บุรุษหยาบคายผู้นั้นไม่เคยคิดจะถนอมสตรีเช่นนาง นางถูกมัดมือ มัดปาก กระเด้งกระดอนไปมาตลอดทั้งวันกระทั่งรถม้าจอดสนิทนั่นแหละ นางถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองยังไม่ตาย
พรึ่บ!! ผ้าม่านเปิดออกอีกครั้ง นางมองไม่เห็นใบหน้าคนเปิด ทุกอย่างมืดสนิทจนกระทั่งคนลักพาตัวขึ้นมาบนรถม้าแล้วดึงผ้าที่มัดปากนางออก
“บอกมาว่าตราหยกอยู่ไหน?”
ตราหยกบ้าบออะไร “ข้าไม่รู้ว่าท่านหมายถึงอะไร”
“อย่ามาทำไขสือ รีบบอกมา ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้า”
ขู่นางแล้วจะนางรู้ไหม “ข้าบอกไม่รู้ก็คือไม่รู้”
คนได้รับคำตอบคล้ายจะโมโหนาง อีกทั้งยังรู้สึกรำคาญรถม้าที่แคบและอึดอัด จึงยัดผ้าปิดปากนางอีกครั้งแล้วแบกนางขึ้นบ่า รั่วหลานได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอโดยไม่อาจเปล่งเสียง
เมื่อลงรถม้าก็พบเพียงความมืดสนิทก่อนจะได้เจ็บตัวอีกครั้งเนื่องจากเขาโยนนางลงบนพื้นอย่างแรง
‘โอ๊ย!!’ อยากแหกปากร้องก็ร้องไม่ได้ ได้แต่ร้องในใจเท่านั้น เสียงฝีเท้าในความมืดสนิทเหมือนกำลังเดินหาบางอย่าง ผ่านไปหนึ่งเค่อ แสงสว่างก็ติดขึ้น นางมองกองไฟตรงหน้าแล้วสำรวจรอบบริเวณ
เหมือนอยู่ในถ้ำที่ไหนสักแห่ง
สำรวจถ้ำได้ไม่ถึงอึดใจเขาก็ดึงผ้าที่ปิดปากนางออกแล้วยกดาบจ่อคอ “บอกมาว่ามันอยู่ที่ไหน” คราวนี้สะดวกในการฆ่านางแล้วสิ แต่ขอโทษ ข้าไม่รู้
“ก่อนอื่นข้าขอบอกท่านอย่างหนึ่งว่า ข้าไม่เคยเห็นตราหยกที่ว่า และที่สำคัญกว่านั้นคือ ข้าไม่รู้ โอเคไหม คุยภาษาคนให้รู้เรื่องหน่อย ถึงข้าจะพอรู้เรื่องในอดีตของรั่วหลาน แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง ความทรงจำในหัวข้าตอนนี้ไม่มีเรื่องตราหยก”
‘นางยังสติดีหรือไม่ กำลังพูดถึงอะไรอยู่’
“ในเมื่อรู้แล้วก็ปล่อยข้า หรือที่ท่านจับข้ามาเพราะต้องการค่าไถ่ ในเมื่อร่างนี้เป็นถึงองค์หญิงน่าจะเรียกเงินได้มหาศาล ถ้าอย่างนั้นท่านจะฆ่าข้าไม่ได้เด็ดขาด”
รั่วหลานรีบอ้างกับคนที่ลักพาตัวมาว่าห้ามทำร้ายนางเด็ดขาด เปลืองน้ำลายไปครึ่งชั่วยาม คนฟังก็ทนไม่ไหวจึงใช้ผ้าปิดปากนางอีกครั้ง
“อู้อี้อี้อาอัม” แปลว่าท่านฟังภาษาคนรู้เรื่องไหม แน่นอนว่าไม่ เพราะเขาหันไปหยิบอย่างอื่นมาแทน แส้ในมือเขาทั้งยาวและหนา คงทำมาจากหนังที่เหนียวมาก
แล้วนางก็ได้ยินเสียงฟาดพื้น กรี๊ดดด อยากกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าหลับตาห่อตัว คิดว่าตัวเองคงถูกเฆี่ยนตายแน่ แต่ผ่านไปหลายอึดใจก็ยังไม่รู้สึกเจ็บ เมื่อเงยหน้าก็พบว่าเขากำลังมองนางด้วยความโมโห
บุรุษผู้นี้สงสารนาง หรือไม่ก็ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่จึงไม่ลงมือ กับนาง “ในเมื่อไม่พูดข้าคงต้องค้นตัวเจ้า”
“หา!!” คนตรงหน้าโน้มตัวมาหา ปากนางร้องห้าม แต่ถามหน่อยว่าเขาจะฟังไหม แน่นอนว่าไม่ มือหนาแตะแขนแล้วเลื่อนมายังขาทั้งสองข้างก่อนจะลูบขึ้นมาตรงกลางตัวนาง รั่วหลานยกขึ้นจะถีบก็ถูกกดไว้กับพื้น หมายจะขยับตัวหนีเขาก็ยังตามมาจับนาง ทำไปทำมาเหตุใดพวกเราถึงมาอยู่ท่านี้
บุรุษที่ขึ้นคร่อมตัวนางมองไปยังหน้าอก มือจับคอเสื้อคิดจะล้วงเข้าไปด้านใน!! รั่วหลานตกใจจนน้ำตาริน คนกระทำเมื่อเห็นน้ำตานางก็หยุดมือ แต่...
“ต้องโทษที่เจ้าไม่ยอมมอบมันให้ข้าง่าย ๆ ขออภัยที่ต้องล่วงเกินองค์หญิง”
ล้วงเข้าไปแล้วมาขออภัยทำซากอะไรไม่ทราบ รั่วหลานก่นด่าเขาหลายรอบ แต่มือหนาก็ยังล้วงเข้าไปในเสื้อมงคลสีแดง
สิ่งที่เขาได้สัมผัสช่างแตกต่างจากมือหยาบกร้านของตน ผิวนางเนียนนุ่มจนทำให้เขาเคลิ้ม จากที่คิดจะรีบหาก็กลายเป็นช้ายิ่งกว่าเดิม มือแตะซาลาเปาลูกใหญ่ เจ้าของร่างเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรน แต่กลับยิ่งทำให้มันเสียดสีกับมือเขา
คนกระทำพยายามระงับใจตัวเองแล้วเลื่อนมือลงไปหยุดตรงสะดือเหมือนกำลังคิดว่าจะลงอีกนิดดีไหม หรือนางจะซ่อนไว้ตรงนั้น?
ไอ้ตรงนั้นของนาง ตอนนี้เจ้าของร่างกำลังจะกรี๊ดแตกอีกรอบ นางกรีดร้องทั้งที่มีผ้ายัดปาก “ข้าขออภัยที่ล่วงเกิน”
ไม่ต้องมาพูดเหมือนตัวเองมีมโนธรรมสูงส่งไอ้โจรราคะ ไอ้โจรบ้ากาม ไอ้โจรไร้มโนธรรม ปากจะด่าต่อก็พลันแข็งค้างเมื่อเขาทำจริง มือหยาบล้วงไปใต้กระโปรงนาง!!
ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้... นางไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าอีก เขาค้างมือนิ่ง อยู่ครู่หนึ่ง มองนางที่แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น จากนั้นจึงเอามือออก “เจ้าพูดจริง มันไม่ได้อยู่ในตัวเจ้า”
ก็บอกแล้วว่าไม่มี เมื่อเขายอมปล่อย นางก็ยกเท้าถีบแล้วถดตัวเองเอาแผ่นหลังชิดกำแพง ในสถานการณ์แบบนี้อย่างไรชีวิตนางก็ไม่ปลอดภัย
รั่วหลานมองบุรุษหน้ากากเงินเดินไปเดินมาเหมือนกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ส่วนตัวนางมองหาทางหนีเช่นกัน แต่ขอโทษ เข้ามาในถ้ำคิดหรือว่าจะมีทางออกสองทาง นั่นมันละครแล้ว ไม่ใช่ชีวิตจริง นางจึงล้มเลิกแผนการหนี มองคนจับตัวนางมาว่าจะเอายังไงต่อ
ไม่นานก็มีคนตามมาอีกกลุ่มใหญ่ นางมองคนชุดดำเหล่านั้น ถ้าเข้ามาพร้อมกันนางตายแน่!!
ว่าแล้วก็รีบห่อตัวให้เล็กกว่าเดิม พวกเขาหันมองเพียงครู่ก็เดินไปยังรถม้าแล้วหายตัวไปอีกครั้ง เหลือเพียงนางและเขา
“คืนนี้พวกเราต้องพักที่นี่” คนของแคว้นต้าหมิงกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ อย่างไรเขาก็ต้องหาวิธีพานางกลับเผ่าฮู่เหลียนให้ได้ ส่วนเรื่องตราหยกเอาไว้ค่อยคิด
เขาเดินมานั่งตรงหน้านาง “ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า”
รั่วหลานพูดกับตัวเองในใจ ช่วยกลับไปดูเรื่องก่อนหน้าด้วย ที่ท่านทำมันคือ ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า ตรงไหน นางเกิดมาสองชีวิตแล้วเพิ่งจะเคยถูกมือชายแตะตรงนั้น ตอนนี้นางไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ
“เจ้าหิวหรือไม่”
รั่วหลานส่ายหน้าแล้วถดตัวชิดกำแพงอีก แต่กระเพาะเจ้ากรรม กลับไม่เห็นด้วยกับนางเมื่อมันส่งเสียงประท้วงจนคนถามนิ่งไป
“เจ้าไม่หิว?” ยังจะถามอีกกก
รั่วหลานอยากตายอีกรอบ เขาดึงผ้าปิดปากออกให้นางตามด้วย ปลดเชือกให้ “ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าถ้าเจ้าไม่หนี เข้าใจหรือไม่”
คนฟังพยักหน้ายิก นางจะเชื่อฟังเขาอย่างดีที่สุด พอเห็นล้วงมือเข้าไปในเสื้อก็รีบถดตัว กลัวยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือห่อใบไม้แห้ง มือหยาบแกะมันออกก็พบว่ามีเนื้อตากแห้งสีเข้ม ๆ อยู่ภายใน
“กิน”
ถามหน่อยเขารู้จักคำว่าถามไหม อย่างถามนางก่อนว่านางอยากกินไหม เจ้ากินได้หรือเปล่า บอกหน่อยว่ามันคืออะไร?
นางอ้าปากจะถาม เขากลับยัดมันใส่ปาก สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ แข็ง!! และคาว นางทำท่าจะบ้วนทิ้งก็ถูกเขาดักคอ “ห้ามคาย”
แล้วนางเลือกอะไรได้ไหม ฟังน้ำเสียงเขาเหมือนจะบอกว่าหากนางคายทิ้ง เขาจะตัดลิ้นนาง โอ๊ยสวรรค์ ทำไมท่านสร้างคนแบบนี้ขึ้นมา
นางจึงจำต้องเคี้ยวเนื้อตากแห้ง เคี้ยวไปเคี้ยวมารสชาติก็ไม่ได้แย่ ซะทีเดียว ถือว่ากินกันตายได้ พอนางกินหมด เขาก็ยัดใส่ปากนางอีกชิ้น
มือหยาบไม่มีคำว่าอ่อนโยนเลย รั่วหลานเริ่มสำรวจคนตรงหน้า ทั้งรูปร่าง หน้าตา ทรงผมของเขาเหมือนคนชนเผ่าทุ่งหญ้า “เจ้ามาจากเผ่าทุ่งหญ้า”
คนที่กำลังกินเนื้อแห้งหยุดนิ่ง หันมามองแล้วถอดหน้ากากออก ทำให้นางเห็นใบหน้าที่แท้จริง ชายหนุ่มหน้าตาไปทางคนชนเผ่าจริง ๆ สีผิวและหนวดเครา รูปร่างสูงใหญ่ มือหยาบหากบีบคอนางก็คงไม่ต้องใช้เวลานาน คิด ๆ แล้วนางก็ขยับหนีอีกนิดหนึ่ง
“เจ้าไม่ต้องกลัวข้า”
นางจะไม่กลัวคนที่จับตัวนางมาได้หรือ หนำซ้ำยังตัวโตกว่านางหลายเท่า เขาใช้มือเดียวก็จะหิ้วนางตัวลอยได้แล้ว
“ข้ามาจากเผ่าฮู่เหลียน”
จากความทรงจำขององค์หญิงรั่วหลาน เผ่าในทุ่งหญ้ามีหลายชนเผ่า แต่เผ่าที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุดคือเผ่าฮู่เหลียน
ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าคือต้าเหลียว ยิ่งใหญ่ในทุ่งหญ้าคือฮู่เหลียน
“นอกจากตราหยกแล้วเจ้ายังต้องการอะไรอีก”
“มีตราหยกก็ดี ไม่มีองค์หญิงก็ยังมีประโยชน์อย่างอื่น สรุปแล้วไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องกลับไปกับข้า”
นางมีคู่หมั้นนี่นา บางทีเขาอาจจะมาช่วยนางได้ทัน เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็เบาใจกว่าเดิม แต่ยังระแวดระวังคนตรงหน้าอยู่ดี พอเขาขยับนางก็สะดุ้ง
ชายหนุ่มเห็นนางหวาดกลัว ท่าทีจึงอ่อนลงเล็กน้อย เขาเดินไปยัง รถม้าหยิบเสื้อผ้ามาโยนให้นาง “เปลี่ยนเสื้อ”
รั่วหลานมองชุดจีนโบราณ มันมีถึงสามสี่ชิ้น แล้วนางต้องสวมชิ้นไหนก่อน “หรือจะให้ข้าเปลี่ยนให้”
แหม พูดแบบนี้นางใช้ความรู้ที่มีเดามั่วเอาเองก็ได้ ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปด้านในเพื่อหาช่องที่พอจะหลบเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ใช้เวลาไปทั้งหมดสองเค่อ นางก็ออกมาในชุดของสตรีชาวบ้านทั่วไป ส่วนเขาเปลี่ยนเสร็จไปก่อนนางแล้ว
“จะออกจากเขตชายแดนได้ต้องผ่านเมืองเตียวฝาง ตอนนั้นจะมีทหารออกตรวจตราจำนวนมาก”
แล้วอย่างไร มันดีต่อนางใช่ไหม แต่ไม่ดีต่อเขาแน่นอน
“แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว”
เขาพูดเหมือนเราหนีตามกันไป นางไม่ได้เต็มใจไปกับเขาเสียหน่อย อีกอย่างนางเลือกอะไรได้ไหม เพราะหากพูดมากเกรงว่าเขาจะยกแส้ขึ้นมาฟาดนางอีก
เขาไม่ได้เหมือนคิตตี้ แต่เหมือนเสือตัวใหญ่ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ว่าแล้วก็ขยับทำตัวให้เล็กที่สุด
แม้ไม่อยากนอน แต่ก็ไม่อาจทนความเหนื่อยล้าของวันนี้ได้ ไม่นานนางก็หลับสนิท มารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่มือเขาปิดปากนาง “เงียบ!”
ไฟถูกกลบแล้ว เขาลากนางเข้าไปในถ้ำที่ไม่มีทางออก ไม่รู้ว่าเขาคิดดีแล้วหรือเปล่า หากมีคนตามนางมาจริงเขาก็ไม่รอด
แต่นางประเมินเขาต่ำไป เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะสำรวจถ้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อเดินมาถึงด้านในสุดก็พบน้ำตกเล็ก ๆ เขาพานางเข้าไปด้านใน มีช่องเล็กพอที่จะซ่อนตัวได้
อย่างนี้แม้นางจะส่งเสียงร้องหรือขยับตัว คนที่อยู่ด้านนอกก็ไม่มีทางสังเกตเห็นแน่นอน ตัวนางตอนนี้อยู่บนตักเขา เขายังปิดปากนางไว้แน่น ตอนเข้ามาต้องผ่านน้ำตก นางและเขาจึงเปียกกันทั้งคู่ บวกกับความเย็นของหินทำให้นางตัวสั่น
คนที่อยู่ด้านหลังรู้สึกถึงร่างบางที่สั่นเทา เขาจึงขยับตัวถอดเสื้อนอกที่เปียกของตัวเองออกก่อนจะย้ายมาจับเสื้อนาง “ถอดออก”
รั่วหลานหันมองคนพูด คิดว่าบอกให้ถอดแล้วนางจะถอดง่าย ๆ หรือไง นางรีบส่ายหน้า “หรือจะให้ข้าบังคับ”
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าบังคับข้าตลอดหรือไง พอนางจะอ้าปากร้อง เขาก็ยกมือปิดปากนางอีกครั้ง “ก็ได้” นางพูดเสียงอ่อนลง ยอมถอดเสื้อนอกเหลือเพียงชุดเอี๊ยมด้านในกับกางเกงสีขาว
ว่าแต่พวกเรามาทำอะไรในถ้ำตอนนี้ นางเริ่มไม่เข้าใจ หันมองเขาที่เหลือแค่กางเกง ถือเสียว่าพวกเรามาปิกนิกหลังน้ำตก ส่วนนางก็ใส่ทูพีซมาเล่นน้ำแล้วกัน เมื่อคิดได้นางก็เลิกเขินอายเอนพิงอกเขาเพื่ออาศัยความอบอุ่นให้ส่งผ่านมาถึงตัวนาง
คิดไม่ถึงว่าเนื้อแนบเนื้อทำให้อุ่นอย่างที่บทละครชอบเขียนจริง ๆ ไม่รู้คนด้านนอกไปหรือยัง เพราะนางเริ่มรู้สึกถึงด้านล่างของเขาที่เริ่มขยายขนาด
ไอ้ที่นุ่มนิ่มในตอนแรกเหมือนมันจะค่อย ๆ แข็งตัวตั้งชัน นางไม่อยากคิดก็ต้องคิด ไม่อยากนึกภาพก็เห็นภาพชัดเจน ยิ่งมันดันขึ้นมาเรื่อย ๆ นางจึงรีบดีดตัวออกจากตักเขา หนำซ้ำยังทำหน้าตายถามนางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เจ้าเป็นอะไร?”
ยังจะกล้าถาม ไม่เห็นหรือไงว่าอาวุธท่านพร้อมรบแล้ว คนบ้าอะไร หื่นแล้วทำหน้าเช่นนี้ นางไม่เคยพบเคยเจอจริง ๆ สวรรค์ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้ว





