ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก

ตึกสูงสามสิบสองชั้นแห่งนี้เป็นที่ตั้งอาณาจักรธุรกิจของตระกูลเศวตอัครเดชกุญชร บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ที่มีชื่อย่อว่า SAK ซึ่งกุมบังเหียนโดยสองพี่น้อง อย่างเชษฐ์และดวิน เศวตอัครเดชกุญชร

คนในวงสังคมชื่นชมในความรัก สมัครสมานสามัคคีของพี่น้องตระกูลนี้เป็นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่เกิดคนละแม่ พ่อเดียวกัน แต่ทั้งสองกลับเข้ากันได้ดีราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมา

แม้มารดาทั้งสองจะเสียชีวิตด้วยอุบัติรถยนต์อันน่ากังขา มีหรือที่เมียหลวงกับเมียน้อยจะยอมนั่งรถไปคันเดียวกันได้ การเสียชีวิตของภรรยาทั้งสอง ทำให้ประมุขของตระกูลตรอมใจ โรคภัยที่มีมาตามวัยจึงกัดกินและทำลายชีวิตท่านลงเสียอีกคน

เชษฐ์ในวัยยี่สิบต้น ๆ จึงขึ้นมาบริหารงานแทน เมื่อน้องชายที่จบปริญญาโทจากต่างประเทศก็มาช่วยอีกแรง สองพี่น้องแข็งขัน ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคจนบริษัทจัดอยู่ในแถวหน้าของวงการได้ในเวลาไม่กี่ปี

โดยมีเชษฐ์ในวัยสามสิบสองรับหน้าที่นั่งโต๊ะบริหาร ตามสายวิชาที่จบมา ประกอบกับความสุขุม ใจเย็น จึงเป็นที่กริ่งเกรงของลูกค้าและคนในบริษัท

ส่วนน้องชายวัยยี่สิบแปดรับหน้าที่ทำงานภาคสนาม คุมงานก่อสร้างต่าง ๆ ด้วยดวินเป็นคนคล่อง ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบพบปะผู้คน การออกไปตามที่ต่างๆ จึงเป็นงานที่เขาชอบและทำได้ดี

วนิษศา เป็นเลขาเชษฐ์มาห้าปี เธอรู้ใจเจ้านายทุกอย่าง และทำงานแบบถวายชีวิต หากเจ้านายยังไม่กลับบ้าน เธอก็ไม่กลับ มีบ่อยครั้งที่ทั้งสองอยู่ทำงานด้วยกันจนดึกดื่น

เชษฐ์เป็นคนยุติธรรม ให้โอทีเลขาตลอด จนบางเดือนเงินโอทีเกือบจะเท่าเงินเดือน แต่ต้องแลกกับการที่ชีวิตเงียบเหงา ไร้คู่ ไม่มีเวลาไปสังสรรค์กับเพื่อน เสาร์อาทิตย์ก็นอนชาร์จพลัง รู้ตัวอีกทีเธอก็อายุสามสิบแล้ว

ส่วนโอฬารหรือโอ่งเป็นเลขาดวิน หนุ่มคุณพ่อลูกหนึ่ง ผู้รักครอบครัว เจอกันทีไรมักอวดคลิปลูกในมือถือบ่อย ๆ ผิดกับเจ้านายที่มองเธออย่างหมิ่นแคลน แอบเรียกเธอลับหลังว่ายัยป้าแหวน ด้วยเธอเผลอหักหน้าครั้งเดียว เขาผูกใจเจ็บมาจนถึงบัดนี้

นิสัยเด็ก...โตแต่ตัวจริง ๆ

ชีวิตการทำงานและส่วนตัววนิษศาดำเนินไปอย่างราบรื่น...จนกระทั่งงานเอาท์ติ้งของบริษัท ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะไปเที่ยวทะเล จองโรงแรมและห้องจัดเลี้ยงกันเสร็จสรรพ และเดินทางกันในวันหยุดสุดสัปดาห์

งานนี้เชษฐ์อนุญาตให้ดื่มเหล้าแบบไม่อั้น ตอบแทนทุกคนที่ทำงานเหนื่อยยากกันมาหลายเดือน พนักงานทุกคนจึงปลดปล่อยและสนุกสนานครื้นเครงกันแบบไม่มีใครยอมใคร

“ไปดื่มกับทุกคนเถอะ ไม่ต้องคอยดูแลผม” เชษฐ์บอกขณะเธอคอยรินเหล้าให้เขา

“สนุกให้เต็มที่นะหนูแหวน”

เจ้านายยิ้มจนตาหยี ในโต๊ะผู้บริหาร ขณะนี้มีเชษฐ์ เธอ โอฬาร กับผู้อำนวยการฝ่ายอยู่อีกสามคนนั่งกันอยู่

“พรุ่งนี้ไม่ต้องโทรปลุกผมก็ได้ เช็กเอาท์สายหน่อยคงไม่เป็นไร”

เขาใจดีและเข้าใจพนักงานที่อยากดื่มเต็มที่ ไม่ทันไรผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่คุ้นกันดีก็มาชนแก้ว แล้วดึงมือเธอไปเต้นหน้าเวทีด้วยกัน วงดนตรีที่จ้างมาทำการบ้านมาดี เล่นเพลงยุคพวกเธอยังวัยรุ่น จึงได้ปลดปล่อยกันชนิดลืมอายุจริง

วนิษศาดื่มเหล้าไปหลายแก้วแทบนับไม่ได้ เธอหัวเราะตลอดเวลาและโลกก็หมุนวิ้ง ๆ

“ป้าแหวนจะกินเหล้าหรืออาบเนี่ย” ร่างแน่งน้อยชนใครบางคนจนเซปะทะอกแข็ง ๆ

“เมาแล้ว...กลับห้องไป” เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยดังเอ็ด

“ฉันยังไม่เมา...เอิ้ก” แว่นเคลื่อนจนเกือบถึงปลายจมูก เธอจึงเห็นภาพเขาราง ๆ

“ไม่เมาได้ยังไงป้า เห็นแล้วขัดลูกตาจริง มานี่!” เขาลากเธอออกมาจากงาน “อยู่ห้องไหนจะพาไปส่ง”

เธอกับเขาอยู่กันหน้าลิฟต์

“ไม่เอา ฉันอยากสนุกต่อ” วนิษศาค้านเสียงอ้อแอ้

“นี่ป้ารู้สภาพตัวเองไหม”

“ฉันไม่ใช่ป้านะ เพิ่งแค่เต็มสามสิบ ไม่มีหลานด้วย” คนเมาแต่ไม่ยอมรับแว้ด ระดมกำปั้นเท่าที่แรงมีทำโทษเขา

“เอ้า! คิดว่าอายุมากกว่านั้น เห็นแต่งตัวเป็นป้ามาทำงานทุกวัน”

เขาหัวเราะพร้อมประตูลิฟต์เปิดออก ด้วยเหตุที่สุราปลดปล่อยประสาทแห่งความยับยั้งช่างใจลง มือเล็กผลักคนตัวโตกว่าเข้าลิฟต์ ประกบปากจูบเขา

ไม่คิดว่าริมฝีปากผู้ชายจะนิ่มขนาดนี้ ตัวเขาก็หอม กลิ่นกายสดชื่นเหมือนลมทะเลในยามเช้า วริษศาสูดดมผ่านผิวเนื้อหนุ่ม

“ฉันไม่ใช่ป้า เข้าใจไหม”

ดวงตาโตหลังแว่นวาบวับ หน้าซ่านแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

“จะยั่วผมหรือยังไง” เขาเสียงทีเล่นทีจริง ขณะลิฟต์เคลื่อนไปด้านบนช้า ๆ “ผมไม่ชอบสาวอย่างป้าหรอกนะ”

“เคยลองแล้วหรือไงถึงบอกว่าไม่ชอบ” ยางอายที่เคยมีหายไปหมด

“สวยกว่าป้าผมก็ฟาดเรียบมาแล้ว”

วนิษศาหมั่นไส้คนช่างโม้ จึงประกบปากจูบเขาใหม่ คราวนี้อีกฝ่ายตอบรับ โดยการสอดเรียวลิ้นอุ่นเข้ามา ชำแรกรับรสหวานในโพรงปาก

“อื้อ...”

เธอคราง ตาโต พยายามถอนริมฝีปากออก แต่เขายกมือสอดเข้าใต้ท้ายทอยเธอ บังคับให้หยุดนิ่ง รับจุมพิตร้อน มือที่เคยลงโทษเขา กลับขยุ้มกลางเสื้อ

“ปล่อย...” หญิงสาวบอกเสียงผะแผ่ว เมื่อเขาเปลี่ยนเป้าเหมายเป็นใช้ริมฝีปากดูดดึงริมฝีปากเธอ

“เมื่อกี้นี้ยังปากดีอยู่เลยนี่ป้า” เขาหัวเราะ

“ฉันไม่เคยจูบกับใคร”

สุราทำให้เธอซื่อตรงอย่างเหลือเชื่อ

“โกหกน่า ป้าสามสิบแล้วนะ”

“เพิ่งจะสามสิบต่างหาก” เธอเง้างอด ไม่ชอบที่จะย้ำอายุตัวเอง

“ยังซิงอยู่ใช่ปะ” เขาคาดได้ถูกเป๊ะ

“แล้วไง”

“ผมว่าป้ากลับไปนอนที่ห้องเถอะ” ตาคมมองเลขชั้นลิฟต์ ซึ่งหยุดลงที่ชั้นห้องสวีทของเขา

“คุณจูบฉัน แล้วไม่อยากได้ฉันเหรอ”

คนได้ยินเลิกคิ้ว

“ป้านี่ไวไฟกว่าที่คิดนะ”

“อย่าเรียกว่าป้า...ฉันไม่ชอบ”

เธอจุมพิตเขาซ้ำ เลียนแบบที่เขาทำ ใช้ลิ้นสอดแทรกทักทาย แรก ๆ ก็กล้า ๆ กลัว แต่เมื่ออีกฝ่ายเล่นด้วย โดยการเกี่ยวกระหวัดลิ้น อุณหภูมิในลิฟต์จึงร้อนฉ่า มือใหญ่สำรวจตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอด จนถึงแก้มก้นกลมกลึงใต้เนื้อผ้า

“คุณกำลังเล่นกับไฟนะหนูแหวน” เขาเรียกเธอเหมือนที่พี่ชายเรียก

“ฉันไม่กลัวโดนเผา”

กายล่างเขาขยับชิดเธอ รับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ตื่นตัว เขากำลังกระหาย...อยากกิน

“แค่เจ็บนิดเดียว” วนิษศาบอกโดยไม่รู้เลยว่าน้ำเสียงตนนั้นกระเส่าขนาดไหน

“งั้นมาลองดูกัน” ชายหนุ่มบอก...และเขาต้องได้กินเสียด้วย

ปากหนาประกบจุมพิต รวบร่างอรชรขึ้นอุ้มแล้วพาเข้าห้อง วางเธอลงบนเตียงนอน กระโปรงเธอถลกสูงเกือบถึงขาอ่อน เนื้อตัวแดงเพราะฤทธิ์เหล้า ผมที่เคยมวยไว้รุ่ยสยาย ริมฝีปากเจ่อแดงเพราะการดูดดึงของเขา

วนิษศาดูยั่วยวนและเสเพลบนเตียงสีขาว ยามเขาโน้มกายเข้าหา มืออุ่นของเธอแทรกเข้าไปในเชิ้ต กระตุกออกจนกระดุมหลุด

“คุณทำลายข้าวของผม” เขาหัวเราะเพลินกับการได้ขบเม้มทิ้งรอยไว้บนเนื้อนวลขาว

“เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่”

ใจป้ำเสียด้วย ชายหนุ่มไต่ไล่ชิมรสหวานจนมาถึงอกอวบ ภายใต้บราเซียร์สีอ่อนปรากฏปทุมคู่งาม อลังการกว่าที่คิด ซ่อนรูปกว่าที่เห็น

เขาชื่นชมด้วยลิ้นทักทาย เมื่อยอดอกแข็งชูชันก็ใช้ริมฝีปากประกบ จมูกดอมดมกลิ่นเนื้อสาว

วนิษศาผวาเฮือก ใช้สองมือจิกไหล่เขาไว้ ร่างกายร้อนรุ่มและหวามไหว ยิ่งจิกแน่นยามเขาเอามือข้างที่ว่างคลึงเคล้นปทุมถันคู่งาม ความกระสันแล่นไปทั่วร่าง โดยเฉพาะส่วนสาวสงวนที่เต้นตุบตับ

“ช่วยที”

เธอดึงมือเขาลดลงสู่กายล่างใต้สะดือ ยามนิ้วแข็งแกร่งสัมผัส รู้สึกสมองหมุนเคว้ง ล่องลอยสู่ขอบจักรวาล เขาเพิ่มนิ้วจากหนึ่งเป็นสอง เกรงความคับแน่นจะไม่พอดีกับขนาดกายเขา

แรก ๆ เคลื่อนเข้าออกเนิบช้าเพื่อให้เธอชิน ก่อนกัดฟันกรอดเมื่อถูกบีบรัดยิ่งแน่นขึ้น จนใต้กางเกงเริ่มเต้นร่า ต้องการปลดปล่อย แต่เขาต้องจัดการเธอให้พร้อมก่อน

“อา...” หญิงสาวกระตุกกาย เมื่ออารมณ์พุ่งสู่วิมานฉิมพลี ผิวนิ่มขาวสั่นเทิ้ม ระบายลมหายใจยาว เขาจึงรู้ว่าเธอพร้อมแล้ว

ชายหนุ่มถอดกางเกงตนโดยพลัน ความใหญ่โตดีดเด้งขึ้นมาทันที วนิษศาปรือตาดูส่วนที่เป็นของเขา ใจกลับมาระทึกเมื่อคิดได้ว่าสิ่งนั้นกำลังเข้ามาในร่างกายตน

“อย่าเกร็งครับคนดี” เขาบอกเมื่อรู้ได้ถึงแรงเล็บที่จิกเต้นแขน

“ทำตัวสบาย ๆ” เสียงปลอบทุ้มละมุนเหมือนเธอเป็นเด็ก ๆ เธอรับเขาเข้าได้แค่ครึ่งเดียว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

เขาขยับช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป สะโพกสอบเคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล ระหว่างนั้นก็จุมพิตทั่วใบหน้านวล เพื่อให้คลายกังวล

การกระทำแบบรักษาน้ำใจของเขา ทำให้กล้ามเนื้อเธอไม่เคร่งเครียด ตอดน้อยลงจนเขาสามารถเข้าไปได้ทั้งหมด

เขาระบายลมหายใจยาว ก่อนขยับเข้าออกใหม่ ครั้งนี้ค่อยเพิ่มระดับความแรงขึ้นจนคนใต้ร่างครางเสียงหวาน สะโพกโจนจ้วงเหมือนท่อลูกสูบ บดเบียดกล้ามอกแข็ง ๆ กับปทุมถันหยุ่นนิ่มของเธอ

เสียงครางของหนุ่มสาวดังไปทั่วท้อง สลับเสียงเอียดอาดของเตียงยามทำกิจกรรมเข้าจังหวะ เขาคำรามหนักเมื่อการโจนจ้วงครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง กายเขายังไม่ถอนออกจากเธอ แม้จะอ่อนลงแล้ว ต่างคนต่างหอบหนัก ราวไปวิ่งทางไกลมาทั้งคู่

“อีกรอบนะ”

การที่แก่นกลางได้ในเนื้ออบอุ่นและตอดรัดดีขนาดนี้ ทำให้แก่นกายแข็งขันขึ้นมาโดยง่าย

“ฉันอยากลองวูเมนออนท็อป”

เธอนึกถึงหนังโรแมนติกที่เคยดู...โรแมนติกจริง ๆ นะ เพราะมีฉากนี้แค่เสี้ยววินาที

“เอาสิ”

เขาเคลื่อนกายตนลง ยกร่างโปร่งบางขึ้น โดยจุดเชื่อมต่อของทั้งสองคนยังไม่เลื่อนหลุด พอได้มองเขาจากวิวสูงแบบนี้ เธอจึงเพิ่งเห็นว่าไหล่เขากว้างเพียงใด

“ทำตามที่คุณอยากได้เลย”

มือเขาประคองสะโพกขาวผ่องไว้ เธอเริ่มขยับ เมื่อรู้สึกถึงความคับแน่นที่ดิ้นเร่าอยู่ในตัว ชักสนุกยามเขาสีหน้าเหยเกเมื่อเธอสั่งให้ส่วนอ่อนนุ่มตอดรัด

“คุณกำลังจะฆ่าผมนะหนูแหวน” เขาครางเคล้นก้อนเนื้อนิ่มจนน่ากลัวว่าจะเป็นรอย

“อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ ฉันไม่อยากเป็นฆาตกร”

ริมฝีปากบางพรายยิ้ม ค่อยขยับรูดขึ้นลงตามใจต้องการ

“คุณใจร้าย...”

เธอหัวเราะคิก โน้มกายลงไปประกบปากคนทรมาน ขยับต่อจนรู้สึกถึงกระแสอุ่นที่แตกซ่านในตัวเธอ

วนิษศาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหนักในศีรษะ ปากก็แห้ง มือควานหาแว่นที่ตนมักถอดวางไว้หัวโต๊ะ แต่วันนี้ว่างเปล่า มือเธอจึงคลำเปะปะ บนเตียงนอนเพื่อหาแว่นที่อาจเผลอลืมวางไว้

“อย่าปลุกผมน่า ถ้าไม่อยากโดนทำอีกรอบ” เสียงทุ้มทำเอาหญิงสาวชะงัก

“คุณเป็นใครน่ะ” พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “แว่นตาฉันอยู่ไหน”

เขาลุกขึ้น หยิบแว่นตาเธอที่ตกข้างเตียงมาสวมให้

“อยู่ด้วยกันทั้งคืน ยังถามอีกว่าฉันเป็นใครนะหนูแหวน”

ดวินยิ้มแกมหัวเราะ เธอหน้าซีดมองหน้าอกเปลือยเปล่าของเขา แล้วเปิดดูท่อนล่างของตัวเองที่ใต้ผ้าห่ม...ล่อนจ้อน ไม่มีอะไรปกปิด

ตาโตกวาดหาเสื้อผ้าตัวเองที่กระจัดกระจายบนพื้นห้อง บราเซียร์กับแพนตี้ตัวน้อยอยู่ใต้ตั่งหน้าเตียง เช่นนั้นแล้วเลยลุกพรวดขึ้นไปเก็บของส่วนตัวทุกชิ้น รีบเข้าห้องน้ำ ใส่มันบนตัวอย่างรวดเร็ว

กระจกห้องน้ำฉายภาพเธอ สภาพหัวฟู เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยดูดแดง ยุงตัวร้ายไม่ใช่ใครที่ไหน คงเป็นคนนอนอยู่บนเตียงนั่นแล

“บอกพี่เชษฐ์กับโอ่งด้วย ว่าผมจะขับรถกลับเอง ไม่ต้องรอ” ชายหนุ่มกลับไปหลับตานอนบนเตียงเหมือนเดิม

“อย่าลืมซื้อยาคุมฉุกเฉินกินด้วยล่ะ เมื่อคืนผมไม่ได้ใส่ถุงยาง” เขาบอกความจริงที่ทำให้เลือดในกายเธอกลายเป็นน้ำแข็ง “ผมยังไม่อยากมีลูก”

หนูแหวน...แขนอ่อน อันหลังนี้ดวินต่อเอง เธอเป็นเลขาแสนเนี้ยบของเชษฐ์ ตามติดเป็นเงาตามตัว เรียกเมื่อไรมาเมื่อนั้น พร้อมใบหน้านิ่ง ดวงตาเฉยเมยภายใต้แว่นทรงกลม ผมไม่เคยเปลี่ยน ม้วนเป็นมวยทรงป้าอย่างไรก็อย่างนั้น

เป็นหนึ่งในหมู่คนที่ชื่นชม ล้อมหน้าล้อมหลังพี่ชาย ดวินรักเชษฐ์ และรู้พี่ก็รักตน แต่เขาไม่ชอบการเปรียบเทียบ

เชษฐ์เก่งทำได้ทุกอย่าง เป็นที่เคารพของผู้คน ขณะเขาถูกมองว่าไม่เอาถ่าน ผลการเรียนกลาง ๆ ชอบสนุกเที่ยวเล่นไปเรื่อย

คนบางคนยิ้มให้เขาต่อหน้า แล้วแอบไปนินทาลับหลัง แต่บางคนแสดงออกเลยว่าไม่ชอบเขา อย่างยัยเลขาหนูแหวนแขนอ่อนคนนี้

ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสาวไหนไม่หลงเสน่ห์รอยยิ้มเขา แต่เลขาพี่มองเขาด้วยความเฉยชา ถามคำตอบคำ เธอสนใจคลิปลูกโอฬารมากกว่าเขาเสียอีก

แต่เมื่อคืนเลขาเฉิ่มเชยกลับแปลงร่างเป็นนางแมวยั่วสวาท เคล้าคลอ นัวเนียจนเขาเคลิ้ม ยอมให้เธอกินกลางตลอดตัว คึกจนถุงยางไม่ได้ใส่

วนิษศาไม่ใช่เด็กแล้ว เธออายุสามสิบ (ฟังจากที่เจ้าตัวบอก) เธอควรรู้ว่าต้องทำยังไงต่อ

“แล้วถ้าพลาดล่ะ”

เสียงในสมองถามยั่วล้อ...ถึงตอนนั้นค่อยคิดก็แล้วกัน เขาซุกกายหลับต่อไปในผ้าห่มอุ่น

รายชื่อตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ