ร่างสันทัดลุกจากเตียงนอนนาฬิกาตรงฝาผนังบอกเวลาตีสอง ขยับร่างกายไล่ความขบเมื่อยลุกยืนมองตัวเองในกระจกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เสื้อคอกลมสีดำกับกางเกงสีเข้าชุดสวมทับด้วยแจ็กแก็ตสีน้ำตาล รองเท้าบูทเพื่อความคล่องตัว เช็คปืน มีดพก และระเบิดควัน ทุกอย่างครบครันเปิดประตูออกมาจากห้อง
สองเท้าก้าวเดินอย่างเงียบเฉียบตามที่ได้ฝึกมา กวาดตามองอย่างระแวดระวัง แต่พยายามเดินให้เป็นปกติ ช่วงกลางดึกไม่มีบอดี้การ์ดด้านใน ช่วงประตูจะมีคนเฝ้าสองคนอาจเพราะพวกนั้นคิดว่ามีเขากับเกรเต้อยู่ใกล้ชิดเจ้านายแล้วก็เป็นได้
กริ๊ก!
จับลูกบิดเปิดประตูเข้าห้องทำงานตู้เซฟแสนสำคัญอยู่ข้างโต๊ะ รีบเร่งฝีเท้า เพราะเข้านอกออกในบ่อยครั้งเลยพอรู้รหัสลับต่างๆ ของเจ้านาย บิดไม่กี่ครั้งตู้เปิดออก อัญมณีแสนล้ำค่ากำลังส่องประกายท้าแสงไฟ ฟาวิโอ่รีบหยิบเพชรหกเหลี่ยมเข้ากระเป๋าตนเอง หุนหันออกจากห้องอย่างรวดเร็ว สองเท้าก้าวเดินมาถึงหน้าประตู ลูกน้องหันมองสีหน้าแปลกใจ
“จะไปไหนเหรอครับคุณฟาวิโอ่” บอดี้การ์ดหน้าประตูเอ่ยถาม
“พอดีมีธุระนิดหน่อย”
จ้ำก้าวถึงมอเตอร์ไซส์คันใหญ่ขึ้นคร่อมสตาร์ทเครื่องออกในทันใด ลูกน้องมองหน้ากันสีหน้างุนงง ตีสองกว่าจะไปไหนได้น่าแปลก
แปดโมงเช้าร่างสูงลงจากชั้นบนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้บุนวมสีไข่ไก่ หนังสือพิมพ์ถูกกางออกเพื่ออ่านข่าว เสียงฝีเท้าดังขึ้นแล้วหยุดลง เซ็ทเงยหน้าจากจุดสนใจแล้วมองเกรเต้ลูกน้องคนสนิท
“ผมเรียนให้คุณชายซาฟทราบแล้วนะครับ ตอนนี้ท่านกำลังจัดการ”
“อืม”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เกรเต้ก้มศีรษะเล็กน้อย
“เดี๋ยวก่อน” กวาดตามองรอบๆ “ฟาวิโอ่ไปไหน”
เกรเต้ครุ่นคิด เขาเองก็ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วเหมือนกัน
“ผมก็ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วครับ” เกรเต้บอก
“ในห้องไม่มีเหรอ” เริ่มงุนงง ปกติฟาวิโอ่จะตื่นแต่เช้าตลอด
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ผมไม่เห็นรถคุณฟาวิโอ่เลยครับ”
คิ้วเข้มขมวดปิดหนังสือพิมพ์ลงแล้วลุกยืน สองเท้าก้าวเดินถึงหน้าคฤหาสน์ชะเง้อมองรถคู่ใจลูกน้อง ไม่มี หมายความว่ายังไงกันแน่ หันมาทางสาวใช้เก่าแก่
“เซร่าไปตามฟาวิโอ่ให้หน่อย”
“ได้ค่ะ”
สาวใช้กลางคนรีบวิ่งขึ้นชั้นสองเพื่อตามคนที่เจ้านายต้องการพบทันที ถึงหน้าห้องลองเคาะแต่ไม่มีเสียงใดตอบรับเลยถือวิสาสะเปิดออก เซร่ายืนงงเมื่อไม่เห็นผู้ใดลงมาก้าวยาวถึงเจ้านาย เซ็ทหันมองแววตาสับสนรู้ดีหากไม่มีร่างสันทัดติดตามคงไม่อยู่ ลางสังหรณ์บางอย่างเริ่มก่อตัว
“คุณฟาวิโอ่ไม่ได้อยู่ในห้องค่ะ” รายงานแล้วถอยฉากออกไป
ตรึกตรองครุ่นคิดหมายความว่ายังไงกันแน่ ลองกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อแต่กลับปิดเครื่อง เกรเต้กลับมาจากการสอบถามลูกน้อง
“คุณชาย เมื่อคืนสองคนเฝ้าประตูหลังบอกว่าเห็นคุณฟาวิโอ่ออกไปช่วงตีสองครึ่งแล้วยังไม่กลับมา ท่าทางรีบร้อนด้วยครับ”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา รู้สึกตงิดใจมองเห็นห้องทำงานรีบวิ่งไปทันที
เปิดประตูเข้าห้องกวาดตามองรอบๆ ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี เอกสารทั้งหมดอยู่ครบ มองตู้เซฟตัดสินใจเปิดออกก้มมอง ดวงตาเรียวคมแข็งกร้าวขึ้นมากรามขบแน่นร้อนวาบไปทั่วร่าง
ปัง!
มือทุบลงบนโต๊ะ เพชรของแม่ที่ให้ไว้ตอนสมัยเด็กหายไป แม่เคยบอกมันเป็นกุญแจสำหรับเปิดประตูอะไรสักอย่างเขาจำไม่ได้เลย แต่ความสำคัญของมันคือ... การที่แม่เป็นผู้มอบให้ หัวใจเต้นตุบๆ เหมือนจะระเบิดความแค้นมันอัดแน่นในอก จะไม่ใส่ร้ายขอตรวจสอบให้ถึงที่สุดเสียก่อน
จ้ำพรวดถึงห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่อยากใส่ร้ายแต่ภาพที่เห็นเจตนาชัดเจน ฟาวิโอ่ทรยศหักหลังเขา มันทำเพื่ออะไรกัน ในเมื่อชุบเลี้ยงมาอย่างดี ลูกสาวมันเขาก็เป็นคนส่งเรียนนี้คือสิ่งควรตอบแทนกันงั้นหรือ
“เกรเต้ ไปตามจับตัวฟาวิโอ่มาให้ได้!”
“ครับ”
บอดี้การ์ดหนุ่มถอยหลังออกจากห้อง เหลือบมองเจ้านายเล็กน้อย เห็นแววตาแล้วรู้สึกสงสารคงเจ็บปวดมากเพราะฟาวิโอ่คือคนที่ไว้ใจมากที่สุด อาจเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ คอยสอนทุกอย่างเป็นเพื่อนเล่นยามเหงา ทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้หัวสมองแทบระเบิด
เขตรั้วตระกูลมัสสิโม่ ร่างสัดทัดนั่งลงบนโซฟามือสองข้างผสานกันบนตักในมือชื่นเหงื่อจำต้องกดอาการสั่นไหวเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เสียงไม้กระทบพื้นก่อนปรากฏร่างชายชรากำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามา ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองผู้มาเยือนอย่างจับผิด รัสตินนั่งลงตรงข้ามกับฟาวิโอ่วางไม้เท้าพิงไว้
“แกมีอะไรถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่!” เสียงกร้าวถามออกมา แววตาไม่ไว้วางใจ
เพชรเม็ดงามถูกวางไว้ตรงหน้า รัสตินแถมถลาไขว่คว้าเอาไว้แต่จำต้องยั้งมือ จ้องมองผู้มาเยือนราวกับต้องการล้วงความลับ
“หมายความว่ายังไง!”
“ผมได้ยินว่าท่านต้องการ ถึงกับว่าจ้างคนในตลาดมืดเพื่อขโมย แต่ไม่มีใครกล้าผมเลยทำหน้าที่นี่แทน แลกกับการได้อยู่ในตระกูลมัสสิโม่เพื่อคอยรับใช้ท่าน” ฟาวิโอ่เริ่มแผนการ
รัสตินแทบหัวเราะออกมาเมื่อได้ยิน จะมีใครหน้าไหนกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าเขา
“พวกแกคงกำลังวางแผนจะเข้ามาล้วงความลับมัสสิโม่ใช่ไหม”
“เข้าใจผิดแล้วครับท่านรัสติน ผมไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอก มันคงเสี่ยงเกินไป”
“แล้วการที่แกอยากทำงานกับฉันมันหมายความว่ายังไง ทั้งๆ ที่แกก็อยู่อัลเล็นโซ่มานาน”
แสร้งตีสีหน้าเครียดหนัก พลางถอนใจออกมา
“ผมกับคุณชายเซ็ทขัดแย้งกัน!” แสร้งสารภาพออกมา
เอนกายพิงพนักโซฟา กอดอกเพื่อตั้งใจฟัง “เรื่องอะไรล่ะ”
“เรื่อง... เงินครับ”





