รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์
สะบายดีจอมดื้อ
สะบายดีจอมดื้อ

สะบายดีจอมดื้อ

9.0
/ 10
เมื่อหนุ่มอกหักต้องหอบใจไปพักไกลถึงลาวในนิยาย lgbt เรื่อง สะบายดีจอมดื้อ แต่ทริปนี้กลับวุ่นวายกว่าที่คิดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับไกด์ท้องถิ่นสุดกวนที่คอยขัดใจตลอดเส้นทาง พบกับเรื่องราว romance ของคนสองคนที่เริ่มต้นจากความไม่ลงตัวท่ามกลางบรรยากาศ modern novel ที่ชวนให้ติดตามจนจบ

เรื่องย่อ สะบายดีจอมดื้อ

เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหอบความเสียใจข้ามพรมแดนมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน หวังใช้ความเงียบสงบเยียวยาบาดแผล แต่แผนการพักผ่อนกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเอเจนซี่ทัวร์เจ้ากรรมดันส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางเหมือนเด็กกุ๊ยมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความประทับใจ เขากลับต้องมาปวดหัวกับพฤติกรรมสุดกวนประสาทและคำพูดโผงผางที่คอยจิกกัดรสนิยมทางเพศของเขาอย่างไม่เกรงใจ การเดินทางรักษาแผลใจครั้งนี้จึงกลายเป็นสงครามประสาทระหว่างนักท่องเที่ยวหนุ่มเมืองกรุงกับไกด์จอมดื้อที่ดูท่าจะแสบจนเอาไม่ออกเสียแล้ว
อ่านเพิ่มเติม

สะบายดีจอมดื้อ ตอนที่ 1

บทที่ 1

มีใครเคยบอกว่า ‘ถ้าอกหักก็ต้องไปพักใจ’

เพราะวลีนี้ ผมเลยมาโผล่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ชายแดนระหว่างประเทศไทย-ลาวในช่วงบ่ายของวันใหม่หลังจากที่ใช้เวลาอยู่บนรถบัสจากทางภาคเหนือมายังภาคอีสานตลอดทั้งคืน การกระทำของผมค่อนข้างจะวู่วามและดูงี่เง่าไปสักหน่อย เพราะจู่ๆ ผมก็ออกจากบ้านมาแบบไม่บอกกล่าวใคร ไม่บอกทั้งไอ้จอมแสบ ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายอายุมากกว่ากันสามปี และไอ้จอมแก่น น้องชายอายุน้อยกว่ากันเจ็ดปี ซ้ำยังทิ้งร้านนมซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวของตัวเองในจังหวัดพิษณุโลกมาโดยไม่สนใจอะไรอีกด้วย

ความสิ้นคิดของผมในการกระทำนี้มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น...

ผมอกหัก... อกหักจากผู้ชายคนนึงที่ผมเคยตามจีบอยู่

ใช่ครับ... ผู้ชาย ยืดอกยอมรับแมนๆ เลยว่าผมเป็นเกย์ และคนที่ผมจีบก็เป็นเกย์เช่นกัน แต่บังเอิญว่าการเป็นเกย์กันทั้งคู่ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะจีบเขาติด ในเมื่อเขาคบหาอยู่กับคนอื่น ผมก็ไม่อยากจะเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี เขาไม่รักก็ตื๊อไม่เลิกอะไรเทือกนั้นเลยต้องกลับมาดูแลตัวเอง

ช่วงแรกๆ ที่ผมพยายามตัดใจ ผมก็คิดนะว่ามันคงจะไม่ใช่เรื่องยากเพราะผมเพิ่งจะรู้จักเขาไม่นานเท่าไหร่ ทว่าเอาเข้าจริง ความรู้สึกของผมที่มีให้เขาคนนั้นมันมากเกินกว่าการจีบเล่นๆ กว่าจะรู้ตัวว่าผมชอบเขาจริงๆ ก็เจ็บปวดรวดร้าวจนทนเห็นหน้ากันไม่ไหวแล้ว

ก็นะ เวลาเห็นคนที่ผมชอบอยู่กับคนที่เขารักมันปวดใจนี่ ถึงเราจะยังมีมิตรภาพดีๆ ให้แก่กัน แต่มันก็ทนดูไม่ได้ มาอยู่ห่างๆ น่ะดีแล้ว ห่างกันให้มากที่สุด...

ห่างแค่ในจังหวัดคงไม่พอ เลยต้องห่างกันข้ามประเทศ ทว่าจะให้ไปไหนไกลๆ ผมก็ไม่มีอารมณ์เท่าไหร่นัก สุดท้ายเลยมาจบที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เดินทางง่าย ค่าเงินไม่ต่างกันมาก แถมภาษาก็ใกล้เคียง มาคนเดียว ยังไงคนไม่เก่งภาษาอังกฤษอย่างผมก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว

ผมลงจากรถทัวร์ที่มาส่งยังท่ารถซึ่งจะต้องขึ้นต่อเพื่อข้ามไปยังลาวในตอนบ่าย จัดการซื้อตั๋วอะไรเสร็จก็เปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ปิดเอาไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านขึ้นมาเช็กว่ามีใครติดต่อมาไหม พอหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นเท่านั้น ข้อความแจ้งเตือนมิสคอลมากมายก็ปรากฏให้เห็น คนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้แสบกับไอ้แก่น พี่กับน้องของผมนั่นเอง โทรมากันเป็นร้อยๆ สาย มีสายของพ่อกับแม่ที่ทำสวนผลไม้อยู่ที่เชียงใหม่โทรเข้ามาด้วย ดูท่าพวกมันคงจะโทรบอกพ่อกับแม่ว่าผมหายตัวออกจากบ้านโดยไม่รู้สาเหตุเป็นที่เรียบร้อย ผมเลยโทรกลับหาพวกมันด้วยกลัวว่ามันจะเป็นห่วงจนถึงขั้นไปแจ้งความคนหาย

ผมเลือกที่จะโทรหาไอ้แสบ เพราะถ้าโทรหาไอ้แก่น รับรองเลยว่าไอ้เด็กนั่นมันจะต้องโวยวายที่ผมหายหัวไปแน่ ก็ผมทิ้งงานไว้ให้มันขนาดนั้นน่ะ ไอ้แสบมันมีร้านเหล้าที่ต้องดูแล มันอาจจะไม่ได้มาดูแลประจำสักเท่าไหร่โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ดังนั้นหน้าที่ที่เหลือจึงตกเป็นของไอ้แก่นแทน

รอสายได้ไม่นานก็มีเสียงตอบรับ ก่อนผมต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูเมื่ออีกฝ่ายแผดเสียงใส่ลั่น

[อยู่ไหนของมึงเนี่ยไอ้ดื้อ! กูกับไอ้แก่นโทรหามึงจนมือจะหงิกแล้ว มึงหายหัวไปอยู่ไหนมา!]

ดูเหมือนจะคิดผิดเหมือนกันที่โทรหาไอ้แสบเพราะคิดว่ามันจะไม่โวยวาย ความจริงแล้วมันก็โวยวายไม่แพ้กับไอ้แก่นเลย

“มึงใจเย็นๆ กูก็แค่ออกมาเที่ยว”

ผมรีบบอกพี่ชาย ทว่าไอ้แสบไม่ได้คิดว่า ‘ก็แค่’ เหมือนกับผมแม้แต่น้อย พอมันได้ยินเหตุผลของผม มันก็สบถหยาบคายออกมาทันที

[ก็แค่เที่ยวบ้านมึงเถอะ กูนึกว่ามึงโดนใครดักทุบหัวไปฆ่าหมกพงหญ้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไอ้เวรเอ๊ย ไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกก่อน]

คำบ่นด่าของมันทำเอาผมหัวเราะออก ก่อนมันจะถามขึ้นมาใหม่

[แล้วนี่ตกลงมึงอยู่ไหน]

“กูอยู่หนองคาย” ผมว่า

ไอ้แสบร้องดังหืมขึ้นมาให้ได้ยินนิดนึงประหนึ่งสงสัย

[ไปหนองคายทำไมวะ]

“กูกำลังจะข้ามฝั่งไปลาว”

[อะไรนะ นี่มึงผีบ้าอะไรเข้าสิงเนี่ย ไปลาวทำบ้าอะไร!]

โวยวายมาอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่แค่ไอ้แสบด้วยที่โวยวาย เหมือนจะได้ยินเสียงไอ้แก่นดังมาให้ได้ยินแว่วๆ ว่าถามไอ้แสบว่า ‘นั่นพี่ดื้อเหรอ’ ก่อนจะตามมาด้วยการโวยวายด้วยอีกคนเมื่อได้ยินไอ้แสบบอกว่าผมกำลังจะข้ามฝั่งไปลาว ผมเลยต้องรีบตอบคำถามพี่ชายก่อน ไม่งั้นล่ะก็ไอ้แก่นต้องเข้ามาแย่งโทรศัพท์แล้วเป็นตัวแทนแม่ บ่นผมยาวแน่

น้องชายคนเล็กของผมน่ะมันบ่นเก่งจะตาย ปกติเห็นมันเงียบๆ ไม่ค่อยหือค่อยอือกับใคร แต่เวลามันเอ่ยปากอะไรขึ้นมาทีนี่ บอกเลยว่าหูชา ไม่ใช่ว่าผมกลัวมันหรอกนะ แต่รำคาญมากกว่า เป็นน้องเล็กสุดแต่ดันขี้บ่นกว่าใครเพื่อนเพราะดันมีหน้าที่จัดการงานบ้านงานช่องให้พวกพี่ชายที่เป็นหนุ่มโสดทั้งคู่ พอเห็นมันเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ค่อยอยากคุยกับมันเท่าไหร่ด้วยไม่ต้องการมีแม่คนที่สอง

และเพราะได้ยินพวกมันโวยวายโหวกเหวกมาอย่างนั้น ผมเลยรีบว่าเร็วๆ

“กูก็จะไปเที่ยวน่ะสิ อกหัก ขอไปพักใจหน่อย”

ไอ้แสบที่โวยวายค้างอยู่ก็หันไปบอกไอ้แก่นให้เงียบก่อน จากนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ดูท่าจะปลีกตัวมาคุยกับผมอีกที่ พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงมันดังขึ้นมา

[เอาจริงดิ มึงช้ำใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ]

“อืม”

[มึงนี่น้า แล้วจะไปกี่วัน]

“น่าจะสักเดือนนึง” ผมว่า

ไอ้แสบบ่นนิดหน่อยที่เห็นว่าผมไปนานกว่าที่มันคาดคิด แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ด้วยมันรู้ดีว่าผมต้องการเวลาส่วนตัวในเวลาที่เจอความผิดหวัง

ก็ทุกครั้งที่ผมอกหักหรือเลิกกับแฟน ผมก็ทำแบบนี้ทุกที หนีไปที่อื่นโดยไม่บอกใครอะไรแบบนี้ พอเริ่มรู้สึกดีขึ้นก็กลับไปใช้ชีวิตปกติตามเดิม เพียงแต่ครั้งนี้มาไกลกว่าเดิมหน่อยก็เท่านั้น

[เออ พักใจก็พักใจ ไว้สบายใจก่อนแล้วค่อยกลับ ว่าแต่ร้านนมมึงนี่เอาไง ให้ปิดไปก่อนไหม]

“ปิดแล้วกูจะเอาที่ไหนกินวะ ฝากดูหน่อย”

[ภาระกูอีกละ กลับมาแล้วแบ่งกำไรให้กูด้วย]

ทำเป็นว่าผมไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็รับปากว่าจะดูแลให้เพราะครั้งก่อนๆ มันก็เป็นแบบนี้

ผมหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะบอก

“เออ ไม่ต้องห่วง ไว้กูกลับไปจะแบ่งกำไรให้”

[ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าไปโดนหนุ่มลาวหลอกแล้วช้ำใจกลับมาไทยล่ะ]

ไอ้แสบทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ที่เหลือก็เป็นคราวผมที่กำชับพี่ชายให้บอกพ่อกับแม่ว่าผมปลอดภัยดีและกำลังจะไปที่ไหน เหตุผลที่ผมไม่โทรบอกเองเป็นเพราะกลัวว่าจะโดนบ่นยาวโทษฐานทำให้เป็นห่วงน่ะ

พูดคุยตกลงกันเสร็จ ผมก็ตัดสายทิ้ง เตรียมตัวไปขึ้นรถข้ามฝั่งไปลาวเพราะใกล้เวลาที่รถจะออกแล้ว ทว่าในจังหวะที่ผมยกกระเป๋าเป้ใบเขื่องขึ้นสะพายหลัง จู่ๆ ก็มีใครบางคนเดินมาด้านหลังผมพอดี ทำให้กระเป๋าเป้ที่ผมเหวี่ยงขึ้นสะพายไปฟาดโดนคนคนนั้นอย่างจังจนเซถลา ผมไม่เห็นแต่รู้สึกได้เลยรีบวางเป้ลง หันไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าใครคนนั้นกระเด็นไปชนกับเก้าอี้ที่ตั้งไว้สำหรับนั่งรอรถบัสเข้าอย่างจัง

“ขอโทษครับ”

ผมรีบร้องบอกไปโดยเร็ว แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่มีความสูงในระดับสายตาผม ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากไม่เห็นว่าไอ้หมอนี่ใส่แจ็คเก็ตหนังตัวหนาทับเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ มีสายโซ่ห้อยระโยงระยาง อารมณ์เหมือนชาวร็อกอะไรเทือกนั้น ใบหน้าก็สวมแว่นตาดำ ซ้ำยังมีหมวกแก๊ปสวมที่หัว แต่พอดูผมเผ้าที่ยาวปรกบ่าและหนวดเคราเฟิ้มบนใบหน้าแล้ว ผมว่าไม่น่าจะใช่ร็อก คล้ายพวกเพื่อชีวิตมากกว่า ทว่ามีสิ่งที่ไม่เข้าพวกปรากฏให้เห็นอยู่อย่างนึง นั่นก็คือกระเป๋าที่หมอนี่ถือ...

กระเป๋าพลาสติกสายรุ้ง...

หรือที่เรียกว่าถุงกระสอบนั่นแหละ หิ้วมาด้วยซะใบเบ้อเริ่ม ดูท่าจะเอาใส่เสื้อผ้ามา

ผมเผลอย่นคิ้วใส่อย่างเสียมารยาทด้วยไม่เข้าใจกับการแต่งตัวของอีกฝ่าย

ไม่ร้อนหรือไงวะ แล้วกระเป๋าที่หาความแมตช์กับเสื้อผ้าที่ใส่ไม่เจอมันคืออะไร

อีกฝ่ายเองก็ย่นคิ้วใส่ผม บอกให้รู้ชัดเจนว่าไม่พอใจที่ผมเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนเข้า ผมได้สติก็เลยขอโทษไปอีกทีด้วยไม่อยากมีปัญหา

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีเมื่อกี้ผมไม่ทันเห็นเลยไม่ทันระวัง”

อีกฝ่ายไม่พูดอะไร ยังทำหน้าไม่พอใจอยู่ ยืนจังก้าจ้องผมอยู่นั่นแหละ ผมเลยคิดเอาเองว่าอาจจะไม่ใช่คนไทย แล้วคงไม่ใช่คนลาวด้วย ก็แถวนี้นอกจากคนไทยกับคนลาวแล้ว ยังมีคนต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อยู่อีกเพียบ ผมเลยพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทยออกไปแทน

“แอมโซซอรี่ (ขอโทษครับ)”

คราวนี้เหมือนฝั่งนั้นจะเข้าใจ พ่นลมหายใจออกมาเต็มแรงครั้งหนึ่ง ก่อนจะพึมพำ

“Asshole (ไอ้งี่เง่า)”

แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมมองอย่างงุนงงด้วยฟังไม่ทันว่าคนเมื่อครู่พูดว่าอะไร

ก็ผมเก่งภาษาอังกฤษเสียที่ไหน แล้วดูมันพูดอย่างไว ฟังได้คร่าวๆ ว่าอะไรโฮลๆ สักอย่าง

ยืนคิดทบทวนไปครู่ ก่อนจะค่อยๆ แปลคำศัพท์เมื่อกี้ทีละคำ

แอส... แปลว่าก้น

โฮล... แปลว่ารู

รวมกันเป็นรู...

เดี๋ยว! แม่งด่ากูนี่หว่า!

จากที่ไม่อยากมีปัญหา ตอนนี้มองหาไอ้เวรนั่นโดยไว จะเข้าไปถามมันสักหน่อยว่ามาด่าเรื่องอะไร ทั้งที่ผมก็ขอโทษไปแล้ว ทว่าก็ไม่เห็นมันแม้แต่เงา เดินหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมเลยได้แต่สบถหัวเสียอยู่คนเดียว ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นอีกครั้ง แล้วตรงไปขึ้นรถด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่

หงุดหงิดชะมัด ทำไมต้องมาเจอคนบ้าด่าเอาฤกษ์เอายามตั้งแต่ยังไม่ข้ามฝั่งไปลาวด้วยวะ

เลือกตอน

CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด

อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่

moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้ววันนี้
ทาสสวาทรักต้องห้าม
ทาสสวาทรักต้องห้าม
เมื่อเมษาต้องตกนรกทั้งเป็นเพราะความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจใน ทาสสวาทรักต้องห้าม นิยาย romance modern ที่ตีแผ่ชีวิตเหยื่อผู้อุ้มท้องท่ามกลางคำตราหน้าว่าแย่งชิง เธอต้องสู้เพื่อแก้ไขอดีตที่ย้อนคืนไม่ได้ในโชคชะตาที่ผู้ชายเลวเป็นคนก่อ อ่านเลยที่ romance stories ยอดนิยม
หยั่งรากฝากรัก
หยั่งรากฝากรัก
หยั่งรากฝากรัก นิยาย romance modern เมื่อจิรายุต้องการทวงคืนหัวใจหญิงสาวที่เขาเคยไล่ส่ง แต่ดรีมในวันนี้กลับเปลี่ยนไปและมีหนุ่มโปรไฟล์ดีมารุมล้อม เขาต้องเผชิญอุปสรรคจากครอบครัวที่คอยขัดขวางเพื่อพิสูจน์รักแท้ใน online novel เรื่องนี้ที่รวมทุกความสนุกของอ่านนิยายออนไลน์ฟรี
ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride] นิยายรักแนว modern romance เมื่อพลาธิปใช้ปราณปริยาวดีเป็นเครื่องมือแต่งงานแก้แค้นแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความเกลียดเป็นความรักท่ามกลางทิฐิและการแย่งชิง อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่รวมความเข้มข้นของแผนการและหัวใจ
เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก (แอลตัน-สายป่าน)
เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก (แอลตัน-สายป่าน) เรื่องราวของแอลตัน หนุ่มมหาเศรษฐีผู้หวงความโสดที่ต้องมารับมือกับสายป่าน สาวน้อยสายป่วนจอมแสบในนิยาย romance ยอดนิยม สนุกไปกับภารกิจปราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยใน billionaire romance novels ที่สายอ่าน fiction books ไม่ควรพลาด
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
ปริ๊นข้ามมิติมาใน ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง เพื่อสอนดนตรีให้ฮันเตอร์ ราชาหมาป่าแห่งเผ่าอาร์กติก ท่ามกลางอุปสรรคการสืบทอดบัลลังก์ในเมืองไลแคนโทรป นิยาย lgbt แนว werewolf romance novels เรื่องนี้เล่าถึงภารกิจเอาชีวิตรอดและการเลือกทายาทที่เดิมพันด้วยตำแหน่งราชาแห่งอัลฟ่า
เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
หลังถูกสามีหักหลังและสั่งให้ทำแท้ง พรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว พบกับเรื่องราวความแค้นและการเปลี่ยนแปลงใน เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่ นิยาย romance แนว modern novel ที่จะทำให้คุณรู้ว่าความเข้มแข็งนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ