วิวาห์ฟ้าแลบ

เนื่องจากเธอหันหลังให้กับลู่ชิงชิงอยู่ ฉินฮันเยว่จึงพูดอย่างเมามันส์

“ตอนที่ลู่ชิงชิงเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยกิ๊กกั๊กกับอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งด้วยนะ ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์ช่วยเธอเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย”

“ก็ใครใช้ให้เธอสวยซะขนาดนั้นล่ะ” พนักงานต้อนรับพูดออกมาอย่างอิจฉา

“เธอสวยตรงไหน หน้าตาอย่างกับนางจิ้งจอก แค่เธอรู้จักอ่อยผู้ชายก็แค่นั้น” ฉินฮันเยว่พูดอย่างไม่พอใจ

“นั่นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของเธอ ฉันได้ยินมาว่าแฟนของเธอหล่อมาก แล้วเขาก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกเธอด้วยใช่ไหม?”

“หึ!” ฉินฮันเยว่พูดด้วยความรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย “ตอนนี้หลินซั่วเป็นแฟนฉันแล้วล่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” พนักงานแผนกต้อนรับตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หมายความว่าลู่ชิงชิงถูกทิ้งงั้นเหรอ?”

“ฉันถูกทิ้งแล้วเธอต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็พูดขึ้น ทำให้ทั้งสองคนตกใจจนสะดุ้งโหยง

“เธอเป็นผีรึไง เดินมาไม่รู้จักให้ซุ่มให้เสียง ฉันตกใจหมด” ฉินฮันเยว่มองบนใส่ลู่ชิงชิง

“ฉินฮันเยว่ แทนที่เธอจะเอาเวลามานินทาคนอื่นแบบนี้ ฉันว่าเธอเอาเวลาไปช่วยหลินซั่วส่งเรซูเม่ให้ได้เยอะ ๆ ดีกว่านะ ไม่อย่างนั้น หากต้องอาศัยแค่เงินเดือนของเธอ เธอไม่มีทางเลี้ยงเขาไหวหรอก”

แม้ว่าฉินฮันเยว่ และลู่ชิงชิงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่ลู่ชิงชิงกลับได้เป็นหัวหน้าแผนกการเงินไป ส่วนเธอยังคงเป็นแค่แคชเชียร์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเงินเดือนของพวกเธอสองคนจึงแตกต่างกันมาก

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ลู่ชิงชิงก็ยังต้องทำงานถึงสามงาน โดยต้องไปแจกใบปลิวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นงานเสริม แล้วก็ต้องไปเป็นนางแบบในบริษัทโฆษณา ซึ่งก็เป็นเพราะว่ารายจ่ายของหลินซั่วไม่ใช่น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเติมเกม ซื้อของฟุ่มเฟือย ไปเหมาบาร์ เขาใช้เงินราวกับเป็นสายน้ำอย่างไรอย่างนั้น

ซึ่งแน่นอนว่าลู่ชิงชิงจะไม่เตือนฉินฮันเยว่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ด้วยความหวังดีใด ๆ ทั้งสิ้น

เวลานี้ฉินฮันเยว่กำลังคิดว่าเธอได้พบทรัพย์สมบัติมีค่าอยู่ เมื่อเธอได้ยินคำพูดเหน็บแนมของลู่ชิงชิง เธอจึงคิดว่าลู่ชิงชิงอิจฉาเธอ

ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มดูถูกว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เพราะบริษัท เซิงทงได้แจ้งให้หลินซั่วของฉันไปสัมภาษณ์แล้ว เธอคงจะรู้จักบริษัท เซิงทงใช่ไหมล่ะ? เป็นบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ให้เงินเดือนอยู่ที่สองแสนห้า”

ฉินฮันเยว่ยื่นมือสองข้างออกมาพร้อมข้างหนึ่งกางห้านิ้วและอีกข้างหนึ่งกางสองนิ้วออก แล้วโบกมือไปมาต่อหน้าลู่ชิงชิง “อิจฉาเหรอ อิจฉาใช่ไหมล่ะ?”

“ไร้สาระ!” ลู่ชิงชิงเลี่ยงเดินอ้อมฉินฮันเยว่ไป แล้วก็กลับไปที่ห้องทำงานของเธอ

เธอมองดูบิลกองโตที่ยังไม่ได้จัดการอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ

“นี่มันงานของแคชเชียร์ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันล่ะ? ลู่ชิงชิงถามผู้ช่วย

“หัวหน้าซูบอกว่าช่วงนี้ฉินฮันเยว่ไม่ค่อยสบาย จึงให้คุณช่วยทำให้เธอหน่อยค่ะ” ผู้ช่วยตอบ

“ให้ฉันทำให้อีกแล้วเหรอ?” ลู่ชิงชิงโกรธมากจนโยนแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะทำงาน ทำให้บิลกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าฉินฮันเยว่เป็นคนหัวหมอขนาดนี้ แต่ตอนนี้ลู่ชิงชิงรู้สึกว่าเธอโง่มากที่ไปมองว่าฉินฮันเยว่เป็นเพื่อนสนิท เหมือนเปิดรับให้หมาป่าเข้ามาในบ้านตัวเองไม่มีผิด

ตลอดทั้งวัน ลู่ชิงชิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำเลยด้วยซ้ำ เรื่องกินข้าวนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็น เธอก็กินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น

จากนั้นเธอก็วิดีโอคลอไปหาย่า ตอนนี้ย่ายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ดังนั้นลู่ชิงชิงจึงไม่ได้พูดเรื่องอาการป่วยของย่ามากนัก แล้วก็บอกให้ย่าทำตามคำแนะนำของหมอ ให้ความร่วมมือในการรักษาตัวให้มาก ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

ย่ารู้ว่าลู่ชิงชิงงานยุ่ง ย่าก็เลยปลอบใจเธอกลับ แล้วก็บอกเธอว่าไม่ต้องกังวลกับอาการป่วยของย่า

ลู่ชิงชิงอยากจะเล่าเรื่องการแต่งงานของเธอให้ย่าฟังอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็ได้แต่กลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงชิงรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ปวดเมื่อยไปทั่วตัว เธอจึงขอลาหยุด

เมื่อถึงตอนเที่ยง พอเธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เธอจึงเริ่มเก็บข้าวของโดยตั้งใจจะย้ายไปบ้านของตระกูลเซิงในตอนเย็น

พอคิดว่าจะต้องนอนบนเตียงเดียวกันกับชายแปลกหน้า ลู่ชิงชิงก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

ในตอนเย็น ลู่ชิงชิงก็ถือกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งกับข้าวของของเธอติดตัวไป แล้วก็มาถึงที่อยู่ที่เซิงหมิงซีส่งมา

บ้านหมายเลข 88 ซอยจินหยวน หูถง

ซอยจินหยวน หูถงตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ ซอยแคบมาก ๆ สองข้างทางมีจักรยาน รถสามล้อไฟฟ้า แล้วก็ของจิปาถะต่าง ๆ วางกองเอาไว้

ลู่ชิงชิงที่กำลังลากปกระเป๋าสัมภาระอยู่ เดินสะดุดนู้นสะดุดนี่ไปตลอดทาง ในขณะที่เดินก็คอยถามทางไปด้วย แต่ก็ยังหาบ้ายหมายเลข 88 ไม่เจอสักที

หลังจากที่หาไม่สักพัก เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะหลงทางเข้าแล้ว

เพราะยิ่งเดินเข้าไปด้านในมากเท่าไร สภาพแวดล้อมก็จะดูหรูหรา และสะอาดมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแค่มีถนนที่กว้างขวางขึ้น แต่ยังเห็นโรงจอดรถส่วนตัวอีกด้วย

แล้วบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ไหนกันนะ?

หลังจากถามมาหลายคนแล้ว ทุกคนก็บอกให้เธอเดินเข้าไปข้างในตลอดเลย แต่เธอเดินไปเกือบจะสุดทางแล้วก็ยังไม่เห็นบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ดี

ลู่ชิงชิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโทรหาเซิงหมิงซี แต่หลังจากโทรไปครั้งแล้วครั้งเล่ากลับไม่มีใครรับสายเลย......

สุดท้ายเขาก็ปิดเครื่องไป

ลู่ชิงชิงทั้งร้อนใจทั้งโกรธ เขาเป็นอะไรไปเนี่ย?

เขาเป็นคนบอกให้เธอย้ายมาที่นี่เย็นนี้เอง นอกจากจะไม่ไปรับเธอที่บ้านแล้ว ตอนนี้พอเธอหลงทาง เขายังจะไม่รับสายเธออีกเหรอ

ลู่ชิงชิงเริ่มรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เธอจึงมานั่งยอง ๆ อยู่บนบันไดหินถัดจากเขตสวน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จู่ ๆ ก็มีแสงไฟรถส่องแยงตาเข้ามา

ลู่ชิงชิงจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นเซิงหมิงซีที่อยู่หลังแสงไฟนั้นลงมาจากรถ

ลู่ชิงชิงต้องการจะลุกขึ้น แต่เป็นเพราะเธอนั่งยอง ๆ มานานเกินไป ขาของเธอจึงชาจนไม่สามารถยืนได้ เธอจึงล้มลงไปข้างหน้าทันทีที่ลุกขึ้นมา

แต่กลับไม่มีความเจ็บปวดอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เพราะแขนที่แข็งแรงกำยำของเซิงหมิงซีมาคว้าตัวของลู่ชิงชิงเอาไว้ซะก่อน

“ขอบคุณค่ะ” ลู่ชิงชิงพูดอย่างประหม่า

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ?”

“ฉันไม่รู้ว่าหลังไหนคือหมายเลขแปดสิบแปด”

“คนที่โทรหาผมเมื่อเย็นคือคุณเหรอ?” เมื่อกี้นี้เซิงหมิงซีกำลังประชุมกับผู้บริหารระดับสูงอยู่ พอโทรศัพท์มือถือของเขาดังไม่หยุด เขาจึงปิดเครื่องไปเลย

“ค่ะ แล้วทำไมไม่รับสายล่ะคะ?” ลู่ชิงชิงเริ่มโกรธขึ้นมา ผู้ชายคนนี้แกล้งโง่เก่งจริง ๆ

“เราเข้าไปกันเถอะ” เซิงหมิงซีไม่ได้อธิบายอะไร เขาแค่หยิบกุญแจออกมา แล้วก็เดินไปที่บ้านหลังตรงข้ามของลู่ชิงชิงทันที

นี่คือบ้านหมายเลขแปดสิบแปดงั้นเหรอ? ลู่ชิงชิงเหลือบมองเลขที่บ้านที่ถูกกิ่งไม้บังไว้ แล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริง

เมื่อเซิงหมิงซีเปิดประตู ป้าคนหนึ่งที่อายุประมาณห้าสิบปีก็ออกมา

“หลิวอาอี๋ คุณปู่หลับแล้วเหรอ?”

“ยังหรอกค่ะ เห็นบอกว่าจะรอพวกคุณกลับมา”

เซิงหมิงซีสาวเท้าเดินเข้าไปในประตูใหญ่โดยไม่ได้สังเกตเห็นลู่ชิงชิงที่กำลังพยายามลากกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างหลังเขาเลยสักนิด

บันไดสูงมาก ลู่ชิงชิงจึงต้องใช้พละกำลังทั้งหมดของเธอเพื่อดึงของขึ้นไปทีละขั้น

ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งเอื้อมมา แล้วก็หยิบกระเป๋าเดินทางจากมือของลู่ชิงชิงไป

เธอรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเล็กน้อย

ในภาพจำของลู่ชิงชิง หลินซั่วไม่เคยช่วยเธอยกของเลย

ร่วมทั้งการย้ายบ้านครั้งล่าสุด หลินซั่วไม่แม้แต่จะขยับตัวเลย เธอเป็นคนออกแรงย้ายของ ยกกล่องใหญ่ ๆ ที่หนักเจ็ดแปดกล่องขึ้นไปชั้นบนด้วยตัวเอง

ขนาดเธอทำถึงขนาดนี้แล้ว หลินซั่วก็ยังมองว่าเธอขี้เกียจ เขาว่าเธอว่าย้ายขึ้นมาแล้วก็เอาวางไว้ตรงนั้นเฉย ๆ ไม่รู้จักเก็บข้าวของให้มันเรียบร้อย ส่วนตัวเขาเอาแต่เล่นเกมอย่างเดียว แถมยังบอกให้เธอสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้อีก

“ทำไมยังไม่เข้ามาอีกล่ะ?”

เสียงที่ไม่พอใจของเซิงหมิงซีดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของลู่ชิงชิง

เธอจึงเดินเข้าประตูใหญ่ไป

ลานบ้านไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดอะอ้าน มีกระถางต้นไม้นานาชนิดวางเรียงอยู่ตามผนัง

“โอ๊ย!” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็ร้องออกมา

เป็นเพราะเธอมัวแต่มองไปรอบ ๆ จึงเหยียบก้อนกรวดเข้าโดยไม่ทันระวัง ทำให้เธอเกือบจะล้มลง

เซิงหมิงซีหันกลับมามอง

แต่ลู่ชิงชิงก็โบกมืออย่างประหม่าพลางพูดออกมาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”

เซิงหมิงซีเหลือบมองก้อนกรวดบนพื้นแวบหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าไปเตะพวกมันไปด้านข้าง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา

มือเขาเห็นข้อต่อนิ้วที่ชัดเจนมาก แถมยังมีความด้านเล็กน้อย น่าจะเป็นร่องรอยจากการเข้าฟิตเนสมาตลอดหลายปี

ลู่ชิงชิงไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร

ส่วนเซิงหมิงซีก็เม้มริมฝีปากแน่น

ในวินาทีถัดมา เขาก็เป็นฝ่ายจับมือลู่ชิงชิงก่อน

ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือมา ทำให้หัวใจของลู่ชิงชิงสั่นไหวเล็กน้อย เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลผ่านเข้าไปในหัวใจ

เซิงหมิงซีเอากระเป๋าเดินทางส่งให้หลิวอาอี๋ แล้วก็พาลู่ชิงชิงไปที่หน้าประตูห้องของคุณปู่

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ