Kissing U : จูบปรารถนา

“ใช่…งานนี้มีแต่ลุย แต่ก่อนจะลุยขอไปออกกำลังกายเผาผลาญไขมันตรงพุงหน่อยได้ไหมอ่ะ แบบว่าช่วงนี้เอาแต่กินๆ นอนๆ พุงชักจะมีห่วง” ขณะพูดนาราชาก็ก้มมองตัวเอง เพราะตอนนี้เธอมีพุงเป็นชั้นๆ ถึงจะมีไม่มากก็เถอะ เพราะขืนไม่เผาผลาญพลังงานส่วนเกินออกไปบ้าง มีหวังได้เป็นแม่หมูกันพอดี

“ไปสิ แพงอยากว่ายน้ำที่สโมสรพอดี ค่ำๆ วันทำงานแบบนี้ลูกบ้านไปใช้บริการน้อย จะได้เป็นส่วนตัวหน่อย”

“ชอบกันจริงว่ายน้ำที่สโมสรเนี่ย สระข้างบ้านก็มีทำไมไม่ว่าย หืม” พระเพื่อนเอ่ยแย้งสองสาว

“หูย…สระในบ้านเราแค่ไม่กี่เมตรเองนะเพื่อน ว่ายยังไม่ทันไรมือก็แตะขอบสระแล้ว ไม่สนุกเลย”พระแพงหันไปบอกเหตุผลกับแฝดผู้พี่

“อยากไปก็ตามใจ แต่เพื่อนไม่ลงสระด้วยนะ ขอเข้าฟิตเนสพอ”ทั้งนาราชาและพระแพงพยักหน้าให้เป็นคำตอบว่าตกลง ก่อนที่ทั้งสามสาวจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตรงไปยังสโมสรของทางหมู่บ้าน ซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีทั้งฟิตเนสแบบครบวงจร ห้องซาวน่าและสระว่ายน้ำแบบน้ำเกลือขนาดมาตรฐาน

เช้าของวันรุ่งขึ้น พรหมลิขิตก็กำหนดให้หัวใจของนาราชาเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อเธอเห็นธามกลับมาที่บ้านตอนเกือบจะสี่โมงเย็น หญิงสาวที่เฝ้ารอเวลานี้มาตลอด ลนลานเตรียมตัวหวังจะรีบเข้าไปหาดวงใจ พร้อมกับจะแนะนำตัวเองว่าเป็นแม่บ้าน แต่กลับถูกสองแฝดดึงตัวไว้เสียก่อนก่อนที่พระเพื่อนจะถามขึ้น

“นั่นแกจะรีบไปไหนจิ้ง”

“บ้านคุณธาม ฉันเห็นเขากลับมาแล้ว” ใบหน้าของนาราชาแฝงไว้ด้วยความดีใจที่ปิดซ่อนยังไงก็ไม่อาจซ่อนไว้ได้

“แต่นี่จะสี่โมงแล้วนะ รอพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปไม่ดีกว่าเหรอ” พระแพงเอ่ยเสริม เพราะเห็นว่าเวลานี้เย็นมากแล้ว

“เข้าไปตอนนี้ วันนี้นี่และ ฉันอยากเจอเขาจะแย่แล้ว”

“อ่ะๆ ไปก็ไป แต่เดี๋ยว…แกจะไปชุดนี้เลยเหรอ”พระเพื่อนถามไปก็คิ้วขมวดเล็กๆ

“อื้อ…ทำไม ชุดนี้มันไม่เหมือนแม่บ้านเหรอ”นาราชาก้มมองตัวเอง ก็วันนี้เธอสวมแค่เสื้อยืดสีน้ำเงินธรรมดาๆ กับกางเกงยีนส์นี่นาผมก็รวบมัดไว้ด้านหลัง ลุคออกจะใช่แม่บ้านดีออก

“เหมือนน่ะเหมือน แต่ฉันว่ามันมีอะไรเกินๆ อยู่นะ” พระเพื่อนไล่สายตามองนาราชาใหม่อีกครั้ง เสื้อผ้าน่ะผ่าน แต่หน้าผมนี่ดูท่าจะไม่ผ่าน

“อะไรที่ว่าเกินๆ บอกมาเร็วๆ สิเพื่อน ฉันอยากไปหาคุณธามจะแย่แล้ว”

“ผมแกนี่แหละ เปรี้ยวเข็ดฟันเกินไปหน่อย ขืนไปแบบนี้คุณธามได้ส่ายหน้าหนีแล้วไล่แกกลับมาแน่”

“ใช่ๆ แพงเห็นด้วยกับเพื่อน”พระแพงพยักหน้าให้ ก่อนที่พระเพื่อนจะจูงแขนนาราชาให้ไปนั่งบนเก้าอี้

“นั่งนี่ก่อน” เมื่อนาราชานั่ง พระเพื่อนก็คว้ากรรไกรมาตัดฉับ หั่นผมครึ่งล่างสีน้ำเงินอมม่วงออกอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ไม่ให้เวลาเจ้าของผมได้เตรียมใจ

“เห้ย! นี่ต้องถึงขนาดตัดผมเลยเหรอเพื่อน” นาราชาอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทรงผมใหม่แบบกะทันหันอย่างนี้

“อืม…นั่งนิ่งๆ เถอะนะ ไม่งั้นผมเบี้ยวนะ คราวนี้ได้ทรงสั้นข้าง ยาวข้าง เอาไหม” ได้ยินแบบนี้ สิ่งเดียวที่นาราชาทำได้คือการนั่งให้นิ่งที่สุด ก่อนจะให้แฮร์สไตล์ลิสออกแบบทรงผมให้ก็ในเมื่อตัดผมเธอไปซะขนาดนี้แล้ว จะไม่ยอมตามใจได้ยังไง

นาราชานั่งมองผมสีน้ำเงินอมม่วงที่ร่วงหล่นกับพื้นด้วยสายตาละห้อย นั่นเพราะปรกติแล้วเธอเป็นคนที่หวงเส้นผมมาก ตั้งแต่จบมัธยมก็ไม่เคยไว้สั้นเลยสักครั้ง แล้วนี่พระเพื่อนหั่นผมเธอออกไปซะเยอะ ทรงใหม่จะออกมาเป็นยังไง ก็ชวนให้ลุ้นตัวโก่ง จนหัวใจจะวาย

“แท่นแท๊น เสร็จแล้ว”

“เป็นไงแพง หน้าฉันเด๋อมากเลยเหรอ แกถึงอึ้งกิมกี่ไปเลยแบบนี้”เพราะเห็นพระแพงเอาแต่จ้อง นาราชาจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น พร้อมกับอาการหวั่นใจกับทรงผมทรงใหม่แบบมัดมือชกนี้เหลือเกิน

“เด๋อที่ไหน น่ารักแถมยังดูหน้าเด็กมากด้วยจิ้ง” พระแพงยิ้มให้ เพราะเธอชอบลุคนี้ของนาราชา ดูใสๆ น่ารักดี

“จริงเหร้อ” นาราชาเอ่ยถามเสียงสูง ก่อนที่แฮร์สไตล์ลิสจะส่งกระจกมาให้ พอเห็นหน้าตัวเอง นาราชาถึงกับอมยิ้ม แต่สำหรับเธอทรงนี้มันก็ยังคงแปลกตาอยู่ดีเพราะจากที่ผมยาวครึ่งค่อนหลัง ตอนนี้เหลือความยาวเพียงแค่ประบ่าเท่านั้นเอง

“แต่แพงว่ามันยังมีอะไรขาดๆ ไปอยู่นะ”พระแพงคิ้วขมวดขณะพยายามคิดว่าอะไรที่ขาดหายไป ได้ฟังแบบนี้แล้ว นาราชาก็ถึงกับคอตก ตัดพ้อออกมา

“อ้าวตะกี้คนพี่บอกเกิน มานี่คนน้องบอกขาด โถ่ชีวิตยัยจิ้ง มีอะไรพอดีกับเขามั่งไหมเนี่ย”

“แว่น…ใช่แล้ว จิ้งต้องมีแว่น แว่นสายตาจิ้งอยู่ไหน เอามาใส่เลย จะได้ดูลุคแบบเฉิ่มๆ บ้านๆ หน่อย”ในที่สุดพระแพงก็คิดออก

“หา…ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้เหรอแพง ให้ใส่แว่น ฉันว่ามันไม่เข้ากับผมทรงนี้เท่าไหร่มั้ง” นาราชาค้านเสียงสูง นั่นเพราะแว่นที่เธอมีคือแว่นสายตาจริงๆ ไม่ใช่แว่นสายตาแบบแฟชั่นแว่นที่มีอยู่รูปแบบมันไม่ได้ล้ำสมัย ใส่ปุ๊บลุคมนุษย์ป้าจะเข้าประทับร่างปั๊บซึ่งเธอจะใส่แว่นเฉพาะเวลาที่อยู่บ้านเท่านั้น ออกนอกบ้านเมื่อไหร่ก็เปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์

“เข้าสิทำไมจะไม่เข้า แว่นสายตาอยู่ไหนจิ้ง บอกมา”พระแพงถามอีกครั้ง

“อยู่นั่น” นาราชาชี้ไปยังจุดที่เธอวางแว่นสายตาไว้ พระแพงรีบเดินเข้าไปหยิบแล้วนำมาให้เพื่อนรักทันที นาราชาจัดการถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนจะรับแว่นมาใส่

“ลุคนี้แหละ ใช่เลย เป๊ะ!” พระเพื่อนและพระแพงหันไปตีมือกันและกัน แล้วหันมามองนาราชาอีกครั้ง

“ลุคมนุษย์ป้าที่ไหนเนี่ย” พอมองเห็นตัวเองแล้ว นาราชาก็ถึงกับยิ้มแห้งๆ ให้ลุคเฉิ่มๆ บ้านๆ ที่ใครเห็นคงมีอันต้องตะโกนถาม ‘น้องมาจากจังหวัดไหนจ๊ะ’หรือไม่ก็ประโยคนี้ ‘น้องไม่ใช่คนกรุงเทพฯ ใช่ไหม’

“มั่นใจในตัวเองไว้จิ้ง พร้อมแล้วก็ลุยเลย”พระแพงสนับสนุนเต็มที่

“ก่อนจะลุย มารวมพลังกันหน่อย” ได้ยินแบบนี้พระแพงก็วางมือทับบนหลังมือพี่สาว ตามด้วยนาราชา ท่านี้คือท่ารวมพลังที่สามสาวนั้นมักจะทำกันอยู่บ่อยๆ เรียกได้ว่าทำกันมาตั้งแต่เด็กยันโต

“ลุย!” ทั้งสามคนประสานเสียงออกมาพร้อมกัน สำหรับนาราชาแม้รู้ว่าหากเดินหน้าต่อ คำตอบคือความเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ขอทำตามหัวใจดูสักตั้ง

เมื่อรวมพลังกันเสร็จ นาราชาก็เดินจ้ำไปยังบ้านของธาม ส่วนพระเพื่อนและพระแพงนั้น ขึ้นไปมองดูชนิดติดขอบเวทีพร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นาราชาอยู่ชั้นบนของบ้าน

“เพื่อนว่างานนี้จิ้งจะรอดไหม”

“ไม่รอดก็ต้องรอด ใจสู้ซะอย่าง”พระเพื่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ

“คิดยังไงของจิ้งนะถึงไปเป็นแม่บ้าน งานบ้านตัวเองก็ใช่ว่าจะทำคล่อง กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้าน่ะพอไหว แต่…”

“แต่ตกม้าตายเรื่องทำกับข้าว”แฝดผู้พี่เอ่ยเสริม นั่นทำให้พระแพงรีบรับ

“ใช่”

“งานนี้คุณธามได้กินเมนูไข่ทุกวันแน่นอน”ขณะพูด สายตาของพระเพื่อนก็จับจ้องอยู่ที่นาราชา

“โชคดีมีชัยนะคะคุณธาม” พระแพงยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนบ้าน แต่ลึกๆ ก็อยากให้นาราชาสมหวังในรักครั้งนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าคำภาวนาของเธอจะเป็นจริงได้ไหม

รายชื่อตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ