ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ดวงตาของฉันเบิกกว้าง พอสายตาเห็นทัศนียภาพตรงจุดนั้นชัดเจนมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าเสียงๆ นั้นคือเสียงอะไร และพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

ภาพของชายหญิงสองคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยง และซุกไซ้กันอย่างนัวเนียทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก

บอกตามตรงเลยว่าฉันยอมเจอผีดีกว่ามาเจอภาพบัดสีบัดเถลิงแบบนี้

“มองจ้องขนาดนั้นอยากจะเข้ามาร่วมแจมด้วยมั้ยล่ะ”

ร่างบางของฉันสะดุ้งโหยง เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าจ้องมองสองคนนั้นนานเท่าไหร่ จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนนั้นตวัดสายตาหันมามอง

เขาผละออกมาจากผู้หญิงที่เคยนัวเนียอยู่ก่อนหน้านี้แล้วเดินตรงเข้ามาหาฉันที่ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ พอมองเลยไปด้านหลังเขา ฉันก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดใจอยู่ในความมืด

ทว่าเมื่อผู้ชายร่างสูงโปร่งคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ดวงตากลมโตก็จำต้องเบิกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม

จุดที่ฉันยืนอยู่ ณ ตอนนี้มีแสงสว่างอยู่เล็กน้อย ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันสามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน

นอกจากรูปร่างจะสูงโปร่งดูดีแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยสักนิด ไหนจะผมสีเงินที่ถูกจัดทรงให้ดูเท่เหมาะกับบุคลิกของเขานั่นอีก

ผู้ชายคนนี้แทบจะหาอะไรมาติไม่ได้เลยจริงๆ แต่น่าเสียดาย...ที่การกระทำดูต่ำไปหน่อย

ไม่มีคนปกติที่ไหนชอบกินตับกันโจ่งแจ้งแบบนี้หรอก ใครเค้าก็กินกันในที่ลับตาทั้งนั้น หรือว่าเป็นพวกชอบโชว์?

“...” ฉันยืนนิ่งปิดปากเงียบอยู่นาน เพื่อกวาดสายตามองสำรวจเขาอย่างพินิจและพิจารณา ขณะที่ในใจก็กำลังแอบด่าเขาไปด้วย

“ที่มองหน้านี่ข้องหรืออยากเข้าห้องด้วยกัน หืม?”

ประโยคนั้นที่โพล่งออกมาจากปากหนาทำให้ฉันแทบจะสำลักอากาศที่ตัวเองกำลังหายใจอยู่

“แหม...ลุงคะ คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง เจอปุ๊บก็ชวนเข้าห้องเลยเหรอ”

ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บเขาไปด้วยคำพูดจาที่เจ็บแสบ

“เรียกใครลุง?”

แต่ทว่าเขากลับสนใจคำอื่นมากกว่า สีหน้าตึงๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นสามารถบ่งบอกฉันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวว่าเขากำลังไม่ชอบใจ

“เฮียปืนขา อย่าไปสนใจเด็กมันเลยค่ะ เราไปสนุกด้วยกันเถอะนะคะ เดี๋ยวริชชี่จะพาขึ้นไปบนห้องนะ”

หึ...ริดสีดวงล่ะสิไม่ว่า

รอยยิ้มหยันกระตุกขึ้นที่มุมปากของฉัน พอเห็นท่าทางเรียกแขกของเธอแล้วฉันก็อดที่จะเบะปากและกลอกตามองบนไม่ได้

“ตามสบายนะคะ เรื่องเมื่อกี้ที่เห็นฉันไม่บอกใครหรอก ถือซะว่าโดนผีหลอกละกัน”

จบประโยคนั้นฉันก็หมุนตัวหันหลังแล้วเดินออกมาจากพวกเขา

โดนผีหลอกแบบนี้สงสัยต้องรีบไปหาน้ำมนต์มาล้างตาซะแล้วล่ะ เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงฝันร้ายทั้งคืนเป็นแน่

ตึก...ตึก...ตึก...

เสียงฝีเท้าที่ดังตามไล่หลังมาทำให้ฉันหยุดชะงักอีกครั้งแล้วหันหลังกลับไปมอง

“นี่ลุงตามฉันมาทำไม”

ความจริงเขาก็ไม่ได้แก่อะไร แต่ฉันแค่หมั่นไส้ในความเป็นเฒ่าหัวงูของเขาต่างหาก ก็เลยสะดวกที่จะเรียกเขาแบบนี้

“สงสัยติดใจฝีปากจัดๆ ของเธอมั้ง เลยตามมาให้ด่าอีก”

ฉันจะถือว่าประโยคนี้ของเขาคือคำชมละกัน

แกร๊ก...

“พี่วายุสวัสดีค่ะ” ฉันเลิกสนใจผู้ชายปากหมาที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ร่างสูงโปร่งอีกคนที่เปิดประตูออกมาจากห้องๆ หนึ่ง

พี่วายุคือมือขวาของนาย และฉันก็ได้ยินหลายๆ คนพูดกันว่าพี่วายุพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของนายอีกด้วย

ตลอดเวลาที่ฉันเป็นเด็กส่งยาก็ได้พี่วายุนี่แหละคอยช่วยเหลือและดูแล แต่จริงๆ แล้วพี่วายุก็ดูแลพวกเราทั้งหมดนั่นแหละ เพราะนายไม่ได้เข้ามาที่นี่บ่อยๆ นัก อีกอย่างคือเข้ามาทีไรก็ใช่ว่าจะมาสุงสิงกับเด็กส่งยาอย่างพวกเราสักหน่อย

“ว่าไง ไปก่อเรื่องใหญ่มาล่ะสิ”

พี่วายุพยักหน้ารับไหว้ ก่อนจะเอ่ยถามถึงเรื่องนั้นที่ทำให้ฉันต้องมายืนอยู่ ณ จุดนี้

“นายโกรธเตนล์หรือเปล่า”

ฉันถามอย่างหยั่งเชิง เพื่อที่จะได้ทำใจเอาไว้ซะตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ทว่าคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันของร่างสูงตรงหน้าทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ

“นายก็ยืนอยู่ข้างหลังเตนล์ไง นี่ไม่ได้คุยกันมาแล้วเหรอ” ดวงตาคมของพี่วายุมองเลยไปทางด้านหลังฉัน

สันหลังรู้สึกเย็นวาบเมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลง ขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้เถอะ

พรึ่บ!

วงแขนแข็งแกร่งตวัดขึ้นมากอดคอฉันเอาไว้จนรู้สึกหนัก และเหนืออื่นใดก็คืออาการหวาดกลัวจนตัวสั่นของฉันเอง

คิดว่าต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ...

“ป่ะ! เดี๋ยว ‘ลุง’ จะพาเข้าห้อง ‘เชือด’ นะอีหนู”

จบประโยคเยือกเย็นของเขาร่างบางของฉันก็ถูกกระชากเข้าไปในห้องที่พี่วายุพึ่งเดินออกมาเมื่อกี้

“ปล่อยนะ!” ฉันสะบัดตัวผละออกจากร่างสูง และตาลุงนั่นก็ยอมปล่อยให้ฉันเป็นอิสระแต่โดยดี

พี่วายุที่เห็นท่าไม่ดีรีบเดินตามเข้ามา ก่อนจะปิดประตูและล็อกลูกบิดให้อย่างเสร็จสรรพ

“นั่งลง” น้ำเสียงและแววตาของร่างสูงโปร่งตรงหน้าเต็มไปด้วยความกดดัน เห็นแบบนี้แล้วฉันก็คิดว่าตัวเองกำลังจะถูกเชือดอย่างที่เขาว่าจริงๆ

เท้าทั้งสองขยับก้าวไปที่โซฟาเดี่ยว แล้วหย่อนก้นนั่งอย่างว่านอนสอนง่ายและเจียมเนื้อเจียมตัว

ตอนนี้ฉันกำลังข่มอาการหัวร้อนของตัวเองเอาไว้ พยายามเหยียบให้มิดที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะคนตรงหน้ามีศักดิ์เป็นถึง ‘นาย’ ซึ่งเขามีสิทธิ์ในการกำหนดชะตาชีวิตของฉันต่อจากนี้ ถ้าหากฉันวู่วามและปากดีเหมือนอย่างก่อนหน้า คงไม่แคล้วถูกลูกตะกั่วเจาะสมองเป็นรูโบ๋

“ไปทำอีท่าไหนถึงปล่อยให้ของสำคัญขนาดนั้นถูกขโมยไปได้”

ร่างสูงยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยทวงท่าที่สบาย แต่ยังไงน้ำเสียงของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไหนจะสายตาที่เขามองจดจ้องมานั่นอีก ฉันไม่สามารถไว้ใจเขาได้เลยจริงๆ

“ยังไม่ทันได้ทำท่าไหนเลย เผลออีกทีก็เอ้า! โดนขโมยไปแล้ว”

ในเมื่อเขากำลังอยู่ในท่าทางที่สบาย งั้นโอเค ฉันก็ขอพูดแบบสบายๆ ด้วยคน

“เตนล์” เสียงของพี่วายุที่ดังแทรกขึ้นมาเหมือนจะกำลังพูดปรามฉันอยู่กลายๆ

“รู้ใช่มั้ยว่ายาพวกนั้นคือเม็ดเงินมหาศาล”

คนตรงหน้าเริ่มที่จะจริงจังขึ้นมา และฉันจะทำอะไรได้นอกซะจากจริงจังไปตามเขา

พอสถานการณ์กลับมาอยู่ในจุดที่เคร่งเครียด ฉันจึงต้องลอบถอนหายใจอีกครั้งเพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นของตัวเอง

“ฉันรู้ตัวว่าทำพลาด เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

“แล้วเธอจะชดใช้ยังไงหืม?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงพร้อมด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

เออ...นั่นสิ แล้วฉันจะชดใช้ยังไงดี?

“ก็เป็นเด็กส่งยาต่อไปเรื่อยๆ”

หลังจากที่ใช้สมองครุ่นคิดไปตั้งสองวินาทีฉันจึงตัดสินใจพูดออกไป ความจริงแล้วต่อให้ฉันเป็นเด็กส่งยาไปจนตายยังไงก็ชดใช้ไม่หมดหรอก

เผลอๆ คงได้ไปนอนในคุก หรือไม่ก็โดนกระทืบตายซะก่อน

“หน้าตาดีแบบนี้เลิกเป็นเด็กส่งยามาเป็นเด็กเฮียดีกว่าอีหนู”

ข้อเสนอของเขาทำให้ฉันแค่นเสียงหัวเราะออกมา พลางกระตุกยิ้มหยันที่มุมปาก

อย่าหาว่าฉันลามปามคนแก่เลยนะ แต่จะบอกว่า...

“เอาเวลาเต๊าะเด็กไปซื้อโลงนอนเถอะลุง”

ด้วยรัก และ Fuck You…

อ่านต่อ
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่ Moboreader
Uปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “251QRV” บน Moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
251QRV
novels.copy
ไปที่เว็บไซต์ทางการ
รายชื่อตอน
ปรับแต่ง

เรื่องที่คุณน่าจะชอบ

Logo
ศูนย์รวมซีรีส์สั้นออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ครบจบในที่เดียว ทั้งตัวอย่างตอนฟรี ข้อมูลนักแสดงแบบจัดเต็ม และลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
©2026 PinesDramas สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ