
เรื่องย่อ ภรรยาพิษแห่งตระกูลแม่ทัพลืมตาขึ้นมา ชายผู้งดเว้นราคะถูกหย่า
ภรรยาพิษแห่งตระกูลแม่ทัพลืมตาขึ้นมา ชายผู้งดเว้นราคะถูกหย่า ตอนที่ 1
คืนเข้าหอ
"อวิ๋นหว่านหว่าน เจียมตัวหน่อยก็ดี หากเจ้าขาดผู้ชายนัก เปิ่นหวางก็ไม่รังเกียจที่จะโยนเจ้าไปเป็นคณิกากองทัพในค่ายทหาร!!!"
เชี่ยเอ๊ย...
ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนี่ พูดภาษาคนอยู่หรือเปล่า
ตอนที่อวิ๋นหว่านหว่านลืมตาตื่นขึ้นมา ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรง
ฝ่ามือใหญ่ของบุรุษบีบรัดลำคอของนางเอาไว้ นางถูกบีบคอจนภาพตรงหน้ามืดดับไปเป็นพักๆ
ในหัวมีภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองผุดขึ้นมา...
นางทะลุมิติมาแล้ว!
ทะลุมิติมายังราชวงศ์ต้าจิ่ง อยู่ในร่างของคุณหนูภรรยาเอกแห่งจวนโหวที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับนาง!
คืนนี้คือคืนเข้าหอของนางกับท่านอ๋องหลีฉู่เป่ยถัง ท่านอ๋องต่างแซ่เพียงคนเดียวของต้าจิ่ง!
เป็นเพราะในห้องจุดธูปกระตุ้นกำหนัดเอาไว้ ฉู่เป่ยถังที่กำลังโกรธจัดจึงพลั้งมือบีบคอเจ้าของร่างเดิมจนตาย!
"อวิ๋นหว่านหว่าน น้ำหน้าอย่างเจ้ายังคิดจะปีนขึ้นเตียงของเปิ่นหวางอีกหรือ ต่อให้เปิ่นหวางต้องนอนกับศพ ก็ไม่มีทางนอนกับเจ้าเด็ดขาด!"
เขาคิดว่าตัวเองทำมาจากทองคำหรือไง
อวิ๋นหว่านหว่านโกรธจนแทบคลั่ง
ในตอนนั้นเอง นอกประตูก็มีเสียงเคาะประตูอย่างร้อนรนดังขึ้น
"ท่านอ๋อง คุณหนูลูกพี่ลูกน้องโรคไอเห่อกำเริบ อาเจียนออกมาเป็นเลือดเต็มไปหมด ท่านรีบไปดูนางเถิดเพคะ!" เป็นเสียงของตงชิง สาวใช้ของอวิ๋นเสวี่ยลั่วนั่นเอง
เมื่อฉู่เป่ยถังได้ยินเช่นนั้น ก็สะบัดอวิ๋นหว่านหว่านทิ้งทันที แล้วพุ่งตัวออกไปจากห้อง
หน้าประตูห้องหอมีคนยืนอยู่มากมาย อวิ๋นเสวี่ยลั่วลากฝีเท้าอันอ่อนแรงรีบตามมา มองดูฉู่เป่ยถังด้วยดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ดูเป็นเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ใครเห็นก็ต้องเวทนา
"ท่านพี่เป่ยถัง โทษข้าเถิด คืนนี้ท่านแต่งงาน ข้าไม่ควรตรอมใจจนโรคกำเริบขึ้นมาเลย! ตงชิงเป็นห่วงข้ามาก จึงยืนกรานที่จะมาหาท่าน! เป็นเพราะข้าเองที่ทำลายคืนเข้าหอของท่าน หากท่านจะลงโทษก็ลงโทษข้าเถอะ ถึงอย่างไรหากไม่ได้แต่งงานกับท่านพี่เป่ยถัง ข้าก็ไม่มีกะจิตกะใจจะอยู่ดูโลกนี้ต่อไปแล้ว!"
น้ำเสียงของนางทั้งเศร้าสร้อยและขมขื่น พอพูดประโยคสุดท้ายจบ น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาในจังหวะที่พอดิบพอดี
อวิ๋นหว่านหว่านที่อยู่ในห้องทนฟังต่อไปไม่ไหวแม้แต่คำเดียว
อวิ๋นเสวี่ยลั่ว น้องสาวต่างมารดาของเจ้าของร่างเดิม
มารดาของอวิ๋นเสวี่ยลั่วยังเป็นน้าห่างๆ ของฉู่เป่ยถัง ดังนั้นคนทั้งสองที่อยู่ข้างนอกจึงมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกชั้นหนึ่ง นี่คือสาเหตุที่นางมาปรากฏตัวอยู่ในจวนอ๋อง
เหอะ ช่างเป็นคู่ชายโฉดหญิงชั่วที่เหมาะสมกันจริงๆ!
แผนการอันตื้นเขินในคืนเข้าหอเช่นนี้น่ะหรือ!
น่าขันสิ้นดี!
ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าสวรรค์ให้นางทะลุมิติมาที่นี่ทำไม!
ทั้งชีวิตนี้นางเกลียดผู้ชายเลวทรามกับนังผู้หญิงมารยาที่สุด เจอคนหนึ่งก็จะฉีกอกคนหนึ่ง!
อวิ๋นหว่านหว่านแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ก่อนจะถกชายกระโปรงแล้วค่อยๆ เดินออกไป
"ช่างเป็นดอกบัวขาวที่เสแสร้งเก่งเสียจริง ในเมื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ก็ไปตายซะสิ!"
"อวิ๋นเสวี่ยลั่ว เจ้าทำลายคืนเข้าหอของพระชายาอย่างข้า สมควรถูกลงโทษจริงๆ ในเมื่อเจ้าร้องขออย่างจริงใจ ข้าก็จะเมตตาสนองความต้องการให้เจ้า จงคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะสามครั้งเพื่อขอขมาเดี๋ยวนี้!"
เมื่ออวิ๋นหว่านหว่านกล่าวจบ ทุกคนก็ตกตะลึงและหันไปมองพร้อมกัน...
หญิงสาวในชุดแต่งงานสีแดง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ
ดวงตาและคิ้วที่งดงามราวกับภาพวาดเชิดขึ้นเล็กน้อย แฝงไปด้วยความเย้ายวนอันเกียจคร้าน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อดไม่ได้ที่จะใจสั่นไปชั่วขณะ
ใครๆ ต่างก็บอกว่าคุณหนูภรรยาเอกแห่งจวนโหวเวยหย่วน มีรูปโฉมงดงามไร้ที่ติ สวยล้ำเลิศที่สุดในเมืองหลวง
สมคำร่ำลือจริงๆ
เมื่ออวิ๋นเสวี่ยลั่วเห็นอวิ๋นหว่านหว่านงดงามถึงเพียงนี้ แววตาของนางก็ฉายความริษยาอย่างล้ำลึก พลางแค่นหัวเราะในใจ
นังแพศยานี่กล้าดีอย่างไรมาบังคับให้นางคุกเข่า
คิดจริงๆ หรือว่าแต่งงานกับท่านพี่เป่ยถังแล้ว จะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้
"หากท่านพี่จะลงโทษ เสวี่ยลั่วก็มิกล้าขัดขืน"
อวิ๋นเสวี่ยลั่วซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ในแววตา ชำเลืองมองฉู่เป่ยถังทั้งน้ำตา
เมื่อพูดจบ นางก็ย่อเข่าลงเตรียมจะคุกเข่า ริมฝีปากก็หลุดเสียงไอออกมาติดๆ กัน ร่างกายที่บอบบางราวกับจะปลิวไปตามลม ช่างดูอ่อนแอจนน่าทะนุถนอม
"เสวี่ยลั่ว ลุกขึ้นมา!!!"
ฉู่เป่ยถังขมวดคิ้วแน่น รีบประคองนางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายตาเย็นชาและเฉียบคมพุ่งตรงไปยังอวิ๋นหว่านหว่าน "เจ้าเป็นตัวอะไรกัน ถึงได้กล้าสั่งให้เสวี่ยลั่วคุกเข่า"
น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ บรรยากาศกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาในพริบตา ทำให้ทุกคนแทบไม่กล้าหายใจแรง
อวิ๋นเสวี่ยลั่วฉวยโอกาสนี้ซบลงในอ้อมกอดของเขาอย่างอ่อนปวกเปียก ภายในใจรู้สึกลำพอง
"ท่านพี่เป่ยถัง ท่านอย่าโทษท่านพี่เลย เป็นความผิดของเสวี่ยลั่วเอง เสวี่ยลั่วยินดีรับโทษ"
อวิ๋นเสวี่ยลั่วพูดไป น้ำตาก็ไหลพรากราวกับทำนบแตก คล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปมองอวิ๋นหว่านหว่าน
"เพียงแต่ท่านพี่ เสวี่ยลั่วขอร้องท่าน วันหลังอย่าได้กระทำการบุ่มบ่าม วางยาสกปรกเช่นนั้นกับท่านพี่เป่ยถังอีกเลย หากร่างกายของเขาเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร"
เมื่อผู้คนรอบข้างได้ยินเช่นนั้น ก็พากันตกตะลึงทันที
อีกทั้งยังนึกขึ้นได้ถึงเสียงตวาดลั่นของฉู่เป่ยถังในห้องหอเมื่อครู่นี้
พระชายากล้าวางยากระตุ้นกำหนัดท่านอ๋องในคืนเข้าหออย่างหน้าไม่อายเลยหรือเนี่ย
ไม่คิดเลยว่าคุณหนูภรรยาเอกแห่งจวนโหวจะไร้ยางอายและร่านสวาทถึงเพียงนี้!
อวิ๋นหว่านหว่านอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน เดินตรงไปหาฉู่เป่ยถังแล้วแค่นเสียงหัวเราะ
"ท่านอ๋อง ข้าขอแนะนำให้ท่านกินสมองหมูเยอะๆ จะได้ช่วยบำรุงสมองของท่านบ้างนะ!"
"ข้าคือคุณหนูภรรยาเอกของจวนโหว คือพระชายาที่ท่านตบแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามประเพณี! ตอนอยู่จวนโหว ข้าคือลูกภรรยาเอก นางคือลูกอนุ นางต้องคุกเข่าให้ข้า ส่วนที่จวนอ๋อง ข้าคือเจ้านาย นางเป็นแค่คนนอกที่ไม่มีตำแหน่งฐานะอะไร ขอถามหน่อยว่ามีตรงไหนที่ข้าแตะต้องไม่ได้บ้าง"
สิ้นเสียงของนาง รอบด้านก็ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสยดสยอง
ใครบ้างจะไม่รู้ว่าคุณหนูเสวี่ยลั่วผู้นี้ไม่เพียงแต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านอ๋อง แต่ยังเป็นคนที่ท่านอ๋องทะนุถนอมเอาไว้กลางใจ ทุกคนคิดไม่ถึงเลยว่าอวิ๋นหว่านหว่านจะกล้าพูดจาสามหาวถึงเพียงนี้
"อวิ๋นหว่านหว่าน! เจ้ารอนหาที่ตาย!!!"
ฉู่เป่ยถังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟในทันที แววตาของเขาเกิดพายุก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ แทบอยากจะบีบคอผู้หญิงที่กล้าดีผยองเดชตรงหน้าให้ตายคามือ!
"ทำไม หรือว่าข้าพูดอะไรผิดไป แท้จริงแล้วอวิ๋นเสวี่ยลั่วแอบลักลอบได้เสียกับท่านอ๋องมาตั้งนานแล้วงั้นสิ"
อวิ๋นหว่านหว่านแสร้งทำเป็นตกใจ เลิกคิ้วขึ้นอย่างยั่วยวน "คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสาวที่ปกติตีหน้าซื่อเป็นคนดี ลับหลังจะร่านสวาทถึงเพียงนี้ เป็นถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งจวนโหวดีๆ ไม่ชอบ กลับชอบทำตัวเหมือนคณิกาในหอคณิกา..."
"เหลวไหล!!!"
ใบหน้าเล็กๆ ของอวิ๋นเสวี่ยลั่วโกรธจนเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง สลับกันไปมาด้วยความอับอายและโมโห พลางร้องไห้แก้ตัว
"ข้ากับท่านพี่เป่ยถังไม่ได้มีอะไรเกินเลยแม้แต่นิดเดียว ความบริสุทธิ์ของลูกผู้หญิงสำคัญยิ่งนัก ในเมื่อท่านพี่เป็นถึงพระชายา เพื่อเห็นแก่หน้าของจวนโหว ก็สมควรระมัดระวังคำพูดและการกระทำ ไฉนถึงมาใส่ร้ายป้ายสีกันเช่นนี้"
"เจ้าคิดว่าคนอื่นตาบอดกันหมดหรือไง"
สีหน้าของอวิ๋นหว่านหว่านเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที
"คืนนี้เป็นคืนเข้าหอของข้ากับท่านอ๋อง เจ้าจงใจวิ่งมานอนซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา ขาดก็แต่สลักคำว่า ยั่วสวาท เอาไว้บนหน้าผากเท่านั้น ยังจะมีหน้ามาบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกหรือ"
"ข้าไม่ได้ยั่วยวนท่านพี่เป่ยถังนะ!!!"
ใบหน้าของอวิ๋นเสวี่ยลั่วซีดเผือด รีบลนลานผละออกจากอ้อมกอดของฉู่เป่ยถัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจและน่าสงสาร "ท่านพี่เป่ยถัง ท่านพี่เข้าใจข้าผิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ..."
ฉู่เป่ยถังหน้าทะมึนลง กำลังจะสั่งสอนอวิ๋นหว่านหว่าน
"เจ้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วใครตั้งใจกันล่ะ"
อวิ๋นหว่านหว่านก้าวพรวดไปข้างหน้า คว้าข้อมือของอวิ๋นเสวี่ยลั่วแล้วกระชากตัวนางเข้ามาในห้อง ชี้ไปที่ธูปมงคลบนโต๊ะ
"ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนยัดเยียดธูปพวกนี้ให้ข้า บอกว่างานมงคลสมรสล้วนต้องจุดสิ่งนี้ ทว่าข้างในกลับผสมยากระตุ้นกำหนัดเอาไว้ สุดท้าย...ธูปเพิ่งจะจุดได้ไม่นาน บังเอิญเหลือเกินที่โรคของเจ้าก็กำเริบขึ้นมา บังเอิญเหลือเกินที่ดึงดูดผู้คนแห่กันมาดูข้าเข้าหอ บังเอิญเหลือเกินที่มาพบว่าข้ากำลังวางยาสกปรกเช่นนี้กับท่านอ๋อง
"จุ๊ๆๆ...อวิ๋นเสวี่ยลั่ว งัดเอาแผนการต่ำตมเช่นนี้มาใช้ในคืนเข้าหอ เจ้าเอาหน้าหนาๆ ที่ไหนมาพูดว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจกัน"















![[พากย์เสียง] เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีไปให้ไกล](https://v.pinedrama.com/b1265344voduse1318177724/ccf7b0555001834806242417504/MBnhbeXWip8A.webp!15491.webp)

