ปรารถนารักแห่งดวงใจ

“หายไปไหนมายะ ฉันมานั่งรอเธอตรงนี้เป็นนานสองนาน โทร.เข้าไปก็ไม่ยอมรับสาย ปล่อยให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่ได้” เสียงแหลมคุ้นหูแผดขึ้นทันทีที่สไลลาเดินผ่านป้อมยามอะพาร์ตเมนต์ตรงเข้ามายังล็อบบีเล็กๆ ด้านล่างที่สร้างอย่างง่ายๆ สำหรับแขกมารอพบ

“อ้าว…เจเองหรือ จะมาหาแล้วทำไมไม่บอกล่วงหน้า อยู่ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ ใครจะไปรู้ล่ะ แล้วตอนโทร.มาก็คงเป็นช่วงที่ฉันกำลังเดินทางเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากเธอ”

สไลลาทักทายพร้อมอธิบายเจ้าของร่างอวบที่มีความสูงเพียงกกหูเธอ พลางยกมือดันแผ่นหลังให้เจ้าหล่อนคนนั้นเดินผ่านเข้าไปข้างในพร้อมกัน โดยไม่ลืมหันไปยิ้มเชิงบอกกล่าวแก่ รปภ.สาวที่นั่งหลังโต๊ะใกล้ประตูให้รับรู้

“ระบบรักษาความปลอดภัยในอะพาร์ตเมนต์ของเธอนี่เป็นเยี่ยมจริงๆ รู้ไหมฉันบอกยามผู้หญิงคนเมื่อกี้ว่าเป็นเพื่อนเธอ และฉันก็มีกุญแจห้องด้วย จะขอขึ้นมานั่งรอข้างบน แต่เขาไม่ยอมอนุญาต ยืนยันจะให้ฉันนั่งตากยุงอยู่ข้างล่าง หรือไม่อีกทางก็โทร.บอกให้เธอรู้ก่อน” จิดาภาบ่นยืดยาว ด้วยอารมณ์ตกค้างจากคนที่พูดถึงขณะเดินเคียงกันขึ้นบันไดชั้นสามอันเป็นชั้นที่พักของเพื่อนสาว

“ก็เพราะอย่างนี้สิ ฉันถึงอยู่ที่นี่ได้นาน ค่าเช่าห้องก็ไม่แพง แค่สามพันห้าร้อยบาทเท่านั้น อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนะ เดินทางไปทำงานสะดวก ทุ่นค่าใช้จ่ายตั้งเยอะ แถมยังปลอดภัย ไร้กังวลอีกต่างหาก”

“ย่ะ ถ้าเธอคิดว่าดี ใครจะว่าเธอได้ ฉันหมดหวังที่จะเข็นให้เธอไปพักด้วยกันตั้งนานแล้ว ไม่ต้องถึงกับยกแม่น้ำทั้งห้าสายมายันกันหรอก” คนพูดค้อนประหลับประเหลือกชวนขัน ต่อเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักซึ่งอยู่ริมสุด เจ้าของห้องจึงไขกุญแจแล้วเดินนำเข้าไป ไม่กี่วินาทีจากนั้นแสงไฟในห้องสว่างจ้า สาดส่องลงมาให้เห็นทุกอย่างได้ชัดเจน

“จะย้ายไปอยู่คอนโดเมื่อไร” จิดาภาถามพร้อมถอยไปนั่งบนเก้าอี้รับแขกตัวเดียวที่วางตรงมุมห้อง

“ประมาณกลางเดือนหน้า ตอนนี้ฉันทำเรื่องกู้ธนาคารเรียบร้อยแล้ว โครงการนัดโอนอาทิตย์หน้า จากนั้นก็ซื้อของเข้าห้องอีกนิดหน่อย ก็เป็นอันเสร็จพิธี”

“ก็ดีนะ ไม่ต้องยุ่งยากอะไร คอนโดตกแต่งพร้อมอยู่คงขายดิบขายดีกับกลุ่มสาวโสดตัวคนเดียวอย่างเธอนี่แหละ” คำกระเซ้าโดยไม่ทันคิดหน้าคิดหลังของจิดาภา ทำให้สีหน้าของอีกคนวูบลงจนเธอคิดอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ “เอ่อ...ฉันขอโทษนะกิ่ง ปากฉันมันไม่ค่อยดี พูดจาพร่ำเพรื่อแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แย่จังเลยนะ”

“บ้าน่า เธอยังไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย แล้วไม่จำเป็นต้องขอโทษฉันด้วย...เออ แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง วันนี้จะค้างด้วยกันไหม” เจ้าของห้องพักปรับสีหน้าให้แช่มชื่นกว่าเก่าเมื่อเห็นใบหน้าจืดเจื่อนของเพื่อนสาวอย่างรู้สึกผิด

“ไม่ล่ะ ฉันแวะมาหาเพราะมีคนฝากของมาให้เธอ เสร็จธุระก็จะกลับ” คนพูดมีท่าทีอ้ำอึ้งเล็กน้อย หากอีกคนไม่ทันสังเกต

“ถ้าเรื่องแค่นี้ก็ไม่เห็นต้องนั่งรอให้เสียเวลา เธอฝากไว้กับ รปภ. ข้างล่างก็ได้ ฉันมาเมื่อไรเขาก็ให้ฉันเอง” สไลลาพูดพลางเยื้องกายหายเข้าไปข้างใน ไม่ถึงนาทีก็ออกมาพร้อมแก้วน้ำดื่มยื่นให้คนที่นั่งอย่างสงบบนเก้าอี้

“ฉันรอเพราะอยากเจอเธอด้วย เราสองคนไม่เจอหน้ากันเกือบเดือนแล้ว ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์” จิดาภายังหาเหตุผลชวนเชื่อถือ หากเสียงเธอคงตะกุกตะกักไม่เปลี่ยนจากเดิม และคราวนี้เจ้าของห้องสาวก็จับน้ำเสียงที่ผิดแผกของเธอได้ จึงทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ที่วางไม่ห่างกัน แล้วถามขึ้นมาตรงๆ

“ของที่เธอบอกจะให้ฉัน อยู่ที่ไหน” สิ้นคำทวงถาม สไลลาก็จับจ้องมือบางของเพื่อนสาวที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบหรู ต่อเมื่อดึงออกมาจึงเห็นซองกระดาษขนาดเท่าฝ่ามือติดมาพร้อมกัน

“สันต์ฝากบัตรเชิญงานแต่งงานมาทางเอก ฉันเลยอาสาเอามาให้เธอ”

ซองกระดาษสีนวลถูกเปลี่ยนมาอยู่ในมืออีกคน รับมาแล้วก็เพ่งมองเหมือนเห็นเป็นสิ่งแปลกประหลาด แผงขนตาดกหนานั้นหลุบต่ำจนปิดกั้นดวงตาคู่สวย ทำให้คนที่คอยจับสังเกตไม่อาจรู้ถึงความรู้สึกของคนรับได้เลย จะเห็นก็เพียงร่างบางที่นั่งหลังตรงนั้นนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมแววตาว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย

“ฉันจะไป”

“ไม่ได้นะ!” จิดาภาร้องห้ามเสียงหลง หลังได้ยินถ้อยคำของเพื่อนสาวอย่างที่เธอคาดไม่ถึง

“ทำไม”

“วันแต่งงานของสันต์ ฉันกับเอกต้องเดินทางไปทำธุระที่เวียดนาม ฉันไม่ยอมให้เธอไปงานนี้ตามลำพังเด็ดขาด แล้วอีกอย่าง เธอน่าจะรู้ว่าสันต์ส่งบัตรเชิญมาให้ตามมารยาทเท่านั้น เขาคงไม่หวังจะให้เธอไปร่วมงานจริงๆ หรอก”

“ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่จริงใจกันน่ะสิ” คนเสียงหวานกล่าวเยาะ พร้อมเคาะซองกระดาษกับฝ่ามือบางพลางทำท่าครุ่นคิด จนคนมองต้องรู้สึกลุ้นตาม “เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ การจะรักษาแผลกลัดหนองให้หายขาด มันต้องบ่งออกมาไม่ใช่หรือ ทนเจ็บนิดหน่อย ดีกว่าปล่อยให้แผลอักเสบเรื้อรัง”

“โธ่...กิ่ง” คนฟังร้องครางทีเดียวเมื่อรู้ถึงความคิดอีกคน “ฉันว่าเธอบ่งเยอะไปแล้วนะ แบบนี้ไม่ใช่ทางรักษาแล้วมั้ง เขาเรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวให้เจ็บหนักกว่าเดิม”

“เอาละ อีกตั้งสัปดาห์กว่าจะถึงวันงาน ถึงตอนนั้นฉันอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปสมใจเธอก็ได้ วันนี้ดึกแล้วถ้าจะกลับบ้านก็กลับไปเถอะ หม่าม้าจะเป็นห่วง” สไลลาพูดตัดบท เมื่อเห็นว่าหากอยู่นานเพื่อนร่างป้อมคงไม่ละความพยายามที่จะกล่อมตนให้ล้มเลิกความคิดอย่างแน่นอน

“ก็ได้ ความจริงคืนนี้ฉันน่าจะค้างกับเธอ แต่เพราะสัญญากับเอกแล้วว่าพรุ่งนี้จะไปทำบุญที่วัด เลยต้องตื่นมาเตรียมของตั้งแต่เช้ามืด” จิดาภายังคงอิดออด ตัดสินใจไม่ขาด เจ้าของห้องสาวจึงส่ายหน้าอย่างอ่อนระอากับความห่วงใยดั่งแม่ไก่หวงลูกของเธอ

และกว่าจะดันร่างของจิดาภาให้ออกจากห้องได้ สไลลาก็ใช้เวลาเกือบสิบนาทีทีเดียว ต่อเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องพักขนาดหนึ่งคนพออาศัยได้อย่างสบาย หญิงสาวจึงหยิบซองสีขาวนวลมาเปิดดูอีกครั้ง เพ่งมองอักขระงดงามที่สลักเป็นชื่อของทั้งสองคนซึ่งดูโดดเด่นบนกระดาษแผ่นสวย เรียวปากบางก็เหยียดเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน หากด้วยเชื้อร้ายที่ยังฝังอยู่ตามซอกหลืบของความทรงจำ พอได้รับสิ่งกระตุ้นจึงปลุกเร้าให้ลุกโชนขึ้นมามีชีวิตชีวาอย่างง่ายดาย

“ฉันจะไป ไม่มีใครห้ามฉันได้หรอก คุณกล้าส่งบัตรเชิญมาให้ ฉันก็กล้าไปร่วมงานเหมือนกัน” เจ้าของมือสั่นระริกพูดด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมดวงตาก็แดงช้ำขึ้นทันตา หากจิดาภามาเห็นสภาพของคนที่เธอเพิ่งจากมา เธอคงเปลี่ยนใจนอนค้างอย่างที่เคยเป็นแน่นอน

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “251FWR” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
251FWR
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ