ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

รูม่านตาของโจรหดตัวลงอย่างฉับพลัน

ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนองอะไรกลับมา ซูชิงซวู่ก็เริ่มนับขึ้นมาแล้ว “หนึ่ง”

“ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะบอก”

เหงื่อเม็ดใหญ่ขนาดเท่าเมล็ดถั่วไหลลงมาตามแก้มของโจร แต่เขาก็ยังคงมีความหวังอยู่

เขาคิดว่าต่อให้ซูชิงซวู่จะอยากถามให้ได้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่นางก็คงไม่ถึงขั้นที่ฆ่าเขาได้หรอก

เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูชิงซวู่ก็หัวเราะเยาะออกมาและพูดต่อว่า “สอง”

“ฉึบ”

มีดถูกฟันลงมาตามเสียงของนาง

ตัดคอโจรเข้าอย่างจัง

เขาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ปากก็ยังคงพึมพำออกมาว่า “เจ้าบอกว่า...... จะนับถึงสาม.....”

“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอก แล้วเหตุใดข้าถึงต้องเสียเวลาด้วยเล่า?”

นางดึงมีดกลับมา การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วและดูช่ำชองอย่างยิ่ง

เอื้อก

เสียงเสี่ยวอู๋กลืนน้ำลายดังขึ้นมา

“ฆ่าเขาทิ้งเช่นนี้ แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าใครคิดจะปองร้ายเจ้า?”

ทันใดนั้น มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

ซูชิงซวู่หันกลับไปด้วยความระแวดระวัง แล้วนางก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพประทานของใครคนหนึ่ง

บุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาและมีกิริยาท่าทางที่สง่างามอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่ขาทั้งสองข้างของเขาเหมือนจะมีความผิดปกติ เพราะเขานั่งอยู่บนรถเข็น

นางรีบรื้อฟื้นในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทันที จากนั้นไม่นานนางก็เจอข้อมูลที่เกี่ยวกับบุรุษที่อยู่ตรงหน้านาง

เขาคือเผ่ยเสวียนจู ผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ น้องชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สมญานามเดิมที่ได้รับการพระราชทานคือ ‘จิ้น’ ต่อมาเนื่องจากเขามีคุณงามความดีด้านการรบ ฮ่องเต้องค์ก่อนจึงได้แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ เพื่อคอยช่วยเหลือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในสายตาของเหล่าขุนนางและประชาชน เขาก็เป็นคนทรยศที่ควบคุมทั้งราชสำนักและกองทัพอยู่ดี จะบอกว่าชื่อเสียงของเขาเสื่อมเสียไปแล้วก็ว่าได้

หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาดันถูกวางยาพิษที่แปลกประหลาดเข้า ขาทั้งสองข้างของเขาจึงพิการ เพราะเหตุนี้เขาจึงแทบจะไม่เคยให้ความสนใจเรื่องราวของในราชสำนักอีกเลย

ซูชิงซวู่ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เจอกับเขา

โดยปกตินางก็มีความชอบในด้านทหารอยู่แล้ว จากในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางก็รู้ได้ว่าบุรุษผู้นี้คือวีรบุรุษที่ไปอยู่ที่ชายแดนเพื่อปกป้องดินแดนให้กับราชวงศ์ แล้วก็ยังยึดดินแดนที่สูญเสียไปคืนกลับมาได้อีกด้วย ทำให้เขามีคุณงามความดีด้านการรบที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

หลังจากรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาในตอนแรก ไม่นานนางก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง

“คนที่คิดจะปองร้ายข้าก็มิเว้นแต่คนพวกนั้นแหละ ในเมื่อมิรู้ว่าเป็นใคร เช่นนั้นก็ไล่คิดบัญชีไปทีละคนเลยก็สิ้นเรื่อง”

น้ำเสียงของนางฟังดูสบาย ๆ และไม่ได้เก็บซ่อนเจตนาฆ่าเอาไว้แต่อย่างใด

เสี่ยวอู๋ตัวสั่นระริก ไม่สามารถที่จะตัดสินสตรีจากรูปลักษณ์ได้เลยจริง ๆ ใครจะไปคิดเล่าว่าหญิงสาวที่ภายนอกดูบอบบาง ลับหลังจะสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

บังเอิญว่าเวลานี้มีเสียงกีบม้าดังมาจากระยะไกลพอดี

นางจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย คนพวกนี้มาเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่

แต่นางยังไม่ทันได้จัดการกับศพเลย อีกอย่างการกระทำทุกอย่างของนางเมื่อกี้นี้ก็ถูกบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเห็นในทุกรายละเอียดไปแล้วด้วย

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนที่ชีวิตไร้ซึ่งจุดหมายปลายทาง หากอยู่ในเมืองจิง จำเป็นที่จะต้องมีคนมีอำนาจคอยคุ้มกัน....... แล้วหลาย ๆ เรื่องก็จะได้จัดการได้อย่างง่ายดาย

ซูชิงซวู่มีแผนการในใจแล้ว ทันใดนั้นนางก็เงยหน้าไปมองเผ่ยเสวียนจูและพูดว่า “ท่านอ๋องจิ้น สนพระทัยที่จะร่วมมือกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”

เผ่ยเสวียนจูเคาะนิ้วที่เรียวยาวของเขาลงบนรถเข็นเบา ๆ และพูดว่า “เจ้ามีข้อดีอันใดหรือ?”

สายตาของซูชิงซวู่จ้องมองไปที่ขาของเป้ยเสวียนชู่ จากนั้นนางก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “หม่อมฉันสามารถรักษาขาของท่านได้เพคะ”

ทันทีที่นางพูดจบ ใบหน้าของเสี่ยวอู๋ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เปลี่ยนไปทันที

เขามองไปที่ซูชิงซวู่ด้วยความระแวดระวัง แววตาแสดงอาการโกรธออกมาเล็กน้อย

แววตาของเผ่ยเสวียนจูก็มืดมนลงด้วยเช่นกัน เขาสูญเสียความสนใจไปทันที

เดิมทีเขาคิดว่าก็ดูน่าสนใจอยู่หรอก แต่ที่แท้ก็เป็นแค่แผนการที่จงใจให้เกิดขึ้น

ไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของนาง สรุปแล้วคือเสด็จพี่ตัวดีของเขา หรือว่าเป็นหลาน ๆ ตัวดีพวกนั้นกันแน่

ซูชิงซวู่ไม่ได้พูดจาไร้สาระแต่อย่างใด คนนอกต่างก็รู้กันดีว่านางเป็นสายลับระดับแนวหน้าของโลก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าครั้งหนึ่งนางเคยเรียนแพทย์กับหมอผีมาก่อน ตอนที่นางเห็นขาของเผ่ยเสวียนจูในครั้งแรก นางก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ในทันที

เมื่อเห็นว่าเผ่ยเสวียนจูเอาแต่เงียบ

ซูชิงซวู่ก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องไม่ไว้ใจนางเป็นแน่

นางจึงพูดออกไปตรง ๆ เลยว่า “ถ้าหม่อมฉันเดาไม่ผิดล่ะก็ ขาของท่านอ๋องน่าจะเกิดจากพิษเย็นเป็นแน่ ทุกคืนจะมีอาการเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับโดนแมลงนับพันตัวกัดใช่หรือไม่เพคะ?”

“บังอาจ!”

เมื่อเห็นเช่นนี้ เสี่ยวอู๋ก็ต่อว่าขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันทันที

เมื่อเห็นว่าเผ่ยเสวียนจูไม่เชื่อ นางก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็เดินไปข้างหน้า แล้วก็เอามือวางลงบนชีพจรของเผ่ยเสวียนจู

อากาศร้อนถึงเพียงนี้ แต่มือของเผ่ยเสวียนจูกลับเย็นเข้ากระดูกเสียอย่างนั้น

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ