารถหยุดยืนอย่างมั่นคงได้
ฉู่จินเหอยืนนิ่งอยู่กับที่ อึ้งไปอยู่นาน
เธอมองไปที่เหลิ่งมู่หยวนผ่านดวงตาที่พร่ามัวเพราะคลอไปด้วยน้ำตา ในใจมีความหวังที่แสนริบหรี่ขึ้นมา
เธอหวังว่าเหลิ่งมู่หยวนจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อเธอบ้าง
แม้เพียงประโยคเดียวก็ยังดี
แต่แล้วสิ่งที่ฉันได้รับกลับมาก็คือ——
“ขอโทษซะ ไม่เช่นนั้นผมจะแจ้งตำรวจ! ฉู่จินเหอ โทษฆ่าคนโดยเจตนา มันเพียงพอที่จะทำให้คุณติดคุกไปตลอดชีวิตได้เลยนะ”





