หลังจากวางสายผู้เป็นพ่อหญิงสาวก็ไม่ได้หลับดังที่ตั้งใจไว้แพราะเจ้าแมวน้อยกะทิมาวนเวียนเรียกให้ลุกขึ้นสงสัยจะหิว เมียว ๆ เมียว ๆ เมียว ๆ
"นี่ตกลงฉันต้องเป็นทาสแก่ไปตลอดชีวิตใช้ไหมเจ้ากะทิ"
หญิงสาวพูดออกมาก่อนจะบิดไล่ความขี้เกียจออกและลุกขึ้นไปเทอาหารให้เจ้านาย เมียว! เมียว! เมียว! เจ้ากะทิตอบกลับ หญิงสาวเทอาหารให้กะทิเรียบร้อยเธอก็เดินกลับเขามาในห้องเพื่อเปลี่ยนชุดไปออกกำลังกายต่อคอนโดนี้มีห้องนอนสองห้องคือหนึ่งห้องใหญ่และหนึ่งห้องนอนเล็ก หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องฟิตเน็ตและสามห้องน้ำหญิงสาวใช้เวลาออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมงโดยการเวทเทรนนิ่งครึ่งชั่วโมงและคาดิโออีกครึ่งชั่วโมงเธอเลือกกำลังกายอาทิตย์ละสามถึงสี่วันหรือแล้วแต่จะสะดวกเพราะมันทำให้รูปร่างของเธอดูกระฉับกระเฉงมีหน้ากล้ามหน้าท้องที่สวยงามผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งดูอิ่มน้ำและหน้าตาที่ดูเด็กลงกว่าอายุมากๆ ทางด้าน จักรกฤษณ์ ธนาปรีชาสกุล (จักร) อดีตศัลยแพทย์มือทองที่หาตัวจับยากที่ผันตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัวที่ตอนนี้กำลังไปได้ดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรมที่หรูอันดับต้นๆของประเทศ ธุรกิจจิวเวลรี่ที่ตอนนี้กำลังตีตื้นทำกำไรขึ้นมาและยังมีหุ้นในโรงพยาบาลที่แก้มหอมทำงานอยู่ด้วยอีก10 เปอร์เซ็นต์โรงพยาบาลนี้ผู้ที่ถือหุ้นเยอะที่สุดเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ดอน อนาสตาเซีย มาเฟียแห่งฮ่องกงที่พบรักกับหญิงไทยจนทำให้ถึงขั้นลงทุนสร้างโรงพยาบาลนี้ขึ้นมาที่เขามีหุ้นในมือ 10 เปอร์เซ็นต์ก็เพราะ ดอน เป็นคนให้เนื่องจากเขาทำให้อารียา ตอบตกลงแต่งงานกับดอนได้เขาเองไม่เคยคิดอยากจะได้เลยแต่เพราะความเซ้าซี้ทั้งเช้าทั้งเย็นทุกวันของ ดอนเขาจึงตัดความรำคานรับมันไว้ส่วนเรื่องผลกำไรเขาเองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ณ บ้านธนาปรีชาสกุล บรื้น! บรื้น! บรื้น! เสียงรถ Isuzu MU-X Phantom Collection สีขาวมุก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจอภายในที่จอดรถของบ้านธนาปรีชาสกุล ก่อนจะมีร่างบางของใครบางคนที่คุ้นตาลงมาจากรถ
"คุณหนูแก้มหอมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ"
เสียงทักทายของป้าจันทร์คนเฒ่าคนแก่ของบ้านดังขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่รักใคร่ออกมาเมื่อเห็นคุณหนูอันเป็นที่รักกำลังเดินเข้ามาภายในบ้าน ป้าจันทร์เป็นแม่นมที่เลี้ยงแก้มหอมมันตั้งแต่แบเบาะป้าจันทร์จึงเปรียบเสมือนป้าแท้ๆของแก้มหอมเพราะป้าจันทร์อยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่คุณแม่สาวๆเธอจึงรักและเคารพป้าจันทร์มากๆ
"ป้าจันทร์สวัสดีค่ะแก้มหอมซื้อขนมไทยที่ป้าจันทร์ชอบมาฝากด้วยนะคะ ส่วนอันนี้แบ่งให้คนที่เหลือได้ทานกันอย่างทั่วถึงค่ะ"
หญิงสาวตอบพร้อมกับยื่นขนมไทยให้ป้าจันทร์และของฝากอีกชุดให้กับคนอื่นๆบ้านด้วยความที่หญิงสาวเป็นเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ ในทุกๆครั้งที่กลับมาบ้านแก้มหอมจะมีของฝากมาให้กับทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นขนมหรือของใช้ต่างๆทำให้ทุกคนต่างรักและเคารพเธอเหมือนกับพ่อและแม่ของเธอ
"ป้าจันทร์คะแล้วคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ที่ไหนคะ" เสียงหวานของแก้มหอมเอ่ยถามออกมา
''คุณพ่ออยู่คุยโทรศัพท์อยู่ที่สวนหลังบ้าน ส่วนคุณแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัวคะคุณหนู"
"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินไปหาคนเป็นแม่ในห้องครัวพร้อมกับถือขนมเค้กเจ้าประจำไปฝากท่านด้วย
"คุณแม่ขา ขา ขา"
เสียงหวานน่ารักๆฟังแล้วรื่นหูเอ่ยทักคนเป็นแม่ที่วันนี้ลงมือเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกสาวตัวน้อยๆทานเองกับมือเพราะทั้งแต่ที่หญิงสาวเริ่มเข้าเวรที่โรงพยาบาลก็ไม่ค่อยได้มาบ้านนักเดือนหนึ่งแค่สอง สามครั้งเองถึงแม้เธอเองจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการที่ลูกต้องเลิกงานดึกๆบางวันก็สว่างดีไม่ดีเวลาพักผ่อนก็ไม่มีแต่เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นอาชีพที่แก้มหอมใฝ่ฝันโดยมีคนเป็นพ่อเป็นต้นแบบแต่ดีนะที่ตอนนี้สามีเธอลาออกแล้วมาทำธุรกิจส่วนตัวไม่อย่างนั้นเธอเองเป็นบ้าตายเพราะความเป็นห่วงแน่ ๆ
"มาถึงแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าน สบายดีไหม ช่วงนี้งานเยอะไหม ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า" มารตี ธนาปรีชาสกุล (รตี)เอ่ยถามลูกสาวในขณะที่ยังไม่ผละออกจากหน้าเตา
"โห่คุณแม่เล่นถามคำถามซะรัวแบบนี้แล้วแก้มหอมจะตอบคำถามไหนก่อนดีละคะ"
เสียงหวานที่ฟังดูออดอ้อนวางขนมเค้กลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากข้างหลังพร้อมกับเอาไปหน้านวลรูปไข่ถูไปถูมาน้อยๆตรงบริเวณแถวๆไหล่แบบอ้อนๆ หึ ๆ คนเป็นแม่หัวเราะในลำคอเบาก่อนจะทำเสียงแบบดุๆออกมาก
"ไม่ต้องมาอ้อนแม่เลยนะแก้มหอมเราก็รู้ว่าแม่เป็นห่วงเราแค่ไหนแล้วยังจะมาทำเป็นเล่นอีกมันน่าไม่ละ เพียะ! " คุณมารตี แกล้งตีแขนของลูกสาวเบาๆไม่จริงจังนัก
"โห่ คุณแม่เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือกับหนูเลยนะคะทำไมใจร้ายจัง"
หญิงสาวทำตาโตพร้อมกับน้ำเสียงอู้อี้ในลำคอ เมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่หันมามองแล้วทำตาดุไส่ก่อนจะส่งรอยยิ้มแห้งๆกลับไปให้กับผู้เป็นแม่
"แหะๆ หนูสบายดีค่ะ งานก็เรื่อย ๆ ส่วนพักผ่อนหนูก็นอนทุกคืนนะคะ"
"ยัยแก้มหอม!!" คนเป็นแม่เอ่ยออกมาอย่างเหลืออดกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
"อ๊ะ ๆ ไม่แกล้งก็ได้หนูสบายดีทุกอย่างค่ะ งั้นหนูขอตัวไปตามคุณพ่อมาทานข้าวก่อนนะคะ"





