ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

ตอนที่ 3 ป้ารองให้ร้าย (1)

หลินจิงซูอธิบายด้วยท่าทีใจเย็น

“ความจริงหนูก็ควรอยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละค่ะ แต่เพราะแม่ค่อนข้างวิตกกังวลกับเรื่องที่ว่าจะเลือกสร้อยทองแบบไหนให้หลานสาวดี แม่ก็เลยชวนหนูออกมาเลือกซื้อด้วยกัน คงเห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะชอบอะไรเหมือนๆกันก็แค่นั้น”

“แล้วทำไมต้องมาเดินในตรอกเปลี่ยวๆแบบนี้ด้วยล่ะ? แทนที่จะเลือกไปตามเส้นทางปกติ?”

อู๋ซิ่วเหลียนยังคงยืนกรานไม่ยอมแพ้

ขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังจะปริปากอธิบาย จู่ๆหลินจิงซูก็โบกมือห้าม และอาสาเป็นคนตอบเอง

“คนมันจะปล้นต่อให้เดินกลางถนนมันก็ปล้นอยู่ดี ถ้าเลือกได้ หนูกับแม่ก็ไม่อยากเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เงินก็ถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา แล้วแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสร้อยทองให้พี่สาวได้ล่ะ ตอนนี้ควรหาวิธีเอาเงินคืนมาก่อนเถอะ”

หลินจิงซูตระหนักดีว่า หากติงเสวี่ยเหม่ยตอบไปตามตรงเรื่องที่อู๋ซินเหลียนเป็นคนแนะนำให้เธอมาเส้นทางนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะมีช่องทางตอบโต้กลับคืนได้

อู๋เสวี่ยเหม่ยแอบตะลึงงันชั่วขณะ ไม่คิดไม่ฝันว่าหลินจิงซูจะพูดออกมาอย่างนั้น

ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่านังเด็กนี่เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ?

“อู๋ซิ่วเหลียน ช่วยดูสภาพของเสวี่ยเหม่ยกับจิงซูน้อยหน่อยเถอะ เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเลือดขนาดนี้ ทั้งคู่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเพื่อไปซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวเธอนะ ทำไมถึงได้พูดจาเหมือนคนใจจืดใจดำได้ขนาดนี้นะ? ไม่ไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อยรึไง?”

“ดูยังไงเสวี่ยเหม่ยก็เพิ่งถูกโจรปล้นชัดๆ ไม่เห็นจะเหมือนคนลอบมาหาชู้เลยสักนิด”

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เสวี่ยเหม่ยเป็นผู้หญิงใสซื่อจิตใจงามจะตายใครๆก็รู้ อย่างเธอน่ะเหรอจะกล้าคบชู้ได้?”

“เอาล่ะ เดี๋ยวฉันไปแจ้งตำรวจให้เองแล้วกัน”

พริบตาที่ได้ยินว่าใครบางคนกำลังจะไปแจ้งตำรวจ อู๋ซิ่วเหลียนก็รีบร้องตะโกนลั่นด้วยความหงุดหงิดขึ้นว่า “ไม่ต้อง” สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคืองใจ จะไม่ให้เธอรู้สึกโกรธได้ยังไงล่ะ? เธอเพิ่งจะประกาศปาวๆว่าติงเสวี่ยเหม่ยนัดชู้มาพบที่นี่ แต่คนเหล่านี้กลับทำให้เธอต้องหน้าแตกชนิดหมอไม่รับเย็บ!

“ซิ่วเหลียน มีโจรปล้นเงินไปก็ต้องไปแจ้งตำรวจสิ แปลกตรงไหน? ไม่แน่ว่าถ้าตำรวจตามตัวคนร้ายพบได้เร็ว บางทียังอาจมีโอกาสได้เงินคืนบ้าง!”

ป้าผาง เพื่อนข้างบ้านพยายามอธิบาย

อู๋ซิ่วเหลียนมีสีหน้าท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอบโต้กลับไปว่า

“ใครจะไปรู้ล่ะว่า พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยถูกโจรปล้นเงินไปจริงๆรึเปล่า? และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงตำรวจขึ้นมาจริงๆ นี่ไม่เท่ากับทำให้ตระกูลหลินของเราต้องอับอายขายขี้หน้างั้นเหรอ?”

หลินจิงซูแทบอยากจะหัวเราะเยาะกับคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆของอู๋ซิ่วเหลียนซะเหลือกิน เหตุผลที่ทำให้เธอดูร้อนใจมากเมื่อมีคนจะแจ้งตำรวจก็ชัดเจนอยู่แล้ว นั่นเพราะเธอเป็นพวกเดียวกับคนร้ายยังไงล่ะ

หลินจิงซูยิ้มเยาะ แล้วเอ่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ป้ารอง แม่หนูจะโกหกทำไมกัน ในเมื่อเรื่องนี้แม่มีแต่เสียกับเสีย? และเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แม่จะไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ ที่สำคัญ เงินนั่นเป็นของพ่อกับแม่ที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบกันมา ใครจะบ้าจัดฉากขโมยเงินตัวเองได้? บ้ารึเปล่า?”

“ไม่มีใครอยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองหรอก ทั้งหนูทั้งแม่เพิ่งจะเสียเงินที่อุตส่าห์เก็บออมกันมา ทางที่ดีควรแจ้งตำรวจโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าไม่มีเงินก้อนนี้ จะหาเงินที่ไหนไปซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวป้าได้จริงมั้ยคะ?”

ผู้คนรอบข้างต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ถูกต้องแล้ว ที่จิงซูน้อยพูดมาล้วนมีเหตุมีผล”

“เสวี่ยเหม่ยจะขโมยเงินตัวเองไปเพื่ออะไรกัน?”

ป้าผาง เพื่อนบ้านมือวางอันดับหนึ่งในเรื่องการนินทาประจำหมู่บ้าน เธอชักจะรู้สึกคันปากหยุบหยิบจนเกินควบคุมแล้วตอนนี้ ท้ายที่สุด ก็อดพูดจาไร้สาระแสดงความเห็นออกมาไม่ได้

“นี่ นี่ อย่าหาว่าพี่อย่างโน้นอย่างงี้เลยนะ ถ้าจะพูดถึงเรื่องคาวๆแบบนี้ ฉันว่าผู้ชายอย่างคุณหลินเองนั่นแหละที่ดูมีแนวโน้มจะคบชู้มากกว่าอีก ก็ว่าไม่ได้นะ เขาหน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดนั้น แถมคารมในเรื่องผู้หญิงก็ใช่ย่อยซะด้วย ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลยสิ ควรเป็นเสวี่ยเหม่ยมากกว่าที่ต้องกังวล!”

ได้ยินป้าผางนินทาไฟแลบต่อหน้าเช่นนี้ กลับกลายเป็นอู๋ซิ่วเหลียนที่หน้าถอดสีซีดเผือด ริมฝีปากแข็งทื่อหยุดขยับกะทันหัน ยืนนิ่งไม่ไหวติงใดๆอยู่ครู่ใหญ่

หลินจิงซูเป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นปฏิกิริยานี้ของอู๋ซิ่วเหลียน เธอหรี่ตาเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง

เพราะอะไรกันอู๋ซิ่วเหลียนจึงต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้ด้วย จู่ๆเธอก็ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อได้ยินป้าผางพูดถึงเรื่องหลินชิงอี้พ่อของเธอ?

หรือเป็นไปได้ไหมที่พวกเขาทั้งคู่จะ…

เรื่องนี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้สักทีเดียว!

นึกถึงเรื่องพ่อ ในชีวิตก่อนหน้าของหลินจิงซู เขามักจะถูกอู๋ซิ่วเหลียนเป่าหูและชอบทำตัวสองมาตรฐาน ปฏิบัติต่อหลานสาวดีกว่าลูกแท้ๆของตัวเองเสียอีก! ถ้านำความเป็นไปได้ข้อนี้เข้ามาประกอบรวมกัน ก็ดูจะยิ่งชัดเจน

เพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของคนทั้งสองเกินกว่าใครจะจินตนาการหยั่งถึงได้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะใจดีกับพี่สะใภ้และหลานสาวมากเสียยิ่งกว่าภรรยาและลูกของตัวเองอีก!

ในชาติที่แล้ว หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด หลินจิงซูต้องไปทำงานอยู่ในโรงงานผลิตอาหารแมวกระป๋อง ต่อมา ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน ขาของเธอเข้าไปติดในเครื่องจักรจึงส่งผลให้เธอพิการ

หลินจิงซูต้องใช้ชีวิตที่เหลือซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่ารูหนู ฝ่ายคนเป็นพ่อน่ะเหรอ ไม่เคยมาหาหรือมาเยี่ยมเยียนเธอเลยสักครั้ง จนเธอแทบจะลืมหน้าพ่อตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการดูแลประคบประหงมหลานสาวคนนั้นยังไงล่ะ

หลินจิงซูเข้าใจมาโดยตลอดว่า เหตุผลส่วนใหญ่ที่พ่อเธอชอบมีอคติต่อเธอและแม่ ล้วนมาจากคำยุยงเป่าหูของอู๋ซิ่วเหลียนและลูกสาวของเธอ

ซึ่งเธอเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่า ผู้ชายคนนั้นจะถึงกับเชื่อใจและรักใคร่คนนอกทั้งสองนั้นมากกว่าภรรยาและลูกสาวแท้ๆของตัวเอง!

เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่แม่ของเธอถูกใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับชายอื่น ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่พ่อเธอจะคิดออกหน้ามาปกป้องใดๆ

และเมื่อครั้งที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องรูหนูอันโสมม ในที่สุดหลินจิงซูก็เริ่มคิดได้ ‘ท่ามกลางความสิ้นหวัง คงมีแต่ความตายคือทางออก’ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต เธอก็ไม่สามารถยกโทษให้พ่อสารเลวคนนี้ได้ ไม่แม้แต่จะอโหสิกรรม…

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “251KUB” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
251KUB
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ