พนันร้ายรักคนลวง

หลังจากเมื่อคืนเธอก็ไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้าใกล้อีก เธอกำลังคิดแผนถัดไปในการกลับมาครั้งนี้ เธอนั่งทบทวนอยู่นาน เพราะเรื่องเมื่อคืนกระทบความรู้สึกพอสมควร แต่เธอกินยาไปแล้ว คิดว่าคงไม่เป็นไร

ตอนนี้สิ่งแรกที่เธออยากทำก็คือการไปพบว่าที่แม่ผัว แต่ดูเหมือน ว่าตอนนี้เธอกำลังยุ่งเรื่องของลูกชายคนโต เห็นแก่มินตรา ดังนั้นเธอจะรอให้พ้นวันงานแต่งงานไปก่อนละกัน

มินตราสามารถแต่งงานกับหวังเฉินได้ ถือเป็นเรื่องแปลกมาก แต่ได้ยินว่าหลังจากวันนั้นชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บอยู่หลายจุด

อย่างไรก็ตาม แม้คุณนายหวังจะยอมรับลูกสะใภ้คนโตแล้ว แต่ก็ยังวางมาดอยู่ และคงเพราะความดีของมินตราที่ทำไว้ หลังจากนั้น ไม่นานมาดามหวังก็ยอมรับอย่างว่าง่าย

แต่ลองมาเจอสะใภ้หัวแข็งอย่างเธอ คิดว่าคงตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะสิ่งไหนที่ว่าที่แม่ผัวชอบ เธอจะไม่ทำ สิ่งไหนที่แม่ผัวไม่ชอบ เธอจะทำสิ่งนั้น

หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเร่าร้อนเมื่อคืน ตอนนี้แม้ว่าหวังเทียนจะยังไม่ได้เข้าไปทำงานในบริษัทเต็มตัว แต่พี่ชายของเขาก็มอบหมายให้ ชายหนุ่มไปดูแลโรงแรมแห่งใหม่ที่สร้างอยู่ฝั่งเซี่ยงไฮ้

หลังจากเสร็จเรื่องเมื่อคืนแล้ว ชายหนุ่มก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวพาเธอมายังเพนต์เฮาส์ เธอก็จะไม่ตามมาก็ไม่ได้ เพราะชายหนุ่มเอาลูกชายมาล่อให้เธอตามมา

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่เธอได้เจอลูก ไม่นับที่เจอที่ร้านไอศกรีมวันนั้น ตอนที่ไปหามินตราตอนนั้นเธอทำได้เพียงแค่มองไกล ๆ แม้อยากจะเข้าไปกอดก็กอดไม่ได้ เพราะกลัวว่าถ้าเธอแสดงอารมณ์อาจทำให้ คนพวกนั้นพุ่งเป้าไปที่หวังซื่อก็ได้ เลยทำให้เธอดูเป็นแม่ใจร้าย

เด็กน้อยที่ขาดแม่มาถึงห้าปี น้ำนมที่เธอมอบให้กับเด็กน้อยคนนี้เพียงแค่ปีเดียวไม่รู้ว่าเด็กน้อยยังจะจำได้หรือเปล่า ตอนนี้เธอตื่นเต้น จนทำอะไรไม่ถูก มือไม้เย็นเฉียบไปหมด ชายหนุ่มก็หันมาปลอบ

“ถ้าคุณเคยเจอพี่ชายผมแล้ว เขาก็เหมือนพี่ชายผมทุกอย่าง ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ระวังคำพูดหน่อย เพราะแกจะตามทันทุกอย่าง แถมถามกลับจนผมตอบไม่ได้ตั้งหลายครั้ง”

“เขาฉลาดกว่าคุณว่างั้น” จู่หลิงอดพูดไม่ได้ คนเป็นพ่อถึงกับหน้าเสีย แล้วตอบเชิงน้อยใจ

“ใช่สิ เพราะผมเป็นแบบนี้คุณถึงทิ้งผมไป คุณต้องรู้แน่ ๆ ว่าผม สอบไม่ได้”

ไม่ใช่ทำข้อสอบไม่ได้ แต่เพราะว่าเสียใจจนสอบไม่ได้ต่างหาก เขาเลิกมองข้ามเรื่องพวกนี้ไป แล้วหันมาสนใจเสียงตรงประตูที่กำลังใกล้เข้ามา คนเป็นแม่หันมองอย่างตื่นเต้น เธอจะแนะนำกับลูกว่าอย่างไรดี ว่านี่คือแม่ที่คลอดเขามา

แต่กลับต้องนำมาทิ้งไว้ตั้งแต่หนึ่งขวบ ตั้งแต่ที่ลูกยังพูดไม่ได้ ต้องปล่อยให้อยู่กับคนแปลกหน้าที่เย็นชาอยู่ทุกวัน แต่สิ่งที่เธอทำก็ล้วนเพื่อรักษาชีวิตลูก

ตอนนั้นมาดามหวังติดตามเธอ จนถึงกระทั่งไปกดดันพ่อของเธอ จนทำให้พ่อเสียใจ และตายอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าเป้าหมายต่อไปของผู้หญิงคนนั้นก็คือหวังซื่อ เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น และถูกผู้หญิงคนนั้นเลี้ยงดูมาอย่างผิด ๆ ดังนั้นคนเดียว ที่สามารถช่วยเธอได้ก็คือหวังเฉิน

เธอหยุดคิดเรื่องที่กังวล และมองเด็กชายตัวน้อยที่สวมชุดสูทย่อส่วนสีดำเดินมาอย่างมั่นคง ใบหน้าเรียบนิ่งทำให้เธอมองเห็นว่าในร่างเด็กน้อยนั้นมีเงาของหวังเฉินอยู่ ซึ่งเธอก็พอใจที่เขาไม่ได้เหมือนพ่อ

ถ้าลูกชายของเธอต้องเติบโตมากับหวังเทียน เธอไม่อยากนึกสภาพเลย หญิงสาวที่นั่งอยู่ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น จนเด็กชายหันมองเธอ แล้วหันไปถามหวังเทียน

“อาเรียกผมมาทำไม” แม้จะเลี้ยงเด็กน้อยมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว แต่ทุกครั้งที่บอกว่าเขาเป็นพ่อ เด็กน้อยก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

“คุณให้ลูกเรียกว่าอา” สีหน้าคนเป็นแม่ไม่ค่อยพอใจเท่าไร หรือว่าจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่ยอมรับลูกชายของเขา

“ใช่ว่าผมจะเต็มใจสักหน่อย ผมให้เขาเรียกพ่อแล้ว แต่เขาไม่ยอมเรียก ถ้าคุณทำให้เขาเรียกคุณว่าแม่ได้ ผมยอมคุกเข่าให้เลย” ชายหนุ่มท้าทายแบบนี้ แสดงว่าเด็กน้อยไม่ยอมเรียกจริง ๆ

จู่หลิงเลยทำได้เพียงแค่คุกเข่าต่อหน้าเด็กน้อย จากนั้นก็ยกมือขึ้นจับมืออีกฝ่าย แต่เด็กน้อยดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว แล้วขยับถอยหนีวิ่งไปด้านหลังของหวังเทียน

คนเป็นพ่อเลิกคิ้วสงสัย ตอนที่เขาเลี้ยงเด็กนี่คิดจะให้สนิทสนมกัน เด็กน้อยก็พยายามหนีไม่พูดไม่จา มาตอนนี้แม่อยู่ตรงหน้า อาซื่อกลับรีบเข้ามาเกาะด้านหลังเขา

เจ้าเด็กคนนี้ เอาแต่ใจเกินไปแล้ว

“น้าขอโทษ คงทำให้หนูตกใจ น้าเป็นเพื่อนกับอาหวังเทียน และต่อไปจะมีหน้าที่ดูแลหนู”

หวังเทียนค่อนข้างแปลกใจ ทำไมหญิงสาวถึงไม่ยอมบอกความจริง เขาจะเอ่ยถามแล้ว แต่ดวงตานั้นบอกว่าห้ามถามเด็ดขาด

ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะยอมลดโล่กำบังลง จึงขยับออกมายืน ข้างเขา แต่ก็ยังพูดด้วยเสียงแข็ง

“ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล”

“แต่น้าได้ยินว่าหนูไม่ชอบไปโรงเรียน”

เด็กน้อยทำหน้ามู่ทู่ แล้วหันไปดุหวังเทียน “เอาไปฟ้องเหรอ”

“เปล่า” จู่ ๆ ก็วกกลับมาหาเขา จากที่ยืนใกล้ก็ขยับถอยห่างอีก เด็กคนนี้เอาใจยากจังโว้ย

“เอาอย่างนี้ดีไหม ปิดเทอมนี้ถ้าน้าทำให้หนูไม่พอใจ ไม่ชอบใจ น้าจะลาออกทันที”

ภายในหนึ่งเดือนเธอจะต้องทำให้เด็กน้อยยอมรับเธอในฐานะแม่ให้ได้ ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดก็ตาม

“เอาไว้เถอะ ยังไงตอนที่อาไปทำงานนายก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่แล้ว อย่างน้อยมีเธอไว้ เธอก็สามารถพานายไปเที่ยวได้”

ได้ยินคำว่าเที่ยวเด็กน้อยก็ลังเล เพราะถึงจะทำตัวแก่แดดอย่างไร เด็กคนนี้ก็ยังอายุแค่ห้าขวบเท่านั้น

“แล้วคุณน้าทำอาหารอร่อยเหมือนคุณน้ามินตราหรือเปล่า”

จู่หลิงที่ไม่ชอบเรื่องเข้าครัวก็ขมวดคิ้ว ชีวิตเธอพึ่งแต่อาหารสำเร็จมาตลอด ตอนที่เลี้ยงเขาถึงหนึ่งขวบนั้นก็ทำอยู่ แต่ไม่ได้ใส่เครื่องปรุง เธอเงยหน้ามองคนเป็นพ่อ

หวังเทียนก็เหมือนรู้ใจ พอจำได้ว่าเธอไม่ชอบทำอาหาร

“เรื่องอาหารเราจะมีแม่บ้าน ส่วนน้าหลิงจะดูแลเราเรื่องอื่น ๆ”

“สรุปผมมีคนดูแลกี่คน” เด็กน้อยถามเหมือนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล

“มีคนดูแลนายแค่คนเดียว ส่วนแม่บ้านจะไม่เกี่ยวข้องกับนาย มีแค่ทำหน้าที่ทำครัว และดูแลบ้าน”

เด็กน้อยก็ยังชี้ไปยังผู้หญิงตรงหน้า “แล้วผู้หญิงคนนั้นทำอะไรบ้าง”

“ฉันจะดูแลเรื่องการแต่งกาย การเรียน ตลอดจนพาเธอเข้านอน หรือจะให้ฉันนอนเป็นเพื่อนก็ได้”

สีหน้าเด็กน้อยเหมือนหวาดกลัว “ผมอยากให้น้าตามานอน เป็นเพื่อนคนเดียว”

ตอนนี้มินตราก็เหมือนแม่ของเด็กชาย เมื่อเขาเปิดใจให้กับมินตราแล้ว เธอในฐานะแม่ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก แม้ดูยาก แต่จู่หลิงก็เต็มใจที่จะทำ เธอจะใช้เวลานี้ทำให้เด็กน้อยยอมรับเธอในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิด

“ตอนนี้น้าตากำลังยุ่งกับการจัดงานแต่งงาน เอาแบบนี้ดีไหม เราโทร.หาน้าตาก่อน พออาซื่อคุยจนหายคิดถึงแล้ว เราค่อยไปอ่านนิทานก่อนนอนกันนะ” ได้ยินคำว่านิทานก่อนนอน อาซื่อก็ค่อนข้างลังเล สุดท้ายแล้วก็ยอมไป

เมื่อสองแม่ลูกไปแล้ว เขาก็หันมามองเอกสารที่ต้องทำ ในนั้นมี ที่ที่เขาต้องไป “ถนนนครเซี่ยงไฮ้” ดินแดนหากินเรื่องถนัดของมาเฟียแบบเขา

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
Chapters
Customize

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ