พายุรักทรายสีเลือด

คอนโดหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำสายใหญ่ซึ่งไหลกระเพื่อมขึ้นลง คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาสองชายฝั่งซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงของบรรดาโรงแรมและคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมหลายอาคาร ของผู้มีอันจะกินและมีฐานะร่ำรวย และคอนโดหรูหราดังกล่าวหนึ่งในนั้น เป็นที่พักของนางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย พักอยู่ท่ามกลางคอนโดหรูเหล่านั้น

แสงตะวันแรงกล้าบ่งบอกว่าเวลาในยามเช้า แต่มันไม่ใช่เสียแล้ว ตะวันโด่งชี้ฟ้าปาเข้าไปแบบนี้มันเป็นเวลาใกล้เที่ยงนั่นเอง

“กริ๊งๆ”เสียงโทรศัพท์มือถือ ดังหงีดๆ อยู่ข้างเตียง พร้อมปฏิริยาของหญิงสาวร่างระหงซึ่งกำลังนอนหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์

หญิงสาวค่อยๆ รู้สึกตัวสองมือเปะปะเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกดรับกรอกเสียงไปตามสายด้วยความงัวเงีย

“ฮาลโหล”หญิงสาวพูดเสียงยานคาง

“ริสาจ๋า กลับมาจากมัลดีฟตั้งแต่เมื่อไร ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”เสียงทุ้มนุ่มนวลของชายหนุ่มดังขึ้นทันทีเมื่อเธอกดรับสาย แต่เสียงนั้นทำให้เธอหายอาการงัวเงียทันที

“กรินทร์!”หญิงสาวหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง พร้อมรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันทีก่อนจะปรับเสียงให้เป็นปกติ

“เออ...ริสาเพิ่งมาถึงน่ะค่ะกรินทร์”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป

“เหรอจ๊ะ!ไม่เห็นริสาตั้ง 2 อาทิตย์คิดถึงจังเลย เดี๋ยวผมไปหาน่ะ จะได้ไปทานข้าวและจะได้เลยไปลองชุดแต่งงานของเราสองคน ไปถึงจะกระโดดหอมให้ชื่นใจเลย”ชายหนุ่มคล้ายชายคนรักส่งเสียงตอบกลับมา ซึ่งทำให้หญิงสาวที่ได้ยินประโยคหลังของเขา เกิดอาการเขินทันที

“คนบ้า!”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“แค่นี้ก่อนน่ะริสา อีก 2 ชั่วโมงเจอกันเดี๋ยวผมเสร็จจากคุยกับลูกค้าแล้วผมจะไปรับ”

“ค่ะ อีก 2 ชั่วโมงพบกันค่ะ”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป พร้อมกดตัดสัญญาโทรศัพท์

ริสา ทินวัฒน์ นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย เพิ่งบินกลับมาจากประเทศมัลดีฟ หลังจากเป็นนางแบบ ให้กับนิตยสารชื่อดังในเมืองไทย ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ลงในนิตยสารในฤดูร้อนที่ใกล้จะถึงนี้ เธอเป็นนางแบบสาวที่ได้ชื่อว่ากำลังขายดีและฮอตสุดๆ ของเมืองไทยในขณะนี้ ช่วงเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 ปี สำหรับนางแบบน้องใหม่อย่างเธอ หล่อนกลายเป็นนางแบบที่มีงานชุกมากที่สุด ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ ถ่ายโฆษณา ด้วยนิสัยขี้เล่น ฉลาดและนอบน้อมคาระวะผู้หลักผู้ใหญ่ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของคนในวงการและจะติดต่อทาบทามเธอเป็นคนแรกเสมอ

หญิงสาวพบรักกับนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ซึ่งเป็นบุคคลนอกวงการบังเทิง กรินทร์ ภีระศักดิ์ไพบูลย์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ซึ่งก้าวขึ้นมามีสีสันในวงการธุรกิจของเมืองไทยระดับต้นของประเทศ มั่งคั่งและร่ำรวยจนน่าจับตามองเพราะเขามีธุรกิจซึ่งเขาลงทุนในแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก

ริสา นั่งเหม่อมัวคิดถึงคู่หมั้นหนุ่มของเธอจนเพลิน ใบหน้าสวยแหงนมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่หัวเตียงบอกเวลาผ่านไป 15 นาทีเข้าไปแล้ว ร่างระหงกระเด้งลุกจากที่นอนทันที

“ว๊าย!นี่ฉันมัวนั่งใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย ตายแล้ว!ตายแล้ว!ไหนจะอาบน้ำ ไหนจะแต่งตัว”หญิงสาวรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนส่วนตัวด้วยความรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ริสา ในชุดทันสมัยแต่งหน้าเพียงบางๆ เดินออกจากห้องพักเพื่อลงไปที่ร้านทำผมด้านล่างของตัวตึก หญิงสาวยืนกดลิฟต์พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองเลขชั้นที่กำลังไต่ลงมา พร้อมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อลิฟต์จอดอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ซึ่งเป็นชั้นที่มีราคาแพงสูงลิบลิ่ว พรั่งพร้อมไปด้วยความทันสมัยมากมายในชั้นนั้น

“ชั้นที่ 29 มีคนเข้ามาอยู่แล้วเหรอ ชั้นนั้นเป็นระดับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ถึงจะอยู่ได้ ขนาดห้องเราอยู่ชั้นที่ 20 แท้ๆ ที่กรินทร์ซื้อให้ก็ปาเข้าไปสิบล้านแล้ว แล้วใครมาอยู่ชั้นระดับมหาเศรษฐีแบบนั้นได้น่ะ”หญิงสาวรำพึงไปเรื่อยเปื่อย

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ ไต่ลงมาทีละชั้น หยุดบ้างเป็นบางชั้นเพื่อหยุดรับคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงชั้นที่ 20 ซึ่งเป็นชั้นที่ ริสา กำลังยืนคอยอยู่ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกมีผู้โดยสารในลิฟต์อยู่ประมาณ 3 คน หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันที โดยไม่สังเกตสิ่งรอบตัวทั้งสิ้น ว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่อย่างไม่วางตา

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ เคลื่อนไปเรื่อยๆ พร้อมกับผู้โดยสารที่อยู่ภายในลิฟต์ออกไปตามแต่ละชั้น เมื่อถึงจุดหมายจนเหลือเพียง หญิงสาวกับชายหนุ่มซึ่งเธอไม่รู้จักเพียงสองคนเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบภายในลิฟต์ เสียงเอ่ยทักทายของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดสูทสากลราคาแพงลิบเอ่ยขึ้นกับเธอ

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายภาษาไทยปนภาษาอารบิคเหมือนตั้งใจเรียกเธอแบบนั้น สายตายังคงจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่เห็นเพียงด้านข้าง

ริสา ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะไม่รู้ว่า เสียงนั้นกำลังพูดอยู่กับใคร เพราะคำหลังเธอแปลไม่ออกหากเธอรู้ว่า ฮา บิบ ที่ "Habibti" (อ่านว่า ฮา-บิบ-ที่ แปลว่าที่รัก) ซึ่งเป็นคำที่ชายชาวอาหรับเรียกหญิงที่เขาร็สึกพึงพอใจหรือเป็นคนรัก ริสา คงยืนอึ้งด้วยความตกใจแน่นอน ก่อนจะได้ยินเสียงนุ่มเอ่ยทักเธอขึ้นมาอีก

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ คุณจะรังเกียจที่จะคุยกับชาวต่างชาติอย่างผมไหม ผมต้องการความช่วยเหลือบางประการ”ชายหนุ่มเจ้าของเสียงทักทาย เอ่ยภาษาไทยพูดคุยกับริสาโดยแฝงความหมายบางคำ ที่หญิงสาวฟังไม่เข้าใจ

ริสา หันกลับไปตามเสียงที่เอ่ยทักทายเธอนั้นทันที เมื่อได้ยินภาษาไทยซึ่งฟังดูก็รู้ว่า แปร่งๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นชาวต่างชาติที่สามารถพูดภาษาไทยได้น่าฟังและค่อนข้างชัด

“คุณเรียกฉันเหรอค่ะ”หญิงสาวหันกลับไปถามชายชาวต่างชาติที่เอ่ยทักทายเธอก่อน ใบหน้าสวย แหงนมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ดวงตาหวานจ้องมองด้วยความแปลกใจ

ชายหนุ่มชาวต่างชาติที่แท้คือเจ้าชายหนุ่มรูปงามจาก ราสอัลไคมาห์ ซึ่งได้เข้ามาพักอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนี่ยมหรูราคาแพงลิบลิ่ว จะด้วยความบังเอิญก็ว่าได้เพราะที่พักในเมืองไทยของพระองค์กลับอยู่ที่เดียวกัน กับริสา นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งพระองค์มิทรงรู้จักว่าหญิงสาวเป็นใครมาจากไหน ทรงทราบแต่เพียงว่า หญิงสาวชาวไทยตรงหน้าพระพักตร์ ซึ่งพระองค์พบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยความบังเอิญ ต้องพระทัยของพระองค์ยิ่งนัก นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ทรงพบ ยิ่งมอง ยิ่งสวย ยิ่งพิศ ยิ่งน่าหลงใหล ใคร่อยากได้เชยชม

เจ้าชายหนุ่มเผลอทอดพระเนตรใบหน้าหวานของริสา จนลืมตัว ก่อนจะรู้สึกขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงของหญิงสาวเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

“คุณเรียกฉันเหรอเปล่าค่ะ พูดไทยได้ไหม”ริสา เอ่ยถามกลับไปพร้อมสังเกตลักษณะผู้ชายชาวต่างชาติที่ยืนสูงท่วมตัวเธออย่างละเอียด

“ผู้ชายคนนี้ตัวโตจังเลย หน้าออกแขก สงสัยจะเป็นแขกมั้งเนี่ย แต่หน้าตาสะอาดหล่อเชียว ถ้าเดินหลงเข้าไปในกองถ่าย มีหวังโดนจับปล้ำจนอาน”ริสา รำพึงทะลึ่งอยู่ในใจ ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ชายชาวต่างชาติ พร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร จนคนมองที่ยืนจ้องมองอยู่แล้ว ยิ่งมองจนเพลินเข้าไปอีก

“เออ...ผม..พูดภาษาไทยได้บ้าง ผมอยากขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับสถานที่ในประเทศไทย เพราะผมยังไปไหนไม่ถูกครับ”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งเป็นภาษาไทย

“อ๋อ!แล้วคุณจะไปไหนเหรอค่ะ แล้วจะไปรถแท๊กซี่ หรือคุณมีรถส่วนตัวที่จะไป”ริสา เอ่ยถามพร้อมแหงนคอมองเจ้าชายหนุ่มตาแป๋ว พลางก้าวเดินออกจากลิฟต์เพราะลิฟต์โดยสารเคลื่อนที่ลงมาถึงชั้นล่างของตัวตึกพอดี พร้อมด้วยร่างสูงของพระองค์ก้าวติดตาม

เจ้าชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ชั่วคราว ว่าจะบอกสถานที่แห่งไหนดี ก่อนจะไอเดียบรรเจิด ทรงนึกออกแล้วว่าจะบอกสถานที่แห่งไหน เพื่อเปิดช่องทางเพื่อพระองค์จะได้รู้จักกับหญิงสาวที่ทรงพอพระทัย

“วัดพระแก้ว!ผมจะไปวัดพระแก้วครับ คุณช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผมได้ไหม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งตอบ

“วัดพระแก้วเหรอค่ะ!ตายล่ะ วัดโพธิ์ดิฉันยังไปไม่เป็นเลย แล้ววัดพระแก้วจะไปถูกได้อย่างไง จะบอกทางให้คุณไปเส้นทางไหน ก็คงไม่มีประโยชน์แล้วค่ะ เอาเป็นว่าคุณเรียกแท๊กซี่ดีกว่าน่ะค่ะ แค่บอกว่าไปวัดพระแก้ว แท๊กซี่ทุกคนไปเป็นหมดเลยค่ะ ขอโทษน่ะค่ะที่ช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย”ริสา พูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้ จนเจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรค้างไปเลย

“ริสา!”เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อของหญิงสาว ดังออกมาจากทางด้านหน้าของล๊อบบี้ตัวตึก

“กรินทร์!”หญิงสาวเอ่ยชื่อคนเรียกออกมาทันที แต่ชื่อนั้นทำให้เจ้าชายแห่งราสอัลไคมาห์ หันกลับไปมองคนที่เธอเรียกทันที

“กรินทร์!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งชื่อสหายเก่าออกมาเช่นกัน

พระวรกายสูงสง่าของเจ้าชายหนุ่มแห่งราสอัลไคมาห์ รีบหลบเข้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ติดกับลิฟต์โดยสารอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หญิงสาวที่พระองค์อยากทำความรู้จักด้วยยืนอยู่เพียงลำพัง จนทำให้เจ้าหล่อนยืนงงด้วยความแปลกใจ

“อ้าว!หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังยืนอยู่เลย”ริสารำพึงเบาๆ

“ริสาจ๋า!”เสียงของชายคนรักเอ่ยเสียงหวาน ทันทีที่เห็นหน้าเธอ

“กรินทร์ มาเร็วจังเลยค่ะ ริสายังไม่ได้เป่าผมเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ

“ผมคิดถึงริสาจะแย่ ก็เลยเลื่อนนัดลูกค้าออกไปเป็นวันอื่น แล้วก็รีบมาหาคุณ ริสาของผมสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ แค่นี้ก็สวยบาดจิตบาดใจกวินทร์จะตายอยู่แล้ว โอ๊ย!หัวใจจะวายตาย เพราะใจทรมานความสวยของคู่หมั้นตัวเอง”ชายหนุ่มเอ่ยหยอกล้อคู่หมั้นสาว ก่อนจะโดนของดีกลับมา

“เผียะ!”ฝ่ามือน้อยๆ บรรจงตบเข้าที่ต้นแขนพอเป็นพิธีแก้อาการเขินอาย เมื่อชายคนรักกระเซ้าเธอแบบนั้น

“พอแล้วค่ะกรินทร์ อายคนอื่นเขาบ้างสิค่ะ”หญิงสาวเอ่ยห้ามปราม

“ไม่อาย!รักริสา ผมจะพูด ผมจะอวด ผมจะบอกทุกคนให้กับคนทั้งโลกให้รู้ว่า กวินทร์คนนี้รักริสามากแค่ไหน”ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า ทำท่าจะตะโกนบอกชาวประชาชีที่อยู่ในบริเวณนั้นออกมาดังๆ

“ผมรัก...อุ๊บ!”มือบางกระโดดป้องปากของคู่หมั้นหนุ่มด้วยความเขินอาย

“พอแล้วค่ะ ริสาเชื่อว่ากรินทร์รักริสา ไม่ต้องประกาศบอกคนอื่นหรอกค่ะ อายจะตายอยู่แล้ว น่ะ!น่ะ!คนดี”หญิงสาวเอ่ยบอก พร้อมส่งเสียงเว้าวอนดั่งลูกแมวร้องให้กับคนรัก มีหรือคนฟังจะไม่หยุด

“ไม่ต้องอ้อนแล้วจ๊ะ เดี๋ยวทนไม่ไหว ตบะแตกก่อนแต่งงาน อย่าไปอ้อนผู้ชายคนไหนแบบนี้น่ะ ริสา”กวินทร์เอ่ยบอกหญิงคนรัก

“ทำไมล่ะค่ะ ริสาไมได้ทำอะไรเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย

“โธ่แม่คุณ!ช่างไม่รู้อะไรเลย ก็ริสาอ้อนเสียงหวานแบบนี้ เป็นใครก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว ขนาดผมเองยังใจจะขาด จะตบะแตกก่อนแต่งงานไม่รู้กี่รอบแล้วคุณรู้ไหม”ชายหนุ่มเอ่ยบอก พร้อมเชยคางคู่หมั้นสาวขึ้นมองหน้าเขา

“ริสาเป็นคู่หมั้นของผม เพราะฉะนั้นผู้ชายหน้าไหนอย่าหวังเลยว่าจะเข้าใกล้คุณได้ เพราะผมรักผมหวงริสา ถ้าใครคิดจะมาจีบคุณ ต้องเจอดีกับผมแน่”กวินทร์เอ่ยบอกคู่หมั้นสาว

“คนขึ้หึง!ไม่มีใครกล้ามาจีบริสาหรอกค่ะ คุณเล่นจ้างบอดี้การด์คอยติดตามริสาตลอดเวลาทุกฝีก้าวแบบนี้ เวลาบินไปต่างประเทศ ใครจะไปกล้าล่ะค่ะ แค่เขาเห็นบอดี้การด์ของกวินทร์ ก็พากันกลัวหมดแล้ว” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมเขย่งปลายเท้าจุมพิตปลายคางคู่หมั้นหนุ่มรูปหล่อของเธอเบาๆ

“ริสารักคุณคนเดียวค่ะ ผู้ชายคนอื่นได้แค่มองเท่านั้นเพราะหัวใจของริสา มอบให้กวินทร์เท่านั้น”หญิงสาวเอ่ยบอกกับคู่หมั้นหนุ่ม จนทำให้คนฟังยิ้มกว้างด้วยความปลี้มใจ

“ผมก็รักริสา ชื่นใจจังเลยที่ได้ยินแบบนี้ ริสาคงหิวแล้ว ผมจะพาไปทานข้าวแล้วค่อยไปลองชุดแต่งงานที่สั่งตัดเอาไว้”ชายหนุ่มเอ่ยบอกคู่หมั้นสาวพร้อมจูงมือบางเดินออกจากตัวตึก ตรงไปที่รถสปอรต์คันหรูราคาแพงของเขา โดยมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตาม ตาไม่กระพริบ

เจ้าชายอัลมิลฮาจญ์ เสด็จออกจากห้องน้ำหญิง ซึ่งอยู่ใกล้ลิฟต์มายืนมองรถสปอรต์คันหรูของพระสหายเก่าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากคอนโดมิเนียมราคาแพง โดยมีสายตาของหญิงสาวชาวไทยหลายคู่จับจ้องพระพักตร์หล่อเหลาคมคายของพระองค์ ด้วยเพราะหลงเสน่ห์ในสิริโฉมที่น่าพิสมัย

“ว๊าย!เธอผู้ชายคนนี้หล่อจังเลย สงสัยจะเป็นคนอาหรับมั้งเนี่ย”

“ตายแล้ว!หล่อน่ากินมากเลยเคอะ ทำอย่างไงถึงจะได้มานอนกอด อยากได้หล่อๆ แบบนี้จังเลย”

เสียงสาวๆ หวีดว๊ายกันยกใหญ่ แต่เจ้าชายหนุ่มหล่อไม่สนพระทัย สิ่งที่พระองค์กำลังสนพระทัยอยู่ตอนนี้ก็คือ หญิงสาวที่พระองค์ทรงพึงพอพระทัย เจ้าหล่อนกลายเป็นคู่หมั้นของอดีตพระสหาย ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นศัตรูด้วยเหตุการณ์ในอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน ความแค้นยังฝังใจไม่มีวันลืม

“ผู้หญิงคนไทยคนนั้นชื่อริสา คู่หมั้นของกรินทร์!”พระองค์รับสั่งสุรเสียงเบาหวิว

นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายหนุ่ม ทรงพึงพอพระทัยอิสตรี ริสาต้องตาต้องใจพระองค์มาก สวยไปหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตไร้เดียงสาเวลาจ้องมองพระองค์ ทำให้เจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรจนลืมพระองค์ ยิ่งรอยยิ้มหวานด้วยแล้ว ตรึงอยู่ภายในพระทัยจนติดตา

“ฝ่าบาท!ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงของฟารีสดังขึ้น

เจ้าชายอัลมิจฮาจญ์ หันกลับไปตามเสียงเรียกของมหาดเล็ก พร้อมส่งสายพระเนตรดุเป็นการตำหนิมหาดเล็กคนสนิทให้รู้สึกตัวทันที

“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอยากเรียกแบบนี้ สอนไม่รู้จักจำ!”รับสั่งดุกลับไป

“เออ..ขอรับ ผิดไปแล้วขอรับนายท่าน ต่อไปจะจำให้ขึ้นใจเลยขอรับ นายท่านจะเดินทางไปเลยไหม เพราะกระผมว่าจ้างคนขับรถที่รู้จักเส้นทางในเมืองไทยเป็นอย่างดีมาแล้ว จะคอยทำหน้าที่ขับรถไปทุกที่ ตามที่นายท่านสั่งให้ไป แล้ววันนี้นายท่านจะไหนบ้างขอรับ”มหาดเล็กกราบทูลถามกลับไป แต่คำถามของมหาดเล็กทำให้พระองค์ส่ายพระเศียรไปมาทันที

“ไปวัดพระแก้วมั้ง!รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้จะไปไหน เป็นคนบอกกำหนดการให้เรา ยังจะมาย้อนถาม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งดุเสียงดังเป็นภาษาอารบิค พร้อมส่ายพระเศียรไปมาด้วยความอ่อนพระทัยกับอาการ หลงๆ ลืมๆ ของมหาดเล็กผู้ใกล้ชิด พระองค์เสด็จตรงไปยังทางออกของตัวตึกทันที โดยมีฟารีสวิ่งติดตาม

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “251USZ” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
251USZ
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ