รอยแผลพิศวาส

“เอ็งเป็นยังไงบ้างวะนังจำปา…”

ป้าช้อย เพื่อนบ้านซึ่งรู้จักมักคุ้นกันดีเพราะว่าเช่าบ้านอยู่ติดกัน แกตะโกนถามเสียงดังลั่นมาจากอีกฟากรั้วเตี้ยๆ

“พอทำใจได้บ้างแล้วละป้า…”

คนถูกถามตะโกนตอบเสียงเศร้า

“คนมันก็ตายไปแล้ว ไอ้เชิดมันหมดกรรมไปแล้ว เหลือก็แต่เอ็งกับลูก คิดมากไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วก็ไอ้หนังสือพิมพ์เล่มนั้นน่ะเอ็งจะเก็บเอาไว้หาสากกระเบืออะไรวะ บอกตรงๆ ว่าพอได้เห็นเข้าทีไร ข้าก็พลอยเศร้าไปกับเอ็งด้วย”

พูดจบแล้วแกก็เดินเข้ามาในบ้านของจำปา หย่อนสะโพกลงนั่งข้างๆ หล่อน พร้อมกับคว้าเอาหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งว่า ‘แท็กซี่โชคร้ายโดนฆ่าชิงทรัพย์… โจรใจร้ายเอาหินกระหน่ำทุบหัวเละ’

แกขยำหนังสือพิมพ์ทิ้งลงในขยะ ครั้นแล้วก็หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ

“จำปา… ฟังข้านะ เอ็งเศร้าโศกเสียใจได้ข้าไม่ว่า แต่อย่าให้เวลากับการเศร้าโศกเสียใจนานจนเกินไป คนตายมันไม่รับไม่รู้อะไรแล้ว แต่คนที่ยังมีลมหายใจอย่างเอ็งก็ต้องสู้ ต้องดิ้นรนต่อไป… นี่อีกไม่กี่วันก็สิ้นเดือนแล้วโว้ย เอ็งคิดบ้างหรือเปล่าว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ หนี้รายวันของไอ้บัง แล้วไหนยังจะหนี้สินเก่าๆ ที่ผัวเอ็งก่อเอาไว้บานเบอะ”

แกสาธยายออกมาอย่างคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี

คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวหันมาส่ายหน้า… น้ำตาจะไหลออกมาเสียให้ได้ มองป้าช้อยด้วยแววตากลัดกลุ้มรันทดหนักเข้าไปอีก

“เวรละอีห่า… ไม่พ้นกูอีก”

ป้าช้อยอุทานอย่างคนปากหนัก

ผู้คนในซอยต่างก็รู้กันดีว่าแกปากร้าย เป็นคนพูดตรงไม่อ้อมค้อม แต่ก็ไม่เคยใจไม้ไส้ระกำกับจำปาเวลาหล่อนเดือดร้อน

ที่ผ่านๆ มาแกเคยช่วยเหลือมาแล้วหลายครั้ง แม้แต่ตอนที่สามีของจำปายังมีชีวิตอยู่ก็เถอะ เดือนไหนที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ขับแท็กซี่ได้เงินมาไม่พอจ่ายค่าเช่าบ้านเพราะบางวันก็เผลอแวะเข้าวงเหล้าเสียก่อน ก็ได้แกนี่แหละที่คอยให้หยิบยืมแก้ขัดเรื่อยมา

“ไม่ต้องกลุ้ม เอางี้… สิ้นเดือนนี้ข้าจะช่วยไปก่อน… แล้วเงินหมื่นกว่าๆ ที่ไอ้เชิดผัวเองเคยติดหนี้ตาเข้มผัวข้าเอาไว้ เดี๋ยวข้าจะไปขอให้ยกให้ บอกตรงๆ ว่าเห็นแล้วเวทนาเองว่ะ”

จำปายกมือไหว้ประหลกๆ ซึ้งในน้ำใจของป้าช้อย

“ไม่ต้องไหว้ข้า เพราะยังไงข้าก็คงช่วยเหลือเอ็งไม่ได้ตลอด ต่อจากนี้ไปเอ็งจะต้องลุกขึ้นมาสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง”

บอกแล้วป้าช้อยก็ถอนใจแรง

“แต่ป้าก็เห็นอยู่ว่าฉันก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง”

หล่อนตอบออกมาซื่อๆ

เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมา สามีของหล่อนเป็นคนคอยหาเลี้ยงมาโดยตลอด จำปาไม่เคยทำงานหนัก อย่างมากก็แตะงานบ้านเบาๆ เพราะว่าตอนมีชีวิตอยู่ สามีของหล่อนก็ตามอกตามใจจนเสียนิสัย ทุกวันนี้จำปาก็ยังซื้อกับข้าวถุง ไม่เคยหุงหาด้วยตัวเอง เสื้อผ้าก็ส่งซักเป็นรายเดือนทั้งที่ควรจะทำเอง จนทุกวันนี้มือไม้ของหล่อนดูอ้อนแอ้นจนแตะงานหนักไม่ได้แล้ว

“เอ็งน่าจะลองไปหางานทำ”

ป้าช้อยแนะนำด้วยความหวังดี

“แต่ฉันไม่มีวิชาความรู้อะไรเลยนะป้า… และฉันก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง” จำปาพูดแล้วก็ถอนใจแรง

ใบหน้าสะสวยของหล่อนแลดูกลัดกลุ้มลงไปอีก เพราะตระหนักดีว่าคนที่เรียนจบแค่ชั้นประถม แถมยังทำงานอะไรไม่เป็นสักอย่าง นายจ้างที่ไหนจะรับเข้าทำงาน

“จริงของเอ็ง…”

ป้าช้อยครุ่นคิด นึกตำหนิสามีที่ตายไปแล้วของจำปา ที่ปล่อยให้หล่อนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำการทำงานอะไรเลย ทั้งที่ก็ไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขา

ป้าช้อยนิ่งอยู่ในอาการครุ่นคิด ครั้นแล้วก็รำพึงออกมาเบาๆ ว่า

“ผู้หญิงลักษณะอย่างเอ็งเนี่ยนะ…ถ้าจะทำงานมันคงไม่ยาก”

“ทำไมหรือป้า…”

หัวคิ้วของจำปาชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย

ป้าช้อยยังไม่ตอบในทันทีทันใด แต่แกขยับออกมายืนมองหล่อน สายตาเพ่งพิศพิจารณาเรือนร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ตรงหน้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง

“ทำไมมองฉันอย่างนั้นล่ะป้า…”

สายตาของป้าช้อยทำให้จำปารู้สึกประหลาดใจ

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าเอ็งเป็นผู้หญิงที่สวยมาก… เอ็งคงไม่รู้สินะว่าผู้ชายในย่านนี้มันอยากจะล่อเอ็งทั้งนั้น”

“ว้าย! บ้าน่ะ… พูดอะไรน่าเกลียด แล้วป้าไปรู้มาได้ยังไงล่ะว่าไอ้ผู้ชายคนไหนมันอยากจะล่อฉันบ้าง”

จำปานึกสงสัย หล่อนไม่ได้ถือสาในความเป็นคนพูดจาตรงๆ ของป้าช้อย

“แหม… เอ็งลืมไปหรือเปล่าว่าบ้านเช่าหลังเล็กๆ สิบกว่าหลังที่ปลูกรวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน รั้วเดียวกัน ห่างแค่

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
Chapters
Customize

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ