เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

ผมยืนมองร่างใหม่ของตัวเองในกระจก รู้สึกไม่คุ้นตากับชุดเสื้อยืดสีสด กางเกงยีนส์ที่เหมือนจะไม่เข้ากับผิวเข้มๆ สักเท่าไหร่ หมายรวมถึงใบหน้ารูปสามเหลี่ยม คิ้วเข้มโก่งเหมือนคันธนู สันจมูกโด่ง กับริมฝีปากรูปกระจับนี่ด้วย

...หรือที่ผ่านมาผมอาจจะแค่คุ้นชินกับการแต่งตัวเลียนแบบราชาเพลงป๊อปคนนั้นก็ได้

"เฮ้ย! ไอ้ตองเก้า ตกส้วมหรือไงวะ เข้าไปนานขนาดนี้ หรือแกอยากเก็บความทรงจำเรื่องส้วมดีๆ ไว้เป็นที่ระทึก ที่บ้านไม่มีใช้อะดิ" เสียงของคนที่ตาแก่ซินแสส่งมารับตัวผม ดังลอดเข้ามาในห้องน้ำ และเป็นเสมือนสัญญาณให้ผมต้องเปิดประตูออกไปเสียที

"เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่าไหม" ผมตอบคำบูลลี่ของมันด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาคนฟังเลือดสูบฉีดขึ้นมาที่หน้าทันที

"ที่พูดเมื่อกี๊ บอกตัวเองงั้นสินะ... ไอ้... ตองเก้า" มันถลึงตา มือเงื้อหมัดตั้งท่าจะตะบันหน้าไอ้ตองเก้าของมันให้ฟันร่วง

...แต่บังเอิญผมไม่ใช่ตองเก้าคนนั้น

พลั่กกกก!!

ผมตะบันหน้ามันเต็มแรง ตั้งใจจะให้มันนอนโรงพยาบาลต่อจากผม แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ให้มันรับรู้ว่า ผม... ไม่ใช่เพื่อนเล่น

"เฮ้ย! พอๆ จบ แยก กลับบริษัทได้แล้ว" ใครอีกคนเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามา ตอนที่คนในห้องซึ่งไม่ใช่ผมกำลังนอนกุมเบ้าหน้า

"กลับบ้าอะไร ดั้งกับฟันกูหักหมดแล้ว!" มันบ่นอู้อี้ และยังไม่เลิกนอนกุมจมูก ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรแตกหัก

"เออ! ถ้าชักช้า เงินเดือนก็จะโดนหักด้วย" สิ้นเสียงพูดนั้น ร่างหนาตันที่นอนอยู่บนพื้นก็ทะลึ่งพรวดขึ้นทันที เหมือนดั้งกับฟันที่อ้างว่าหักป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี ประกอบร่างรวมตัวกันใหม่เรียบร้อยแล้ว

"อย่าพึ่งได้ใจ กลับไปเดี๋ยวรู้" มันยื่นหน้าเข้ามาทำท่าเชือดคอขู่ผม แล้วเดินออกไปจากห้อง ซ้ำยังทำท่าฮึดฮัดฟึดฟัดไปตลอดทาง คล้ายสติเหลือไม่เต็มร้อย

"เดี๋ยวแกนั่นแหละที่จะได้รู้" ผมพึมพำระหว่างที่เดินตามหลังมันไปห่างๆ จนมาถึงรถยนต์สีดำป้ายแดงที่จอดอยู่ภายในลานจอดรถของโรงพยาบาล

"นายให้เอารถใหม่มารับแกเชียวนะไอ้ตองเก้า จำความเป็นบุญตูดครั้งนี้ใส่สมองกลวงๆ ไว้ด้วยนะโว้ย" คนข้างหน้าผมมิวายแกว่งปากหาเท้าอีก

โครมมมม!!

ผมยกเท้าถีบก้นมันเต็มแรง จนมันถลาไปกระแทกรถใหม่ป้ายแดงคันนั้น ก่อนจะทรุดลงกุมเป้า

"แก... อะ... อะ... ไอ้ตองเก้า!!" มันละล่ำละลักชื่อเจ้าของร่างนี้ น้ำเสียงบอกความอาฆาต

"เป็นบุญน้องชายไหมล่ะ?" ผมถามมัน

"พูดแบบนี้ กลับเข้าไปนอนโรงบาลดีกว่ามั้ง!" มันตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่ผม ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังกุมเป้ากางเกง

"เฮ้ย! พอได้แล้ว" คนขับรถของตาแก่ซินแสพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อไอ้ตัวหนา แล้วเปิดประตูรถพร้อมกับผลักมันเข้าไปนั่งตรงเบาะหลัง

"นายมานั่งหน้า" คนคนนั้นเปิดประตูรถด้านข้างคนขับ และพยักพเยิดหน้าเป็นสัญญาณให้ผมเข้าไปนั่ง เหมือนเป็นการตัดปัญหาไม่ให้ผมกับหมอนั่นทะเลาะกันได้อีก

...แต่มันจะเป็นอย่างนั้นแน่รึเปล่า

"ไอ้ตองเก้า เดี๋ยวนี้กล้าหือกับกูเหรอ วอนตายใช่ไหม มึงได้ไปเกิดใหม่แน่!"

เสียงข่มขู่ดังขึ้นตั้งแต่รถยังไม่ทันเลี้ยวออกจากโรงพยาบาล แต่ไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากตอบโต้อะไร

"ไอ้บูรณ์ ถ้าไม่เงียบ ได้เดินกลับแน่ เสียสมาธิเว้ย!" เสียงฉุนๆ ที่ดังสวนขึ้นทำเอาคนร่างหนาที่ชื่อไอ้บูรณ์สงบปากสงบคำได้ในเสี้ยววินาที

...เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจดี บางทีผมอาจจะเลือกหมอนี่เป็นมือขวาก็ได้ แต่ก็แค่อาจจะ...

"ไปถึงแล้วให้รีบขึ้นไปหานายใหญ่ที่ห้อง นายใหญ่อยากพบนายด่วน" คนข้างๆ หันมาบอกผม เสียงเรียบพอๆ กับใบหน้าที่ผมพึ่งสังเกตได้ชัด

...โครงหน้ารูปหัวใจ ดวงตากลมโต จมูกโด่ง กับริมฝีปากบาง และผิวขาวซีดอย่างคนเชื้อสายจีน หรือไม่ก็... ป่วยโรคเลือด ดูตัดกับเสื้อยืดดำ กางเกงยีนส์สีกรมท่าที่หมอนี่ใส่

"ได้ยินรึเปล่า?" เสียงตั้งคำถามดังขึ้น เมื่อผมเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ตอบอะไร

"ได้ยิน" ผมตอบรับสั้นๆ ซึ่งคงจะผิดวิสัยของผู้ชายที่ชื่อตองเก้า

"หมอเค้าตรวจนายดีแล้วใช่ไหม?" เสียงตั้งคำถามของคนคนเดิมดังขึ้นอีก

"ตรวจดีแล้ว" คำตอบของผมทำเอาอีกฝ่ายถึงกับนิ่วหน้าชำเลืองมองจับผิด แม้จะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ผมก็รู้ว่าหมอนี่กำลังคิดอะไร

"ไอ้ตองเก้าคนเดิมมันไม่กล้าหือกับกูหรอก แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็รู้ว่าจะต้องเจออะไร!"

เสียงจากเบาะหลังดังขึ้นมาอีกรอบ และเช่นเคยที่ผมยังไม่ทันได้เผยอปาก

"ถ้าแกพูดอีกประโยคนึง ฉันจะจอดรถให้แกเดินกลับ" คำพูดนั้นทำเอาไอ้บูรณ์ปิดปากเงียบสนิทตลอดทาง

1 ชั่วโมงถัดมา รถยนต์ป้ายแดงจากน้ำพักน้ำแรงคนอื่นก็เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าตึกแถวแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง ผมรู้แค่ว่าที่นี่คือกัมพูชา จากด่านพรมแดนที่เราผ่านเข้ามา รวมไปถึงป้ายบอกพิกัดภาษากัมพูชาที่ไม่รู้เหมือนกันว่าอ่านว่าอะไร

"เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนไอ้ตองเก้า"

เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้นทันทีที่ผมเปิดประตูลงจากรถ แต่แล้ว...

โป๊ก!

กำปั้นหนักๆ กระแทกลงกลางหัวไอ้บูรณ์ ทำเอาผมอดยิ้มมุมปากไม่ได้

"กูอุตส่าห์เงียบมาตลอดทางแล้วนะเว้ยไอ้ปันผล มึงยังจะเอายังไงกับกูอีกวะ!" เจ้าของร่างหนาตันโวยลั่นอย่างคนใกล้บ้า ทำให้ผมได้รู้ว่าคนคนนั้นชื่ออะไร

"มึงอยากโดนนายใหญ่หมายหัวก็เอาเลย กูไม่ได้ห้าม อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่ามาทำให้กูเดือดร้อน ถ้าอยากมีเรื่อง ก็ขึ้นไปต่อยกับมันหน้าห้องนายใหญ่โน่น!"

ท่าทางหัวเสียของคนขับรถ ทำให้อีกฝ่ายเหลือแค่อาการฮึดฮัดฟึดฟัดอย่างคนถูกขัดใจ และยอมปล่อยให้ผมเดินไปที่ประตูม้วนแบบเลื่อนขึ้นลงของตึกแถว ซึ่งยังคงปิดสนิท

ครืนนนนน...

เสียงเลื่อนขึ้นของบานประตูจากการกดรีโมทของนายปันผล ดังต่อเนื่องอยู่ 4-5 วินาที และเปิดค้างอยู่ที่เศษหนึ่งส่วนสองของประตูบานนั้น

"ลอดเข้าไป" เขาร้องบอก เมื่อเห็นผมยืนนิ่งมองความว่างเปล่าภายในตึก ที่ไม่ต่างอะไรจากสถานที่รกร้าง มีเพียงรอยร้าวกับหยากไย่ระโยงระยาง และปราศจากเฟอร์นิเจอร์ใดๆ

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าของผมดังก้อง ตลอดเวลาที่ก้าวเท้าเข้าไปในตึกที่รอบด้านเป็นผนังปูนเปลือยเปล่า ลึกเข้าไปด้านในมีปูนก่อเป็นขั้น สำหรับใช้แทนบันไดทางขึ้นลงตึก โดยไม่มีราวบันได

"เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนสุด" คนคนนั้นเดินตามเข้ามา และร้องบอกบางสิ่งที่ผมควรทำ

"หัวกระแทกแค่นี้ สมองเสื่อมเลยเหรอวะ!" ร่างตันส่งเสียงขึ้นมาอีก ทำเอาผมเริ่มรู้สึกอยากยันใครสักคนลงบันได ไว้เขียนหนังสือ How to กระแทกหัวยังไงให้ความจำเสื่อม

"ฉันไม่ไปส่งนะ คุยเสร็จก็ลงมาชั้นสามแล้วกัน"

เสียงบอกกล่าวนั้นหายลับไปกับประตูห้องบนชั้นสามที่เปิดและปิดลง เวลานี้เหลือเพียงผมกับขั้นบันไดว่างเปล่าที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

ตึก... ตึก... ตึก...

ผมเดินขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ จนพบว่าข้างหน้าคือประตูไม้สีดำสนิท ตัดกับลูกบิดสีทองแบบก้านโยก และสัญลักษณ์รูปกิเลนที่ประดับอยู่ ซึ่งถ้าเทียบกับสภาพบันไดไร้ราวจับที่พาผมขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็คงบอกได้แค่ว่าต่างกันได้อย่างน่าเกลียดสุดๆ

"เปิดประตูเข้ามาได้เลย"

เสียงแหบแห้งดังขึ้นทันทีที่ผมยกมือตั้งท่าจะเคาะประตู มันดังมาจากบนเพดาน และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปทางต้นเสียง ก็เจอทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งลำโพงอินเตอร์โฟน

แอ๊ดดดด...

ไม่น่าเชื่อว่าประตูบานหรูที่สุดในตึกนี้ จะส่งเสียงไม่ต่างจากประตูเก่าแก่ในบ้านร้าง บางทีตาแก่นั่นคงหูตึง จนต้องใช้เสียงสนิมบนบานพับคอยแจ้งเตือนการบุกรุกด่านสุดท้าย

"ลงบันไดมานี่สิ"

คำสั่งถัดไปดังมาจากลำโพงอินเตอร์โฟนด้านหลังบานประตู ระหว่างที่ลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับตัวผม ตรงหน้ามีบันไดที่ว่าทอดยาวลงไปยังความมืดด้านล่าง โดยมีแค่ไฟทางเดินสีส้มสลัวๆ ติดอยู่บนผนังเป็นระยะๆ เหมือนพวกปราสาทเก่าในหนังยุโรปย้อนยุค

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าของผมดังสะท้อนกับผนังทางเดินแคบๆ ตลอดทางลงบันไดอิฐแดงที่น่าจะพาผมไปยังห้องใต้ดิน สถานที่จำศีลของตาแก่ที่ยมทูตรุ่นน้องของผมเคยพบกับมันมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้

...และทันทีที่เท้าสองข้างของผมสัมผัสพื้นพรมสีแดงดำตรงชั้นล่างสุด

"เปิดประตูเข้ามา"

น้ำเสียงแหบแห้งบอกความกระตือรือร้นที่มากขึ้นกว่าเดิม และบอกให้ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การเรียกตัวเหยื่อมาพบก่อนพิธีกรรมอุบาทว์ในคืนวันพรุ่งนี้จะเริ่มขึ้น

ตึก... ตึก... ตึก...

นั่นไม่ใช่เสียงฝีเท้า แต่เป็นเสียงหัวใจของร่างร่างนี้ คงพูดได้ไม่เต็มปากนักว่าผมไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะอย่างน้อยเลือดในตัวผมเวลานี้คงสูบฉีดแรงไม่ต่างจากตาแก่ตรงหน้า

"นั่งก่อนสิ... ตองเก้า หายดีแล้วใช่ไหม?"

สิ่งที่เห็นทำเอาผมชะงักไปนิดหน่อย ตาแก่ในชุดซินแสสีขาวขลิบทอง กำลังนั่งยิ้มอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีน้ำตาล รอยยิ้มนั้นดูน่าขนลุก แต่ที่ชวนให้ขนลุกกว่า คือร่างผอมแห้งเหมือนโครงกระดูกหุ้มหนัง ผิวซีดๆ เหี่ยวๆ เหมือนถูกสูบเลือดออก กับดวงตาลึกกลวงเหมือนศพเดินได้

"ครับ" ผมตอบสั้นๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร

"รู้รึเปล่าว่าที่ฉันเรียกเธอมา... เพราะอะไร?"

คำถามใหม่ถูกตั้งขึ้นอีก เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าผมไม่กระตือรือร้นที่จะพูดคุย

"ไม่ทราบครับ" ผมยังคงตอบสั้นๆ เหมือนเดิม เพราะไม่มีอะไรจะพูด

"เดี๋ยวนี้พูดไทยชัดดีนะ" ตาแก่สรรหาเรื่องที่จะทำให้ผมพูดมากกว่าเดิมมาจนได้

"ครับ" ผมมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามให้ยาวกว่าที่กำลังตอบ

"เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เรื่องที่ฉันให้คนตามเธอมาวันนี้" ตาแก่หยุดพูดนิดหนึ่งระหว่างที่ลุกเดินกระย่องกระแย่งมาหาผม โดยมีตัวช่วยเป็นไม้เท้าโลหะสีเงินฝังเพชรตรงด้ามจับ

"ฉันจะวางมือ และเพื่อเป็นการไถ่โทษที่เธอถูกรถชนเพราะรถของฉันเบรคแตก ฉันจะแต่งตั้งเธอมาทำหน้าที่แทนฉัน" ค่าชดเชยของตาแก่ซินแสฟังดูยิ่งใหญ่เกินตัวคนรับ แต่ไม่เป็นไร นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการอยู่แล้ว

"ครับ" ผมตอบรับสั้นๆ เหมือนเดิม ทำเอาคนที่กำลังรอฟังคำตอบ เผลอแสดงความผิดหวังออกมาทางสีหน้าและดวงตา ที่ไม่ได้เห็นผมถ่อมตัวปฏิเสธว่าตัวเองไร้ความสามารถและไม่คู่ควร

"ถ้าเธอตกลง ก็มาเซ็นชื่อตรงนี้สิ"

มือเหี่ยวๆ ที่มีแค่หนังหุ้มกระดูกเอื้อมมาฉุดข้อมือขวาของร่างที่ผมใช้ และพยายามลากผมไปยังโต๊ะกระจกด้านหน้าโซฟา ซึ่งมีเอกสารหลายแผ่นวางอยู่

"ฉันกลัวว่าเธอจะหลงลืมลายเซ็นของตัวเองเพราะอุบัติเหตุ เลยไปค้นมาเป็นตัวอย่างให้ อย่าว่ากันเลยนะ ที่ทำทั้งหมด ก็เพื่อผลประโยชน์ของเธอทั้งนั้น"

ข้ออ้างของตาแก่ซินแสดูจะเป็นประโยชน์กับผมจริงๆ โชคดีที่ลายเซ็นนั่นไม่ได้ซับซ้อนอะไร ผมจึงปลอมแปลงได้ไม่ยาก เวลานี้ตาแก่กำลังแสยะยิ้มที่ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของตัวเองในร่างใหม่หลังทำพิธี โดยไม่รู้ว่าผมจะไม่มีวันปล่อยให้มันสำเร็จ

"ขอบใจมาก ฉันเตรียมห้องไว้ให้ผู้บริหารใหม่ด้วย ต่อไปห้องพักนี้จะเป็นของเธอถาวร" ตาแก่ยกมือสั่นๆ ชี้ไปที่ประตูห้องทางซ้าย ห่างออกไปสามสี่ก้าว

"ขอบคุณ" ผมตอบในสิ่งที่คิดว่าควรพูด อย่างน้อยนี่ก็คือการปูทางให้ผมไปสู่อำนาจที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งได้

"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ หลับให้สบายนะ" ตาแก่พูดพร้อมกับค่อยๆ นั่งลงบนโซฟา มีเสียงข้อต่อตามแขนขาดังกรอบแกรบปิดท้าย บอกให้รู้ว่าพวกมันคงอยากปลดระวางจากการใช้งานเต็มทน

"แค่สแกนนิ้วครั้งเดียว ระบบก็จะจดจำรอยนิ้วมือของเธอ ฉันสั่งทำมาเพื่อเธอเลยนะ"

เสียงแหบแห้งดังขึ้น ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นผมยืนงงกับประตูที่ปราศจากรูกุญแจและเครื่องอ่านคีย์การ์ด น่าชื่นชมตาแก่ที่แม้จะอยู่มานานหลายร้อยปี แต่ก็พยายามอัปเกรดตัวเองไม่ให้ดักดานกับอะไรที่มันล้าหลังไม่พัฒนา

"ขอบคุณครับ" ผมเติมคำลงท้ายหลังประโยค และยิ้มมุมปากให้ซินแสชรา ข้างในดวงตาลึกกลวงคู่นั้นที่กำลังจ้องมองมา บ่งบอกแววจับพิรุธที่ทำให้ผมมั่นใจว่าตาแก่นั่นรู้เรื่องที่ผมไม่ใช่ตองเก้าคนเดิม

แล้วยังไงล่ะ... ในเมื่อนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ!

"หึ... ห้องนอนผู้บริหารหรือโรงแรม 6 ดาว"

ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้าหน้าผม พร้อมๆ กับที่โคมไฟ LED ภายในห้องสว่างขึ้น เผยให้เห็นภาพความหรูหราโอ่อ่าที่มากเกินกว่าจะบอกว่าจัดไว้ให้ผู้บริหารใหม่ ทั้งโซฟากำมะหยี่สีแดงเลือดนก ด้านหน้าโทรทัศน์จอยักษ์ติดผนังพร้อมโฮมเธียเตอร์ เตียงนอน 6 ฟุต เครื่องเสียงและชุดคาราโอเกะ ตู้เสื้อผ้าบิลด์อินขนาด 6 ประตู ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างใน และห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำทองคำตั้งรอให้ใช้งาน

...แค่จัดไว้รอร่างใหม่ของตัวเอง แต่พูดความเท็จให้มันฟังดูดีก็เท่านั้น

"ก็ดี!" ผมเลือกที่จะทิ้งตัวลงบนเตียง โดยไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า และผมยังคงนอนหนุนแขนลืมตามองเพดาน อาจเป็นเพราะชีวิตยมทูตที่ไม่เคยต้องการการนอนหลับพักผ่อน ทำให้ผมไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ หรือไม่ก็เพราะภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ทำให้ผมอยากปิดฉากตาแก่ข้างนอกนั่นเสียเดี๋ยวนี้ ถึงอย่างนั้น... ผมก็ทำได้แค่คิด

"จน เครียด กินเหล้า จน เครียด เลิกเหล้า ทำงาน ทำงาน ทำงาน เก็บเงิน ทำงาน เก็บเงิน ใช้หนี้ ทำงาน เก็บเงิน ได้เรียน มีกิน ช่วยเหลือ ผ่องใส เมียรัก อบอุ่น ไม่ป่วย รวยปัญญา พัฒนา ฉลาด ชาติเจริญ..."

เสียงพูดของใครบางคนปลุกผมให้ตื่นรับวันใหม่ ผมมองหาต้นเสียงและพบว่ามันคือนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือแบบกดปุ่มในกระเป๋ากางเกง น่าแปลกที่ผมไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน คงเพราะหมอนี่ตั้งเวลาปลุกเอาไว้แค่วันนี้... วันที่ตาแก่ซินแสนัดหมายทำพิธีอุบาทว์นั่น

"จน เครียด กินเหล้า... ตู๊ด!"

ผมปิดเสียงปลุก ระหว่างลุกจากเตียงตรงไปที่ประตูห้อง สแกนนิ้วให้มันเปิดออก ก่อนจะพบว่าตาแก่กำลังนั่งยิ้มรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ไม่ต่างจากบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาที่มีชามข้าวต้มร้อนๆ ตั้งรออยู่สองชาม

"ตื่นแล้วหรือตองเก้า มาสิ มากินข้าวเช้ากัน"

คำชวนที่ได้ยินทำเอาผมอยากถอยหลังกลับเข้าไปในห้อง หรือไม่ก็... ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีสายตาของตาแก่คอยมองตามจับผิด

"ผมไม่กินข้าวเช้า" ผมตอบเป็นภาษาไทยเต็มประโยค ชัดเจน ให้สมกับที่กำลังถูกจับพิรุธ

"ถ้าอย่างนั้นมื้อกลางวันกับมื้อเย็นอยากกินอะไรล่ะ ฉันจะให้คนเตรียมไว้ให้ ไม่ต้องเกรงใจ" ชายชราพยายามปั้นยิ้มอ่อนโยน ใจดี ทั้งที่ดูไม่เข้ากับสายตาที่จ้องมองมาสักนิด

"ผมขอแค่มือถือเครื่องเดียวไว้สั่งเดลิเวอรี่"

คำตอบของผมทำเอารอยยิ้มของตาแก่จางหายไปในทันที

"อ่อ... เธอคงลืมสินะ ว่าที่นี่อยู่นอกเขต ความจำของเธอคงจะมีปัญหาจริงๆ อยากไปโรงพยาบาลไหม?" ตาแก่ซินแสถามผมเสียงเย็น

"จบงานของคุณคืนนี้ แล้วผมจะไปเอง"

คำตอบของผมเรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กลับคืนมาบนใบหน้าเหี่ยวย่นหุ้มกระดูกอีกครั้ง

"ฉันดีใจที่เธอจำได้ อยากไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ไหมล่ะ เผื่อว่าเธอจะได้รำลึกความทรงจำ" ตาแก่เปลี่ยนกลับมาสวมบทชายชราใจดีอีกครั้ง

"ครับ" คำตอบรับทำให้ผมได้รับอนุญาตให้กลับขึ้นมาบนตึก แต่คิดเหรอว่าผมมาที่นี่เพื่อรำลึกความทรงจำ

"เฮ้ย! ไอ้ตองเก้า เดี๋ยวนี้อู้งานเหรอวะ หรือคิดว่าเป็นคนโปรดนายแล้วจะทำอะไรก็ได้" เสียงคุ้นหูดังขึ้นทันทีที่ผมเปิดประตู และก้าวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์กับสมาร์ทโฟนรวมกันนับร้อยเครื่อง

"พูดด้วยแล้วทำเมินนี่ อยากมีเรื่องสินะ... ไอ้ตองเก้า" คนคนนั้นปรี่เข้ามาหาผม มือเงื้อหมัดมาแต่ไกลเหมือนกลัวผมจะได้โอกาสชกก่อนแบบครั้งที่แล้ว

"ใครทำร้ายตองเก้า ฉันจะให้มันเข้าไปในห้องขังลืม!" เสียงประกาศจากลำโพงบนเพดาน บ่งบอกว่าตาแก่นั่นยังคอยจับตามองพฤติกรรมของผมตลอดเวลา และมันก็ทำให้เจ้าของร่างหนาตันที่กำลังปรี่เข้ามาหยุดชะงักราวกับกดปุ่ม

"อะไรวะครับเนี่ย กลายเป็นคนโปรดนายจริงๆ ด้วยเว้ย อยากโดนรถนายชนบ้างจังว่ะ เผื่อจะได้เป็นคางคกขึ้นวอลบ้าง"

เสียงของใครอีกคนดังมาจากหลังห้อง เรียกให้ผมหันไปจดจำใบหน้าของผู้ชายผมยาวที่กำลังชูนิ้วกลางให้ เสียดายที่ผมไม่ได้ถือเคียวยมทูตแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะผมจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในวันพรุ่งนี้

"ตองเก้า! เธอเป็นคนโปรดของนายจริงๆ น่ะเหรอ งั้นฉันขอเป็นคนโปรดของเธอได้ไหม?" ผู้หญิงผมซอยสั้นในชุดเสื้อยืดแขนกุด กางเกงยีนส์ขาสั้นกระโจนข้ามเก้าอี้พลาสติกของตัวเองมายืนจ้องหน้าผมในระยะประชิด

"ผมไม่ชอบผู้หญิง"

คำตอบของผมเรียกเสียงโห่ร้องเป่าปากให้ดังไปทั่วห้อง หากแต่ผู้หญิงตรงหน้าผมก็ยังไม่ละความพยายาม

"อะไรกัน เดือนก่อนเธอยังมาสารภาพรักกับฉันอยู่เลย พอวันนี้มาบอกชอบผู้ชาย ฉันไม่เชื่อหรอก อยากแกล้งหักอกคืนก็บอกมาสิ" จู่ๆ เธอก็สารภาพความผิดออกมาเอง ที่จริง... ผมไม่ได้รังเกียจที่จะร่วมงานกับผู้หญิง แต่กับผู้หญิงอย่างเธอ คงใช้การอะไรไม่ได้

"ถอยไป! หักอกเขาแล้วก็อย่ามาเสนอหน้าสิ ตองเก้าเค้ารู้หรอกว่าใครจะตีซี้เพราะผลประโยชน์ เค้าหมายความว่าถ้าเหลือผู้หญิงอย่างเธอคนเดียวบนโลก เค้าชอบผู้ชายดีกว่า ใช่ไหมตองเก้า?" ผู้หญิงอีกคนในห้องแทรกตัวเบียดคนและโต๊ะเก้าอี้เข้ามาหาผม พร้อมกับเอาคำพูดของผมไปตีความผิดๆ

...น่าเหนื่อยใจ บางทีผมอาจต้องโละทิ้งทั้งแก๊งก็ได้

"ผมไม่ได้พูดแบบนั้น" ผมตอบคำถามเธอสั้นๆ แค่พอให้ได้ใจความสำคัญ

"แล้วนายหมายความว่าอะไร ถ้าไม่ใช่แบบที่ฉันพูด?" แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจ

"หมายความว่าต่อให้ไม่ใช่เค้ก แต่เป็นเธอที่เป็นผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลก หมอนั่นมันก็ชอบผู้ชายไง"

เสียงตอบที่ดังแทรกขึ้นเรียกให้ผมหันไปมองผู้ชายผิวคล้ำ ตัวเล็ก ฟันขาว จมูกรั้น และผมตั้งเหมือนปาดเจลหมดกระปุก ที่กำลังนั่งไขว่ห้างโยกเก้าอี้ยิ้มร่าอยู่หลังห้อง ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมา เก้าอี้ที่หมอนั่นนั่งโยกอยู่จะขาหักสองข้างพร้อมกัน

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
Chapters
Customize

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ