เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ฉุดให้ร่างบางที่กำลังยืนนิ่งจมดิ่งอยู่กับความคิดอยากเอาตัวรอดของตนเองหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะหันขวับมามองพร้อมกับตั้งท่าหลีกหนีทีไล่ ขยับถอยออกห่างจนแผ่นหลังไปชนกับขอบตู้ขนาดใหญ่ ดวงตาดำขลับจ้องฝ่ายตรงข้ามราวกับกวางสาวที่ระแวงภัย ในใจก็ครุ่นคิดถึงวิธีเอาตัวรอดตลอดต่างๆ นานา ก็สายตาท่าทางคุกคามของราชาหนุ่ม ราวกับเจ้าป่ากำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม และเธอก็กำลังมาถึงทางตันเมื่อร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกขวางทางเธอเอาไว้
“ว้าย!”
โดยไม่ทันคาดคิด อยู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมากระชากผ้าคลุมหน้าออกจากใบหน้าสวยซึ้งอย่างแรง เผยให้เห็นเรียวหน้ารูปไข่สวยงามหมดจดเต็มตาแทบจะทันที ทว่าสายตาที่ชีคหนุ่มมองเธอ กลับไม่ใช่แววตาที่ชื่นชมหลงใหลเหมือนผู้ชายทั่วไปที่มักมองเธอด้วยความใคร่กระหายรักเสมอๆ แต่ดวงตาของชายหนุ่มวาววับราวกับดวงตาของพญาเหยี่ยวที่หมายจะตะครุบเหยื่อเสียมากกว่า
มือกร้านแข็งดุจคีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางเล็กเมื่อหญิงสาวสะบัดหน้ามาหาหมายจะด่าทอคนหยาบคายไร้มารยาทให้เจ็บแสบ แต่เธอกลับไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ เพราะถูกบีบที่ปลายคางจนเจ็บร้าว มิหนำซ้ำร่างเล็กยังถูกดันให้ชิดฝาผนัง สองมือบางพยายามแกะคีมเหล็กออกไปให้พ้นจากใบหน้า แต่ก็ไร้ผล
“หยุดดิ้น! แล้วตอบคำถามข้ามา” ตะคอกเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับดวงตาวาวโรจน์ที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว
แววหวาดหวั่นตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาสีนิล เมื่อได้ยินเขาตะคอกถามเสียงดังไร้ความอ่อนโยน เธอทำผิดอะไรหรือเขาถึงต้องใช้กำลังและมองเธอด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้ ทำไมถึงไม่ถามเธอดีๆ หรือคิดว่าตนเองเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่แล้วจะใช้กำลังอำนาจข่มเหงสตรีอย่างไรก็ได้ ‘ไอ้ชีคจอมโหด!’ หญิงสาวสบถด่าชีคหนุ่มทางสายตา
“เจ้าคบกับราเชลมานานแค่ไหนแล้ว” ถามเสียงเข้ม มือกร้านคลายออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตอบคำถาม
“ฉะ...ฉันไม่ได้คบกับเขา ปล่อยฉันก่อนได้ไหม ฉันเจ็บนะ! ” พรีมรตาอดไม่ได้ที่จะตวาดแว้ดใส่คนร้ายกาจชอบใช้กำลัง ก็เธอเจ็บจริงๆ นี่ แต่มันเจ็บที่ใจมากกว่า
“โกหก!” ตะคอกใส่หน้าอีกครั้งเสียงดังมากกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยมือกร้านออกจากปลายคางเล็กอย่างหงุดหงิด แล้วไต่สวนต่อด้วยใบหน้าถมึงทึง มองนางระบำสาวด้วยสายตาจับผิดตลอดเวลา
“ฉันไม่ได้โกหก” โต้ตอบออกไปหอบๆ ด้วยหัวใจเต้นระทึก ยังนึกไม่ออกว่าจะหาหนทางหนีออกไปจากวังนี้ได้อย่างไร อย่าว่าแต่จะคิดหนีออกไปจากวังนี้เลย แค่จะหาทางหนีออกไปจากห้องนอนของไอ้ชีคหน้าโหดนี่จะได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่อย่างไรเสียผู้หญิงอย่างพรีมรตาก็จะไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาข่มเหงรังแกเธอได้ง่ายๆ หรอก ไม่เชื่อก็คอยดู
“บอกมา ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน! ” อีกครั้งที่เขาตะคอกถามเสียงดังใส่หน้า นัยน์ตาดุดันน่ากลัว
“ฉะ...ฉันไม่รู้! ฉันก็กำลังตามหาเขาอยู่เหมือนกัน” โต้ตอบออกไปเสียงดังเช่นกัน พลางหอบหายใจสะท้อนถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโหและหวาดกลัวพอๆ กัน ก็เขามาตะคอกใส่หน้าเธอทำไมล่ะ ทำไมไม่รู้จักถามดีๆ แล้วทำไมจะต้องใส่อารมณ์กับเธอด้วย แล้วก็ยังจะมองเธอด้วยสายตาอำมหิตแบบนี้อีก
ดูท่าทางคนฟังเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูด ดวงตาสีสนิมคมกล้าวาวโรจน์ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้จนชิดด้วยท่าทางคุกคาม ฝ่ามือใหญ่สองข้างยกขึ้นทาบกับฝาผนังเป็นกำแพง กักกันร่างเล็กไว้ในกรงแขน จนยากที่เหยื่อสาวจะขยับหนีไปทางไหนได้ คงได้แต่ยืนนิ่งแทบลืมหายใจ ไม่รู้ว่าไอ้ชีคบ้านี่มันโกรธแค้นผู้ชายที่เธอกำลังตามหาอะไรนักหนา ถึงได้ดูโมโหโกรธาเธอมากมายขนาดนี้
“จะให้ข้าเชื่อเจ้าได้อย่างไร พรีมรตา อย่ามาลูกเล่นกับข้า”
ดวงตาคู่สวยไหวระริกทั้งหวาดหวั่นทั้งสงสัย เขารู้จักชื่อเต็มๆ ของเธอได้อย่างไร แล้วเขาจะเอายังไงกับเธออีก ตอบความจริงไปก็ไม่เชื่อ หรือจะต้องปั้นเรื่องโกหกเขาถึงจะยอมเชื่อ สาวน้อยพยายามทำใจดีสู้เสือ ตั้งใจจะไม่หยาบคายกับเขา แล้วตั้งสติ หายใจเข้าปอดลึกๆ
‘ลองถามหยั่งเชิงเขาดูก่อนดีกว่า เผื่อจะรู้ข้อมูลอะไรบ้าง’
“ท่านรู้จักชื่อของฉันได้อย่างไร”
“เจ้ามีหน้าที่แค่ตอบคำถามข้า ไม่มีสิทธิ์มาย้อนถามข้า เข้าใจไหม! ” เขาจุดต่อมโมโหหญิงสาวด้วยการตะคอกใส่หน้าเธออีกครั้ง
“พูดดีๆ ก็ได้นี่ ทำไมต้องตะคอกใส่กันด้วย หูของฉันไม่ได้หนวกนะ” อยู่ใกล้แค่นี้ยังตะคอกเสียงดังอยู่ได้ ‘ไอ้ชีคบ้า ไอ้ชีคเลว ไอ้ชีคจอมโหด’
“ไม่ต้องมาด่าข้าด้วยสายตา ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” คราวนี้ถามเสียงเข้มหนักลอดไรฟันเบาๆ ทว่าสายตาวาววับของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่แทบจะเชือดเฉือนเนื้อหนังของเธอให้ขาดวิ่นออกเป็นชิ้นๆ ได้
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ ฟังไม่เข้าใจหรือยังไง! ”
“อย่าบังอาจมาขึ้นเสียงกับข้า หรือเจ้าอยากท้าทายอำนาจของข้าใช่ไหม แม่แกะน้อย” ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยสากเคราเขียวครึ้มก้มต่ำลงมาใกล้ ใบหน้าสวยเอียงหนีอย่างขยาด ออกแรงยันอกแกร่งให้ออกห่างสุดแรงแต่แรงเท่ามดหรือจะสู้แรงของพญาราชสีห์
“ปล่อยฉันนะ! อึ๋ย ไอ้ชีคบ้า แกจะทำอะไรฉัน! อ๊าย...ไม่นะ!” ร่างเล็กในอ้อมแขนหลบหลีกพัลวัน คำหยาบคายหลุดออกมาอย่างลืมตัวด้วยความโกรธจัด เมื่อโดนรังแกจนแทบจะหมดหนทางสู้ แต่หญิงสาวก็พยายามจะต่อสู้ดิ้นรนสุดแรง จนเสียหลักล้มลงไปบนเตียงกว้าง เปิดโอกาสให้ร่างใหญ่ลงมาทาบทับจนแทบจะหายใจไม่ออก ดีที่เขายังปรานีอยู่บ้างที่ขยับกายยกขึ้นเป็นคร่อมทับด้วยศอกแทน
“แรงเยอะไม่ใช่เล่นนะ ตัวแค่นี้ ดูซิ...ว่าเจ้าจะยังปากแข็งได้สักกี่น้ำ”
“ทะ...ท่านจะทำอะไร” ใบหน้าสวยซึ้งเริ่มซีดเผือด ร่างเล็กเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว คำร่ำลือที่ว่าเขาเป็นชีคใจโหดใจมารป่าเถื่อน มันเป็นความจริงหรือนี่ มันกำลังจะใช้กำลังบังคับข่มขืนเธอใช่ไหม ไม่นะ...
“กรี๊ดดด! ช่วยด้วยค่า! ช่วยฉันด้วย!”
“เจ้าจะร้องกรี๊ดๆ ทำไม หา! ” มือเล็กถูกจับกดให้จมไปกับที่นอน พร้อมกับคำถามแข็งกร้าวด้วยความโมโห เพราะเสียงของเธอทำให้หูของเขาแทบระบม
“ก็ท่านกำลังจะทำอะไรฉันล่ะ”
“ข้าจะทำอะไรเจ้าน่ะหรือ กำลังคิดอยู่” แววตากระเหี้ยนกระหือรือมองเหยื่อสาวจอมพยศอย่างเจ้าเล่ห์น่ากลัว
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน”
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” เขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาตั้งใจจะทำจริงๆ แม้ว่านางจะเป็นคนรักของศัตรูก็เถอะ เขาไม่รังเกียจหรอก
‘จะบอกไปตามความจริงดีหรือเปล่านะ ว่าเธอมาที่ประเทศนี้ด้วยจุดประสงค์ใด’ แต่พอคิดๆ ดูแล้ว ‘ไม่ได้หรอก บอกไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่รู้แน่ชัดด้วยว่าราเชลอยู่ที่ไหน แต่ถ้าหากตอบไปว่าไม่รู้เขาก็คงไม่เชื่อเธออีก สงสัยคงจำเป็นต้องสร้างเรื่องโกหกแล้วกระมังเขาถึงจะเชื่อแล้วยอมปล่อยเธอไป’ พรีมรตาคิดใคร่ครวญไม่กี่วินาทีก็ตัดสินใจได้ในที่สุด
‘เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน โกหกเพื่อเอาชีวิตรอดไปจากไอ้ชีคใจโหดนี่ มันคงไม่บาปหรอกนะ’ พรีมรตาคิด พลางช้อนสายตาประสานเข้ากับดวงตาวาววับที่รอคอยคำตอบของชีคหนุ่มด้วยดวงตาไหวระริก ริมฝีปากเล็กสีชมพูสดเริ่มอ้าเผยอเตรียมโป้ปดออกไป
“ฉันบอกก็ได้ แต่ว่า...ถ้าฉันบอกท่านไปแล้ว ท่านต้องปล่อยฉันไปนะ” หญิงสาวยื่นข้อต่อรองเสียงสั่นๆ ทั้งที่พยายามบังคับให้น้ำเสียงของตนเองมั่นคงสุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล ความรู้สึกทั้งกลัวทั้งประหม่าต่อสายตาแสนเสน่หาที่สะกดให้อิสตรีหลงใหล มันคอยจะทำลายสติของเธอให้กระเจิดกระเจิงตลอดเวลา ทว่าความหวาดกลัวว่าเขาจะทำตามที่ขู่มีมากกว่าความรู้สึกอ่อนไหวที่วูบขึ้นมาในหัวใจเพียงเสี้ยววินาที
“มันขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้า สาวน้อย ถ้าคำตอบของเจ้าไม่เป็นที่พอใจ ข้าอาจจะทำมากกว่าจูบก็ได้” คราวนี้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปนยียวนฉาบขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูคล้ายโจรบ้ากามไม่มีผิด พรีมรตายังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างหนาด้วยความหวาดหวั่นแกมสะอิดสะเอียนสายตาแทะโลมของชีคใจโหด
“ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว ราเชล...ราเชลอยู่ที่รัฐ...รัฐบาร์การู” โชคดีที่เธอจำเรื่องที่ปู่ของเธอเคยเล่าให้ฟังในวันแรกที่มาถึงได้ ว่าประเทศซาร์เนเวียร์มีสองรัฐคือรัฐโอลัลนาร์และรัฐบาร์การู และปันจาร์อาจจะถูกตั้งเป็นรัฐที่สามของซาร์เนเวียร์เป็นอันดับต่อไป แต่ว่าไอ้รัฐบาร์การูมันอยู่ที่ไหนเธอก็ยังไม่รู้ แต่ก็ช่างเถอะ ว่าแต่โกหกออกไปแบบนี้เขาจะเชื่อเธอไหมเนี่ย
สายตาที่มองมาอย่างจับผิดตลอดเวลา กวาดมองไปทั่วดวงหน้างดงามเพื่อค้นหาพิรุธ เขาควรเชื่อนางอย่างนั้นหรือ นางอาจโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดก็เป็นได้ แต่ว่าตอนนี้สาวน้อยคนนี้ก็เหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือของเขาอยู่แล้วนี่ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด จับนางไว้เป็นเชลยก่อนก็ได้ จนกว่าจะตามหาองค์รัชทายาทกำมะลอได้สำเร็จค่อยปล่อยนางไปก็คงไม่เสียหายอะไร
“อยู่ที่บาร์การูอย่างนั้นหรือ ตกลง...ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ว่าเจ้าจะต้องติดตามข้า ไปตามล่าไอ้ราเชลคนรักของเจ้าจนเจอ แล้วข้าจะฆ่ามันทิ้งเสีย”
“ละ...แล้วทำไม ท่านต้องฆ่าเขาด้วยล่ะ”
“เพราะมันคือลูกชายของโอมาร์ ราสชิด อัลฟาฮาร์ ยังไงล่ะ ข้าจะฆ่าสายเลือดของไอ้โอมาร์ทุกคน”
“ไม่นะ! ท่านจะฆ่าเขาไม่ได้นะ เขา...”
ไม่ได้หรอก...เธอจะยอมให้ราเชลตายไม่ได้เด็ดขาด แต่จะบอกความจริงออกไปก็ไม่ได้อีก เพราะราเชลเป็นถึงทายาทขององค์ราชาโอมาร์ที่เขาคิดจะฆ่า และเป็น...พรีมรตาคิดหนัก เธอจะยอมให้คนที่เธอรักมารับเคราะห์กรรมที่ไม่ได้ก่อได้อย่างไร แล้วแค่เกิดเป็นลูกชายของศัตรูต้องรับโทษถึงตายเชียวหรือ ทำไมไอ้ชีคบ้านี่ถึงได้มีใจคอโหดเหี้ยมนัก
“ดูท่าทางของเจ้า คงจะเป็นห่วงไอ้ราเชลมันมากสินะ อยากตายแทนมันหรือไง หึ...ชีวิตของเจ้าแลกกับชีวิตของมันไม่ได้หรอก”
จบประโยคห้วนห้าวร่างหนาก็ลุกขึ้น มองไปทางร่างบางอย่างเหยียดหยาม นางสวยน่ากินมากทีเดียว แต่ไม่น่าไปเป็นคนรักของไอ้ลูกราชากำมะลอนั่นเลย สงสัยคงมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้วสินะ ถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยกันนัก เขาไม่อยากแตะต้องผู้หญิงของศัตรูนักหรอก ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่นึกรังเกียจเท่าไร แต่พอเห็นนางทำท่าเป็นห่วงเป็นใยศัตรูของเขาขึ้นมา ชีคหนุ่มก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้
“พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวออกเดินทางกับข้า” สั่งเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
พรีมรตารีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างโล่งอก ‘เกือบไปแล้วไหมล่ะ ว่าแต่คืนนี้เธอจะต้องค้างที่วังแห่งนี้น่ะหรือ แล้วจะให้นอนห้องไหน อย่าบอกนะว่าต้องนอนในห้องนี้ ตายล่ะ...ชุดเปลี่ยนก็ไม่มี หากคิดจะหนีออกไปด้วยชุดส่าหรีแบบนี้ก็ไม่สะดวกน่ะสิ’ คนที่ตกอยู่ในฐานะเชลยคิดอย่างว้าวุ่นใจ รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อยังคิดหาทางออกให้ตนเองไม่ได้
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งดวงตะวันลาลับผืนทราย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีหม่นและมืดลงในที่สุด ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอีกครั้ง ก็เห็นสาวใช้ยกถาดอาหารมาเสิร์ฟ พรีมรตานั่งทานอาหารเย็นเพียงลำพังคนเดียว เธอพยายามกินให้อิ่มเพื่อที่จะได้มีแรงหนีหรือไม่ก็มีแรงเอาไว้ป้องกันตัวหากถูกคนชั่วรังแกอีก
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากทานข้าวอิ่ม ฟีน่าก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าของสตรีที่อยู่ในมือ นางเอามาวางไว้บนปลายเตียง ก่อนจะเดินมาหาเชลยสาว มืออวบดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วส่งยิ้มมาให้พรีมรตาอย่างเป็นมิตร
“ท่านชีคบอกให้เอาชุดมาให้นายหญิงเจ้าค่ะ” คำสรรพนามที่ใช้เรียกพรีมรตาเปลี่ยนไปจากเดิม จาก ‘มิส’ เป็น ‘นายหญิง’ คนที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามใหม่ที่ชวนขนลุกมองหน้าสาวใช้ที่อายุน่าจะมากกว่าเธอหลายปีด้วยแววตาคำถามทันที ฟีน่าเรียกเธอว่า ‘นายหญิง’ มันหมายความว่าอย่างไรกัน
“อีกสักประเดี๋ยว ฮานะจะมาอาบน้ำให้กับนายหญิงนะเจ้าคะ” บอกเสร็จก็เตรียมตัวจะหันหลังเดินกลับออกไป
“เดี๋ยวสิ ฟีน่า”
ร่างอวบในชุดคลุมยาวชะงักเท้ากึก ก่อนจะหันหน้ากลับมาถามนางสนมหมาดๆ ของเจ้านายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ชีคซาฮิมเพิ่งจะบอกนางเมื่อครู่นี้เองว่า ต่อไปให้เรียกพรีมรตาว่า ‘นายหญิง’ เพราะพรีมรตาจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ในฐานะ ‘นางสนม’ ของเขา
“นายหญิงมีอะไรจะให้ฟีน่ารับใช้หรือเจ้าคะ”
พรีมรตาเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ร่างอวบที่ยืนก้มหน้าเตรียมรับคำสั่งด้วยกิริยาสงบ “ทำไมถึงเรียกฉันว่านายหญิงล่ะ ทำไมถึงไม่เรียกมิสเหมือนเดิม”
“เป็นคำสั่งของท่านซาฮิมเจ้าค่ะ นายท่านบอกว่าต่อไปให้เรียกมิสว่านายหญิง” ฟีน่าพยายามอธิบายให้เจ้านายคนใหม่ของเธอเข้าใจง่ายมากที่สุด แต่ในดวงตาคู่สวยของคนฟังก็ยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ดี
“ก็แล้วมันหมายความว่าอย่างไรล่ะ คือฉันหมายถึงว่า ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรกันแน่” หญิงสาวเริ่มเสียงดังมากขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ เกี่ยวกับสถานะของตนเอง
“เอ่อคือ...” สาวรับใช้อ้ำๆ อึ้งๆ แต่พอเห็นสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากนายสาวจึงจำต้องพูดถึงฐานะของพรีมรตาออกไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าจะยินดีกับตำแหน่งของตนเองหรือเปล่า
“คืออะไร” อดไม่ได้ที่จะถามย้ำออกมาอย่างหงุดหงิด ที่หญิงรับใช้สูงวัยทำท่าเหมือนไม่อยากจะตอบคำถามเธอให้กระจ่างเร็วๆ สักที
“คือท่านชีคบอกว่า นายหญิงจะอยู่ที่นี่ในฐานะ ‘นางสนม’ ของท่านชีคเจ้าค่ะ เอ่อคือ...นายหญิงน่าจะดีใจนะเจ้าคะที่ได้เป็นนางสนมคนแรกของท่านชีคที่เป็นถึงราชาของซาร์เนเวียร์ และต่อไปนายหญิงอาจจะได้เลื่อนเป็นชีคคาก็ได้นะเจ้าคะ” ฟีน่ารีบอธิบายอย่างร้อนรนยาวเหยียดเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของพรีมรตา
“นางสนม ไม่จริง ฉันอยู่ในฐานะเชลยของเขาต่างหากล่ะ และฉันก็ไม่อยากเป็นนางสนมของเขาด้วย” คนที่ถูกเปลี่ยนฐานะจากเชลยมาเป็นนางสนมอย่างกะทันหันระเบิดอารมณ์ออกมาเสียงดังจนคนฟังรู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น





