ส่วนเจ้าของอาณาจักรยางพาราที่รู้ว่าวันนี้จะมีแขกมาก็ไม่ได้อยู่ต้อนรับนั่นเพราะรู้สึกไม่ชอบใจตั้งแต่ที่มารดาโทรมาบอกแล้วว่าจะให้หลานสาวของเพื่อนมาฝึกงานกับเขา แต่ต่อให้จะไม่พอใจก็ไม่อาจขัดคำสั่งมารดาได้เช่นกัน ณเดชจึงรับอาสาเป็นไกด์จำเป็นด้วยการพานับพันดาวเดินดูรอบๆ รวมถึงแนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหน
“ที่นี่มีพนักงานกี่คนจ๊ะ”
“ร้อยกว่าครับ”
“ร้อยกว่าคนเลยเหรอ”
“ครับ แต่ที่สวนอื่นๆ คนก็จะเยอะประมาณนี้” ณเดชยิ้มโชว์ฟันขาวให้นับพันดาวอีกครั้ง นั่นเพราะรู้ว่านายหัวของตนนั้นมีสวนยางพาราหลายที่ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดในภาคใต้ ไล่มาตั้งแต่ชุมพรไปถึงยะลา
เมื่อเป็นไกด์เสร็จณเดชก็ปลีกตัวไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้นับพันดาวเดินดูนั่นนี่สลับถ่ายรูปตามอัธยาศัย ซึ่งเวลานั้นเธอกำลังคุยไลน์กับทางผู้เป็นป้า โดยบอกท่านไปว่าเดินทางมาถึงที่หมายแล้วพร้อมกับถ่ายรูปสวยๆ ส่งไปให้ดูอีกด้วย พอได้ข้อความจากหลานสาวรำไพก็ส่งต่อให้อำพรเช่นกัน
เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร คนที่พอจะถามได้ก็ไม่อยู่ นับพันดาวจึงเดินถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้ภายในสวนยางฆ่าเวลา
“ทำอะไร” เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ นับพันดาวสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นใครเธอก็ส่งยิ้มให้
“คุณเบส”
“รู้จักกันเหรอ” ภูตะวันเท้าสะเอวถามเพราะอีกฝ่ายเอ่ยทักเขาราวกับสนิทสนมกันมานาน ชายหนุ่มไล้สายตามองรูปหน้าเรียวเล็กของเธอ ตากลมโตจมูกโด่งรั้นนั่นไม่บอกก็รู้ว่าคงดื้อมากแน่ๆ ตัดผมบ๊อบสั้นแบบนี้แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเรียนจบแล้ว เพราะเขามองยังไงก็เหมือนเด็กมัธยมไม่มีผิด เด็กที่ไม่รู้จักโตเพราะสูงแค่หัวไหล่เขา ตัวก็เล็กเดินลงทะเลถูกลมพัดมีโอกาสปลิวแน่นอน
เขาตั้งใจจะกลับมาอีกทีค่ำๆ แต่ผู้เป็นแม่กลับโทรไปบอกว่าตอนนี้นับพันดาวมาถึงแล้วให้เขาออกไปต้อนรับ เมื่อได้รับคำสั่งมาแบบนั้นภูตะวันจึงเลี่ยงไม่ได้
“ค่ะ” นับพันดาวเอ่ยรับอย่างไม่สลด ก่อนจะมองชายตรงหน้าอย่างสนใจเช่นกัน เธอเคยเห็นภูตะวันเพียงแค่ในรูปถ่ายพอมาเจอตัวจริงเขาจะสูงกว่าที่คิดไว้มาก ตัวก็ล่ำหนาจมูกโด่งคิ้วหนาปากอมชมพูผิวก็ออกแทนนิดๆ รูปร่างลักษณะแบบนี้เกย์แน่นอน
“คนที่นี่เรียกฉันว่านายหัว เธอก็เรียกแบบนั้นแล้วกัน” เพราะอยากทิ้งระยะห่างทำให้ภูตะวันเอ่ยออกไปซึ่งนับพันดาวก็ไม่ได้แย้งอะไรแล้วยิ้มกริ่มเงียบๆ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังวางฟอร์มเพื่อปกปิดตัวตน
“ค่ะ นายหัวเบส ฉันชื่อนับพันดาวหรือจะเรียกว่านับก็ได้ค่ะ”
“อืม” นายหัวหนุ่มเอ่ยรับเพียงแค่นั้นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอชื่ออะไร “เธอยังไม่ตอบคำถามฉันว่าเมื่อกี้ทำอะไร”
“ถ่ายรูปค่ะ”
“คุณแม่บอกว่าเธอจะมาฝึกงานที่นี่”
“ใช่ค่ะ”
“เรียนจบอะไรมา”
“บริหารค่ะ”
“ลุคอย่างเธอน่าจะฝึกงานบริษัทใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ มากกว่าเลือกมาฝึกงานถึงที่นี่ มันไม่ไกลไปหน่อยหรือไง” หัวคิ้วหนาของนายหัวหนุ่มเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัย จากข้อมูลที่เขาได้มาจากมารดานับพันดาวจบจากเมืองนอกแต่กลับขอมาฝึกงานบริษัทเขา มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
“ไม่นี่ค่ะ”
“เหตุผล”
“เหตุผลเหรอคะ”
“ใช่ ฉันอยากฟังเหตุผลมากกว่านี้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้เจาะจงมาขอฝึกงานที่นี่” คำถามของภูตะวันทำให้นับพันดาวเริ่มเลิ่กลั่กนั่นเพราะยังไม่ได้เตรียมคำตอบไว้เลย
“เหตุผล เหตุผลคงเพราะว่าฉันชอบทะเล ชอบป่า ชอบอาหารใต้ ฉันเลยมาที่นี่”
“ฟังไม่ขึ้น” น้ำเสียงห้วนๆ มาพร้อมแววตาจับผิดของภูตะวันทำเอานับพันดาวยิ้มเจื่อนออกมา ก่อนจะตีหน้ามึนใส่ชายหนุ่มต่อ
“อ้าว! เหตุผลออกจะหลายข้อฟังไม่ขึ้นเลยหรือคะ” คนฟังแกล้งถามพร้อมสีหน้าชวนสงสัย นั่นทำให้ภูตะวันเลิกเซ้าซี้เพราะไม่ว่าจะเหตุผลอะไรยังไงก็ไล่นับพันดาวกลับตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี
“อืม หรือคุณแม่ส่งเธอมาทำอะไร”
“ทำอะไรคืออะไรคะหรือว่านายหัวซ่อนเมียสามลูกเจ็ดไว้ที่นี่แล้วไม่บอกครอบครัว” นับพันดาวเล่นใหญ่เพราะแกล้งทำตาโตกับการตั้งข้อสงสัยมั่วๆ ของตัวเอง
“เมียสามลูกเจ็ดที่ไหนกัน” นายหัวหนุ่มเริ่มควันออกหูที่ถูกปรามาสไปแบบนั้น
“ก็ที่นี่ไงคะ หรือไม่นายหัวก็ไปเป็นชู้กับเมียนักการเมืองหรือไม่ก็กับเมียผู้มีอิทธิพลใช่ไหมคะ” ข้อหาแรกว่าหนักแล้วนับพันดาวก็ยังขยันส่งข้อหาให้ภูตะวัน
“เพ้อเจ้อ!” ภูตะวันเอ็ดนับพันดาวทันทีเพราะเธอชักจะเพ้อเจ้อไปไกลแล้วนั่นเอง ก่อนจะเพ่งมองเธอด้วยสายตาคาดโทษที่กล่าวหาเขาเช่นนั้นแต่ดูเหมือน นับพันดาวจะไม่สนใจ เพราะเธอยังคงตีมึนส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้มันน่าจับมาตีก้นเสียให้เข็ด
“คุณแม่บอกเธอจะมาฝึกงานที่นี่สามเดือน”
“ค่ะ” นับพันดาวเอ่ยรับเพียงแค่นั้น แต่งานของเธอจริงๆ คือการจับผิดภูตะวัน ถ้ามีหลักฐานในมือมากพอเมื่อไหร่เธอก็พร้อมจะไปจากที่นี่เช่นกัน แม้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมเชื้อเชิญให้อยู่เสพความสุขกับธรรมชาติมากก็ตาม
“งั้นก็ไปกัน”
“ไปไหนคะ” คนฟังเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ จู่ๆ ภูตะวันก็โผล่มาแล้วถามนั่นถามนี่ก่อนจะบอกว่าไปกัน
“ฝึกงาน”
“เริ่มวันนี้เลยหรือคะ”
“ใช่ ที่นี่มีอะไรให้เธอเรียนรู้อีกเยอะ ไม่เริ่มวันนี้สามเดือนก็คงเรียนไม่หมด” นายหัวหนุ่มขู่ไปเล็กน้อยแต่ นับพันดาวกลับเบ้ปากกลับมาแทน
“ขนาดนั้นเชียว”
“จะไปไม่ไป”
“ไปค่ะนายหัว” นับพันดาวประชดอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเขาไปยังรถกระบะสี่ประตูยกสูงคันใหญ่ที่กว่าเธอจะก้าวขึ้นไปนั่งได้ก็ทุลักทุเลน่าดู
จากนั้นภูตะวันก็ขับออกไป ชายหนุ่มพานับพันดาวไปดูรอบๆ อาณาจักรยางพาราของเขาว่ากว้างขวางแค่ไหน นอกจากต้นยางพาราแล้วที่นี่ยังมีน้ำตกสายเล็กๆ จากบนภูเขาไหลผ่านอีกด้วย รวมถึงแปลงผักและผลไม้อีกหลายชนิดทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลางสาด โดยชายหนุ่มแยกพื้นปลูกออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้ลูกน้องได้กินตามฤดูกาล
คนงานที่นี่หลายร้อยคน ประหยัดอะไรได้ก็ช่วยกันประหยัด ผักและผลไม้ปลูกไว้เพื่อกินเป็นหลักแต่ถ้าเหลือก็เอาไปขาย โดยเงินที่ได้มาเขาจะยกให้คนงานเอาไปแบ่งกัน เด็กๆ ที่ไปช่วยจะได้ส่วนแบ่งมากหน่อยเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา





